วันศุกร์ที่ 20 ตุลาคม พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

จ่อมีหมายจับ นศ.แพทย์ปี6 เบี้ยว‘หมายเรียก’ ผลยาลดความดัน ส่อเจตนาฆ่าสุนัข

นักศึกษาแพทย์ไม่ยอมโผล่พบตำรวจตามหมายเรียกคดีวางยาหมาตายหวังเคลมเงินประกัน พนักงานสอบสวนต้องออกหมายเรียกครั้งที่ 2 หากยังไม่มาอีกต้องขออำนาจศาลออกหมายจับต่อไป ส่วนที่โคราชผลตรวจพิสูจน์ยาเม็ดในท้องสุนัขอย่างเป็นทางการ พบเป็นกลุ่มยาลดความดัน ตำรวจเตรียมเรียกมารับทราบข้อกล่าวหา ส่วนการสอบจริยธรรมของต้นสังกัดอยู่ระหว่างรวบรวมข้อมูล

คดีนักศึกษาแพทย์วางยาฆ่าหมายังเป็นประเด็นที่สังคมให้ความสนใจ กรณีนายภัทรพงศ์ ทรงทรัพย์กุล นักศึกษาแพทย์ ชั้นปีที่ 6 คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล วางยาฆ่าสุนัขพันธุ์ปอมเมอเรเนียนเพศผู้ วัย 7 เดือน เพื่อจะเรียกร้องเอาเงินประกัน 5 หมื่นบาท จากบริษัทรถขนส่งที่นักศึกษาแพทย์ว่าจ้างให้ขับรถพาส่งบ้านที่ จ.นครราชสีมา แต่คนขับเห็นพิรุธเลยขอให้ทางโรงพยาบาลสัตว์ผ่าพิสูจน์ซากสุนัขและพบว่าในกระเพาะสุนัขมียาเม็ดกว่า 10 เม็ด หลังเกิดเหตุสำนักงานปศุสัตว์จังหวัดนครราชสีมาได้เข้าแจ้งความที่ สภ.โพธิ์กลาง อ.เมืองนครราชสีมาเพื่อดำเนินคดีกับเจ้าของสุนัขในข้อหาทารุณกรรมสัตว์ ส่วนยาเม็ดที่พบส่งไปตรวจที่ศูนย์วิทยาศาสตร์การแพทย์ที่ 9 จ.นครราชสีมา ขณะที่คณะแพทยศาสตร์ ศิริราชพยาบาลสั่งให้พักการเรียนไว้ก่อนนั้น

ต่อมาเวลา 12.00 น. วันที่ 18 ก.ย. นายบรรจง กิติรัตน์ตระการ ผอ.ศูนย์วิทยาศาสตร์การแพทย์ที่ 9 นครราชสีมา เปิดเผยถึงผลการตรวจพิสูจน์ยาเม็ดในกระเพาะสุนัขพันธุ์ปอมเมอเรเนียนว่า ยาที่ตำรวจส่งมาให้ตรวจพิสูจน์มีทั้งหมด 3 รายการ ประกอบด้วย ยาเม็ดสีขาวกับยาเม็ดสีเหลืองที่พบอยู่ภายในกระเพาะสุนัข และอีกรายการเป็นยาเม็ดสีเหลือง 1 เม็ด ที่พบอยู่ภายในกระเป๋าใส่สุนัข ขณะนี้ผลการตรวจพิสูจน์ชนิดของยาเสร็จสิ้นทั้งหมดทุกรายการแล้ว โดยยาเม็ดสีเหลืองที่พบอยู่ในกระเพาะของสุนัขเป็นยาที่อยู่ในกลุ่มยาลดความดัน ส่วนยาเม็ดสีขาวที่พบในกระเพาะสุนัขเป็นยาที่อยู่ในกลุ่มเกลือแร่ แต่ไม่สามารถเปิดเผยรายละเอียดได้มากกว่านี้ ผลการตรวจพิสูจน์ชนิดของยาทั้งหมดจะส่งไปให้พนักงาน สอบสวน สภ.โพธิ์กลาง ใน อ.เมืองนครราชสีมา ภายใน วันที่ 19 ก.ย.นี้

ทางด้าน พ.ต.ท.พิชัย เชิดชู รอง ผกก. (สอบสวน) สภ.โพธิ์กลาง เปิดเผยว่า ขณะนี้พนักงานสอบสวนกำลังรอผลตรวจพิสูจน์ชนิดของยาอย่างเป็นทางการจากทางศูนย์วิทยาศาสตร์การแพทย์ที่ 9 นครราชสีมา หากได้รับรายงานผลตรวจแล้วพนักงานสอบสวนจะออกหมายเรียกนายภัทรพงศ์ หนุ่มนักศึกษาแพทย์เจ้าของสุนัขให้มารับทราบข้อกล่าวหาทารุณกรรมสัตว์ได้ทันที

ที่ สน.สุทธิสาร ที่ตัวแทนกลุ่มวอชด็อก ไทยแลนด์ และบริษัทขนส่ง เอช.เอส.เค. เอ็กซ์เพรส อินเตอร์เนชั่นแนล แอนด์ เซอร์วิส จำกัด ที่รับขนส่งสุนัขที่ตายเข้าแจ้งความให้ดำเนินคดีกับนายภัทรพงศ์ ในข้อหาทารุณกรรมสัตว์และฉ้อโกงด้วยนั้น ซึ่งพนักงานสอบสวน สน.สุทธิสาร ได้ออกหมายเรียกนายภัทรพงศ์มาพบพนักงานสอบสวน สน.สุทธิสารในวันที่ 18 ก.ย.นี้ แต่ผลปรากฏว่าหลังจากพนักงานสอบสวน สน.สุทธิสาร รอทั้งวันไม่ปรากฏว่านักศึกษาแพทย์คนดังกล่าวจะมาพบพนักงานสอบสวน

พ.ต.ท.สืบพงศ์ กรุณา รอง ผกก. (สอบสวน) สน.สุทธิสาร กล่าวว่า วันนี้ขีดเส้นให้ นศ.แพทย์มาพบภายในเวลา 16.00 น. หากมาจะสอบปากคำแล้วเสร็จจะปล่อยตัวไปก่อน แต่จนถึงขณะนี้ยังไม่มีการประสานมา คาดว่าวันนี้คงไม่มาแล้ว จากนี้ต้องออกหมายเรียกครั้งที่ 2 ให้มาพบพนักงานสอบสวนในวันที่ 26 ก.ย. เวลา 10.00 น. หากยังไม่มาอีกจะรวบรวมพยานหลักฐานเพื่อขออำนาจศาลออกหมายจับต่อไป

พ.ต.ท.สืบพงศ์กล่าวต่อว่า เมื่อมีหมายเรียกแล้วไม่มานั้น ถือว่ามีความผิดข้อหาขัดคำสั่งหมายเรียก ตาม ป.วิอาญา มาตรา 66 แต่เจ้าหน้าที่จะยังไม่แจ้งข้อหา เนื่องจากต้องมีหลักฐานว่ามีผู้รับทราบหมายเรียกแล้ว ปกติหมายเรียกนั้นจะส่งไป 2 แบบคือ 1.ส่งไปทางไปรษณีย์ตามภูมิลำเนาของผู้ถูกออกหมายเรียกและ 2.ให้ สภ.ที่รับผิดชอบภูมิลำเนาของผู้ถูกออกหมายเรียกเอาหมายไปให้ แต่การส่งทั้งทางไปรษณีย์และตำรวจท้องที่ยังไม่ได้แจ้งกลับมาว่ามีผู้รับหมายเรียกหรือยัง ดังนั้นจึงไม่มีหลักฐานชัดว่านักศึกษาแพทย์หรือครอบครัวได้รับหมายหรือยัง

ด้าน นพ.ประสิทธิ์ วัฒนาภา คณบดีคณะแพทยศาสตร์ ศิริราชพยาบาล กล่าวถึงความคืบหน้าการสอบจริยธรรมนายภัทรพงศ์ นักศึกษาแพทย์ที่ฆ่าสุนัขเอาเงินประกันว่า หลังตั้งคณะกรรมการสอบทางจริยธรรมกับนักศึกษาคนดังกล่าวเมื่อวันที่ 11 ก.ย.ที่ผ่านมา คณะกรรมการได้เรียกตัวนักศึกษามาสอบเมื่อวันที่ 15 ก.ย.ที่ผ่านมา แม้ว่าก่อนหน้านี้ทางคณะแพทย์มีคำสั่งพักการเรียนไปแล้วก็ตาม ทั้งนี้ คณะแพทย์ฯ อยู่ระหว่างรวบรวมข้อมูลรายละเอียดเพื่อสรุปผลส่งเรื่องให้มหาวิทยาลัยมหิดล จากนั้นจะแจ้งให้สื่อมวลชนทราบ ขอยืนยันว่าการดำเนินการของคณะแพทย์ ตรงไปตรงมาอย่างแน่นอน