วันพุธที่ 13 ธันวาคม พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ล้ม-อีกตัว ไฟช็อตช้างป่า กาญจนบุรี

คาไร่ข้าวโพดรวบคนขึงรั้วมาดําเนินคดี

สลดช้างป่าเพศผู้ อายุ ราว 25-30 ปี หนักประมาณ 4 ตัน จากป่าสลักพระ เมืองกาญจน์ ถูกไฟฟ้าช็อตล้มตายนอนทับเส้นลวดริมไร่ข้าวโพดชาวบ้านอีกตัว หนุ่มใหญ่เจ้าของไร่ข้าวโพดยืนรอเจ้าหน้าที่ อ้างนำเส้นลวดปล่อยกระแสไฟฟ้าล้อมไร่ข้าวโพดป้องกันวัวกับควาย และปล่อยกระแสไฟแค่ 100 โวลต์เท่านั้น ส่วนช้างป่าเพศผู้ที่ถูกฆ่ากลางสวนยางพารา อ.แก่งหางแมว จ.จันทบุรี เจ้าหน้าที่ผ่าพิสูจน์ซากแล้ว ไม่พบรอยถูกยิง มีเพียงรอยถูกไฟฟ้าช็อต ตำรวจดำเนินคดีกับเจ้าของสวนยางข้อหาหนักล่าหรือพยายามล่าสัตว์ป่าสงวน

ช้างป่าถูกไฟฟ้าช็อตล้มตายอีกตัวเปิดเผยขึ้นเมื่อเวลา 10.30 น. วันที่ 18 ก.ย. นายไพฑูรย์ อินทรบุตร หัวหน้าเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าสลักพระ จ.กาญจนบุรี รับแจ้งจากชาวบ้านพบช้างป่าล้มตายบริเวณถนนเลียบลำคลอง ติดกับไร่ข้าวโพด รอยต่อเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าสลักพระ หมู่ 2 ต.ช่องสะเดา จึงรายงานให้ผู้บังคับบัญชาทราบ พร้อมประสาน ร.ต.อ.มณิภัทร์ เพ็งเกร็ด รอง สว. (สอบสวน) สภ.ลาดหญ้า พ.ต.อ.ศุภวัชร อังคสยาวัฒน์ ผกก. นำกำลังเจ้าหน้าที่รักษาพันธุ์สัตว์ป่าฯ ตำรวจ และสัตวแพทย์จากสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 3 (บ้านโป่ง) เดินทางไปตรวจสอบ

ที่เกิดเหตุหลังไร่ข้าวโพด พบซากช้างป่าเพศผู้ อายุประมาณ 25-30 ปี น้ำหนักราว 4 ตัน นอนตายขวางถนนเลียบลำคลอง บริเวณช่วงท้องของช้างเคราะห์ร้ายนอนทับเส้นลวดที่มีการปล่อยกระแสไฟฟ้ายึดติดกับตะปูตอกติดกับเสาไม้ที่ล้มอยู่ ตามลำตัวช้างหลายจุดมีรอยไหม้เกรียมจากการถูกไฟฟ้าช็อตเป็นทางยาวเท่ากับเส้นลวด โดยมีนายวุฒิโชติ โรจนโภคปรีดา อายุ 48 ปี อยู่บ้านเลขที่ 47 หมู่ 4 ต.ท่ากระดาน อ.ศรีสวัสดิ์ จ.กาญจนบุรี เจ้าของไร่ข้าวโพดยืนรออยู่

สอบสวนนายวุฒิโชติ ให้การว่า ตนปลูก ข้าวโพดทั้งหมด 12 ไร่ และได้นำลวดปล่อยกระแสไฟฟ้าล้อมไร่ข้าวโพดไว้เพื่อป้องกันวัวและควายเข้ามากินข้าวโพด โดยติดตั้งรั้วไฟฟ้าขนาด 220 โวลต์ ตั้งแต่วันที่ 28 ส.ค.ที่ผ่านมา แต่ได้ปล่อยกระแสไฟฟ้าเพียง 110 โวลต์เท่านั้น ที่ผ่านมามีช้างป่าลงมากินข้าวโพดบ้าง และถูกไฟฟ้าช็อต แต่ช้างได้วิ่งหนีไป ยอมรับว่าการทำรั้วไฟฟ้าครั้งนี้ ไม่ได้แจ้งให้เจ้าหน้าที่เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าสลักพระทราบแต่อย่างใด

ด้านนายไพฑูรย์ อินทรบุตร หัวหน้าเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าสลักพระ เผยว่า หลังเกิดเหตุได้รายงานให้ผู้บังคับบัญชาทราบแล้ว ทางผู้บังคับบัญชาสั่งกำชับให้ดำเนินคดีต่อผู้กระทำผิดอย่างตรงไปตรงมา เพราะทางกฎหมายถือว่าการนำลวดมาล้อมรอบแล้วปล่อยกระแสไฟฟ้า จนเป็นเหตุทำให้ช้างป่าถูกไฟช็อตล้มตายถือเป็นการล่าสัตว์ป่า มีความผิดตามพระราชบัญญัติสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พ.ศ.2535 คณะสัตวแพทย์จากสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 3 (บ้านโป่ง) กรม อุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช จะได้ผ่าพิสูจน์ซากช้างเพื่อหาสาเหตุให้แน่ชัดอีกครั้ง

นายไพฑูรย์กล่าวอีกว่า ช้างป่าที่ออกมาหากินบริเวณใกล้แนวรอยต่อระหว่างที่ทำกินของชาวบ้านกับเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าสลักพระอย่างต่อเนื่อง ชาวบ้านที่อาศัยอยู่ตามแนวเขตส่วนใหญ่ต่างก็รู้และเข้าใจดีว่า การปลูกพืชไร่ต้องพบกับภัยคุกคามจากช้างป่า แต่มีชาวบ้านบางส่วนที่ยังไม่ยอมปรับตัวให้สามารถอยู่กับช้างป่าได้ เมื่อมีการปลูกพืชไร่ก็นำรั้วไฟฟ้ามาล้อมไว้ เพื่อต้องการให้พืชไร่ของตนเองอยู่ได้ กระทั่งเกิดเหตุการณ์ดังกล่าวขึ้น โดยเฉพาะช้างที่ล้มตายมีอายุเฉลี่ยราว 30 ปี หนักประมาณ 4 ตัน เป็นช้างที่กำลังอยู่ในวัยเจริญเติบโต ส่วนใหญ่นิสัยของช้างป่าที่มีอายุเฉลี่ยระหว่างนี้ มักจะออกจากโขลง ไปหากินตามลำพัง เป็นที่น่าเสียใจและเสียดายเป็นอย่างมาก ที่ต้องมาสูญเสียช้างป่าในครั้งนี้

ส่วนความคืบหน้าช้างป่าเพศผู้อายุราว 20-25 ปี ถูกยิงและไฟฟ้าช็อตล้มตายในสวนยางพาราภายในหมู่บ้านเขาฆ้อง หมู่ 5 ต.พวา อ.แก่งหางแมว จ.จันทบุรี เช้าวันเดียวกัน พ.ต.อ.พรรษา โกศลานันท์ ผกก.สภ.แก่งหางแมว นำกำลังตำรวจ เจ้าหน้าที่กองพิสูจน์ หลักฐานจันทบุรี และ สพ.ญ.ณฐนน ปานเพชร นายสัตวแพทย์ปฏิบัติการ สบอ.2 (ศรีราชา) ร่วมผ่าพิสูจน์ซากช้าง มีชาวบ้าน ทหาร กลุ่มอาสาสมัครพิทักษ์ช้างป่าแก่งหางแมว ที่ทราบข่าวพากันมาเฝ้ารอดูให้กำลังใจเจ้าหน้าที่เป็นจำนวนมาก พร้อมนิมนต์พระ 4 รูป จากวัดเนินจำปา และวัดบ่อชะอม ทำพิธีสวดบังสุกุลก่อนทำการผ่าซาก โดยเจ้าหน้าที่ใช้เวลาผ่าพิสูจน์นานร่วม 3 ชม.จึงเสร็จสิ้น ไม่พบหัวกระสุนฝังในซากแต่อย่างใด มีเพียงรอยไหม้เกรียมจากการถูกไฟฟ้าช็อตเท่านั้น ส่วนบาดแผลคล้ายรูกระสุนอาจถูกลวดหนามหรือไม้ทิ่มตำ ทีมสัตวแพทย์เก็บตัวอย่างอวัยวะภายในทั้งหัวใจ ปอด ตับ ม้าม และอาหารในกระเพาะอาหาร เพื่อตรวจวิเคราะห์ทางห้องปฏิบัติการอีกครั้ง

ขณะที่ พ.ต.อ.ประเสริฐศักดิ์ บุญศรี ผกก.สส.ภาค 2 เผยว่า ร่วมกับเจ้าหน้าที่การไฟฟ้าภูมิภาคอำเภอแก่งหางแมว ตรวจสอบที่บ้านพักคนงานภายในสวนยางพาราของนายโอภาส สมสกุล พบว่า ที่หม้อแปลงไฟฟ้ามีการปล่อยกระแสไฟฟ้าไปตามเส้นลวดขนาด 220 โวลต์ ที่วนอยู่รอบสวนยาง เป็นสาเหตุทำให้ช้างถูกไฟช็อตตาย จึงตรวจยึดเส้นลวดไว้เป็นหลักฐาน และดำเนินคดีกับนายโอภาสข้อหาล่าหรือพยายามล่าสัตว์ป่าสงวน ซึ่งนายโอภาสยอมรับว่าได้ไปซื้อเครื่องช็อตไฟฟ้ามาติดตั้งเพื่อไล่ช้างจริง เนื่องจากบริเวณดังกล่าวมีช้างป่าเข้ามาบ่อย แต่ไม่คิดว่ากระแสไฟฟ้าจะแรงถึงขนาดนี้ เพราะรู้เท่า ไม่ถึงการณ์ จะขอต่อสู้คดีในชั้นศาลต่อไป