วันเสาร์ที่ 21 ตุลาคม พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ปืนไม่กลัวสิงห์

โดย หมวดแซม

ต้องบอกว่านี่มันฟอร์มแชมป์ชัดๆ กับผลงานล่าสุดของ “ปิศาจแดง” แมนฯยู ที่เปิดรังโอลด์แทรฟเฟิร์ด ไล่ถล่ม “ทอฟฟี่” เอฟเวอร์ตัน ขาดลอย 4–0 เมื่อคืนวันอาทิตย์ ทำให้ แมนฯยู คว้าชัยเป็นนัดที่ 4 จาก 5 เกมแรก แถมยังรักษาสถิติไม่แพ้ใครเอาไว้ได้ต่อไป นำเป็นจ่าฝูงร่วมกับอริร่วมเมืองอย่าง “เรือใบสีฟ้า” แมนฯซิตี้

นัดนี้ โรเมลู ลูกากู หัวหอกเลือดเบลเยียมของแมนฯยู โชว์ฟอร์มโดดเด่นเป็นพระเอก ด้วยการยิง 1 แอสซิสต์ 1 ในการเจอกับเอฟเวอร์ตัน ทีมเก่าของเขา หลังเก็บกระเป๋าย้ายออกจากถิ่นกูดิสัน พาร์ก มาอยู่กับทีม “ปิศาจแดง” ด้วยค่าตัว 75 ล้านปอนด์ เมื่อช่วงซัมเมอร์ที่ผ่านมา

เท่ากับว่าถึงตอนนี้ “ผีแดง” แมนฯยู เพิ่มสถิติคว้าชัยชนะเหนือ “ทอฟฟี่” เอฟเวอร์ตัน เป็น34 ครั้งในเกมพรีเมียร์ลีก มากที่สุดเท่ากับที่พวกเขาเอาชนะ แอสตัน วิลลา ได้ 34 ครั้งเช่นเดียวกัน

โจเซ มูรินโญ กุนซือ “ผีแดง” ถึงกับออกมาบอกว่า บางทีนี่อาจจะเป็นฟอร์มที่ดีที่สุดของแมนฯยูในฤดูกาลนี้เลยก็ว่าได้ “ช่วง 30-35 นาทีแรก บางทีอาจจะเป็นฟอร์มการเล่นที่ดีที่สุดของเราในฤดูกาลนี้เลยทีเดียว เอฟเวอร์ตันเล่นได้ดี แต่พวกเขาต้องเจอกับช่วงเวลาที่ยากลำบาก เรากดดันพวกเขาได้อย่างยอดเยี่ยม พวกเขาไม่มีโอกาสออกมาจากฝั่งของตัวเองเลย และพวกเขาไม่มีโอกาสยิงตรงกรอบแม้แต่ครั้งเดียว”

หากทีมปิศาจแดงยังคงรักษาฟอร์มยอดเยี่ยมแบบนี้ไว้ได้ต่อไป ก็เชื่อว่าจะเบียดลุ้นแชมป์พรีเมียร์ลีกกับ “เรือใบสีฟ้า” แมนฯซิตี้ ของเป๊ป กวาร์ดิโอลา อย่างสนุกจนถึงนัดสุดท้ายของซีซั่น

ส่วนศึกลอนดอนดาร์บี้ที่สแตมฟอร์ด บริดจ์ ซึ่งจบลงด้วยการที่แชมป์เก่า เชลซี ทำได้แค่เปิดบ้านเสมอ อาร์เซนอล โนสกอร์ 0-0 ทำให้ตลอดการเจอกันสามเกมหลังสุดในทุกรายการนั้น “สิงห์บลู” ยังไม่เคยเอาชนะ “ปืนใหญ่” ได้เลย แถมอาร์เซนอลยังเอาชนะเชลซีได้ถึง 2 ครั้งติด ในนัดชิงเอฟเอคัพ และศึกคอมมิวนิตี้ ชิลด์ ด้วย

เรียกว่า ตอนนี้ อาร์เซนอลไม่กลัวเชลซีแล้ว

จะว่าไปเกมนี้ อาร์เซนอล น่าจะบุกมาเอา ชนะ เชลซี ถึงเดอะบริดจ์ได้ด้วยซ้ำ เพราะเป็นฝ่ายเล่นได้ดีกว่า โดยเฉพาะในช่วงครึ่งเวลาแรก

ปืนใหญ่พลาดโอกาสทองที่จะได้ประตูในครึ่งแรกอย่างน่าเสียดาย เมื่อ อารอน แรมซีย์ พาบอลหลุดเข้าไปในเขตโทษ ก่อนยิงแบบดีดๆ บอลผ่านมือ กูร์กตัวส์ ไปแล้ว แต่ดันไปชนเสาเด้งออกมาเข้าทาง ลากาแซตต์ ซ้ำจ่อๆแค่ไม่กี่หลา แต่บอลลอยโด่งข้ามคานออกไป

ช่วงท้ายเกม เชลซีต้องเหลือผู้เล่นแค่ 10 คน ในนาที 87 เมื่อ ดาวิด ลุยซ์ กองหลังชาวแซมบ้า ไปเปิดปุ่มเสียบเข้าใส่ เซอัด โคลาชินัช แบ็กรถถังของปืนใหญ่ อย่างน่าเกลียด เลยโดนผู้ตัดสินแจกใบแดงไล่ออกจากสนามไป

การทำได้แค่เสมอ 0-0 นัดนี้ กลายเป็นครั้งแรกที่เชลซี ในยุคของอันโตนิโอ คอนเต ยิงประตูคู่แข่งในบ้านตัวเองไม่ได้ (27 นัด)

นอกจากนั้น นี่เป็นครั้งแรกที่ทั้งสองทีมเสมอกันโนสกอร์ 0-0 ในการเจอกันที่สแตมฟอร์ด บริดจ์ นับตั้งแต่เดือนเมษายน ปี 2005

หลังจากบุกไปแพ้ลิเวอร์พูล 0-4 เห็นได้ชัดเลยว่า “ปืนใหญ่” อาร์เซนอล เริ่มทำผลงานได้ดีขึ้นเรื่อยๆ เพราะสามเกมหลังสุดรวมทุกรายการ ทีมของอาร์แซน เวงเกอร์ ยังสะกดคำว่าแพ้ไม่เป็น (ชนะ บอร์นมัธ 3-0, ชนะโคโลญ 3-1 และเสมอเชลซี 0-0)

ไม่แน่นะครับ! ฟอร์มของ“ปืนใหญ่” อาร์เซนอล อาจดีวันดีคืนจนถึงขั้นมีลุ้นแชมป์ลีกซีซั่นนี้ก็ได้.

หมวดแซม