วันศุกร์ที่ 20 ตุลาคม พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

2 แม่ลูกหงอย... โดนข้อหาดูหมิ่น-ทำร้ายเจ้าพนักงาน ยอมรับผิดพร้อมสำนึก

2 แม่ลูกด่าตำรวจ เข้ารับทราบข้อหา ผกก.สน.ทุ่งมหาเมฆ แถลง แม่โดนข้อหาดูหมิ่นเจ้าพนักงาน ส่วนลูกเจอข้อหาเดียวกันพ่วงทำร้ายเจ้าพนักงาน ไม่มีใบขับขี่ ไม่สวมหมวกกันน็อก ทั้งคู่รับสารภาพ และสำนึกในการกระทำผิด

เมื่อเวลาประมาณ 17.50 น. วันที่ 18 ก.ย. 60 พ.ต.อ.อัครวุฒ ธานีรัตน์ ผกก.สน.ทุ่งมหาเมฆ แถลงข่าวกรณีคลิป 2 แม่ลูกด่าทอและถ่มน้ำลายใส่ตำรวจ สน.ทุ่งมหาเมฆ ขณะปฏิบัติหน้าที่ ว่า ขณะที่โดนเจ้าหน้าที่ตำรวจเรียกลูกชายอายุ 19 ปี ขับขี่รถจักรยานยนต์มาคนเดียว แล้วเรียกแม่ตามมาทีหลัง ซึ่งจากการสอบปากคำแม่ยอมรับว่าโกรธ ไม่พอใจ เพราะอยากได้รถไปใช้ส่งของ โดยแม่นั้นถูกดำเนินคดีข้อหาดูหมิ่นเจ้าพนักงาน เพราะมีการด่าทอด้วยถ้อยคำหยาบคาย ส่วนลูกชาย โดนข้อหาดูหมิ่นเจ้าพนักงาน และทำร้ายเจ้าพนักงาน ซึ่งการถ่มน้ำลายใส่ถือเป็นการทำร้าย ส่วนการดำเนินคดีตาม พ.ร.บ.จราจรฯ คือ ไม่มีใบขับขี่ และไม่สวมหมวกนิรภัย

ทั้งนี้ ผกก.สน.ทุ่งมหาเมฆ เผยอีกว่า ทั้งคู่ให้การรับสารภาพตลอดข้อกล่าวหา และสำนึกในการกระทำผิด สำหรับอัตราโทษจำคุกไม่เกิน 1 ปี ปรับไม่เกิน 20,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

ด้านหนุ่มอายุ 19 ปี กล่าวว่า ตนและมารดารับสารภาพตามข้อกล่าวหา โดยอยากชี้แจงว่า ตนไปส่งน้องชายไปโรงเรียนระดับประถมย่านคลองเตย โดยขนข้าวกล่องไปด้วย หลังส่งเสร็จจะนำข้าวกล่องที่แม่ทำไว้ประมาณ 80 กล่อง ไปส่งหน้าร้านย่านสาทร โดยมีบิดาขายอยู่ที่ร้าน ระหว่างทางติดไฟแดงก็มีเจ้าหน้าที่อำนวยความสะดวกจราจร 2 นาย ได้เรียกให้ชิดขอบทางเพื่อจะแจ้งข้อหาไม่สวมหมวกนิรภัย ทั้งยังเห็นว่ามีคนอื่นๆ ไม่ใส่หมวกกันน็อกจอดติดไฟแดงด้วย แต่ไม่มีการเรียกตรวจคนอื่นๆ ก่อนจะมีปากเสียงกันเกิดขึ้นตามคลิป ทำไปด้วยอารมณ์ชั่ววูบ ก้าวร้าว ใช้กิริยาวาจาไม่สุภาพ และฝากขอโทษ ร.ต.ท.สุขสันต์ กันยาสนธิ์ รอง สว.จร.สน.ทุ่งมหาเมฆ ทั้งนี้ ไม่เคยแอบอ้างว่าเป็นน้องหรือหลาน รอง ผกก. ตามที่มีข่าวลือในโซเชียล

ขณะที่ พ.ต.อ.อัครวุฒ เผยว่า จริงๆ แล้วไม่น่าจะเป็นเรื่องใหญ่ลุกลามไปขนาดนี้ เพราะความโมโหจนทำให้บานปลาย ประกอบกับไม่เข้าใจกระบวนการตรวจสอบของเจ้าหน้าที่ตำรวจ ทั้งนี้ ได้สอบปากคำไปแล้วและปล่อยตัวชั่วคราวโดยไม่ต้องประกันตัว เนื่องจากผู้ต้องหาเดินทางมามอบตัวด้วยตัวเอง ก่อนนัดหมายพรุ่งนี้ (19 ก.ย.) เวลา 10.00 น. จะนำตัวผู้ต้องหาส่งศาลแขวงพระนครใต้ดำเนินการต่อไป.