วันอาทิตย์ที่ 10 ธันวาคม พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

จับบิ๊กลอต ยาบ้า 6.5 ล้าน อาศัยช่วงพายุเข้า ครั้งนี้ประทับตรา แบตแมน

“เฉลิมเกียรติ” นำทีมแถลงผลจับกุมขบวนการค้ายาเสพติดรายสำคัญ 3 คดี รวบผู้ต้องหา 10 คน พร้อมของกลางยาบ้ารวม 6,592,000 เม็ด ไอซ์ 10 กิโลกรัม มูลค่ารวมกว่า 1,300 กว่าล้านบาท เผยช่วงหลังแก๊งยานรกอาศัยจังหวะไทยมีพายุเข้า ไม่มีตั้งด่านตรวจ...

เมื่อเวลา 14.00 น. วันที่ 18 ก.ย.60 ที่ลานด้านหน้ากองบัญชาการปราบปรามยาเสพติด ถนนวิภาวดีรังสิต พล.ต.อ.เฉลิมเกียรติ ศรีวรขาน รอง ผบ.ตร. และ พล.ต.ท.ธนิตศักดิ์ ธีระสวัสดิ์ ผู้ช่วย ผบ.ตร. พร้อมด้วย พล.ต.ท.สมหมาย กองวิสัยสุข ผบช.ปส. นายศิรินทร์ยา สิทธิชัย เลขาธิการ ป.ป.ส. ร่วมกันแถลงผลการจับกุมขบวนการค้ายาเสพติดรายสำคัญ จำนวน 3 คดี ผู้ต้องหา 10 คน ของกลางยาบ้ารวม 6,592,000 เม็ด ไอซ์ 10 กิโลกรัม มูลค่ารวมกว่า 1,300 กว่าล้านบาท

พล.ต.อ.เฉลิมเกียรติ กล่าวว่า ช่วงหลังนี้กลุ่มผู้ค้ายาเสพติดอาศัยจังหวะที่ประเทศไทยมีพายุเข้า ทำให้ไม่มีการตั้งด่านตรวจ ลักลอบขนยาเข้ามาโดยจะนำมาพักที่โกดังซึ่งภายในบรรจุสินค้าทางการเกษตร ถือเป็นการเปลี่ยนพฤติกรรมการขนยาครั้งใหญ่ สำหรับการแถลงข่าววันนี้ถือว่ายึดยาเสพติดสูงที่สุดตั้งแต่มีการแถลงข่าวมา โดยคดีแรกที่มีการจับกุมผู้ต้องหาได้ 5 คน พร้อมของกลางยาบ้า 6,392,000 เม็ด เจ้าหน้าที่สืบสวนมานานกว่า 1 เดือน พบว่าคนร้ายใช้วิธีการขนยาผ่านทางรถบรรทุกที่ขนสินค้าเกษตรบังหน้า โดยมีการสำรวจเส้นทาง ทำเอกสารให้ถูกต้อง พร้อมใช้คนขับที่เป็นคนภาคกลางแทนชาวเขาและคนภาคเหนือ เพื่อตบตาเจ้าหน้าที่ ซึ่งรับยาจากกลุ่มม้งเชียงรายและกลุ่มม้งพื้นที่ตะเข็บชายแดนไทย-พม่า ก่อนลำเลียงจาก จ.เชียงราย มุ่งหน้าจ.พระนครศรีอยุธยา โดยใช้เป็นรถบรรทุกสิบล้อขนข้าวโพดบังหน้า เมื่อมาถึงจ.พระนครศรีอยุธยา ได้ทำการสับเปลี่ยนรถซึ่งทางเจ้าหน้าที่ที่เฝ้าติดตามอยู่แล้วได้เข้าจับกุมทันที แจ้งข้อกล่าวหาว่า ร่วมกันมียาเสพติดให้โทษประเภท 1 (ยาบ้า) ไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายโดยผิดกฎหมาย

รองผบ.ตร.กล่าวต่อว่า คดีที่ 2 เจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.1 บก.ปส.3 จับกุมตัวนายชารล์ส ดูบุยซี อูเมมมา (UMEMMA CHARLES NDUBUISI) อายุ 34 ปี สัญชาติไนจีเรีย ที่บ้านร้างไม่มีเลขที่ ม.คอลเลจทาวน์ ซ.รามคำแหง 24 แยก 8 แขวงหัวหมาก เขตบางกะปิ กทม. สืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 8 ต.ค. 59 เจ้าหน้าที่ กก.1 บก.ปส.3 ได้ร่วมกันทำการตรวจยึดพัสดุเป็นยาเสพติด (ไอซ์) จำนวน 120 กรัม เพื่อส่งไปซิดนีย์ ออสเตรเลีย จากร้านรับส่งไปรษณีย์ต่างประเทศแห่งหนึ่ง จึงดำเนินการสืบสวนจนกระทั่งทราบว่านายชารล์ส ดูบุยซี อูเมมมา ผู้ต้องหาเป็นผู้นำพัสดุดังกล่าวไปส่งที่บริษัทรับขนส่งพัสดุระหว่างประเทศ ซึ่งจากการสืบสวนผู้ต้องหาเคยส่งพัสดุไปรษณีย์มาแล้วหลายครั้ง

และคดีสุดท้าย ตำรวจ ปส.4 จับกุมตัวนายเจริญชัย วงศ์พิรุณทอง อายุ 36 ปี นายชาติชาย วงศ์พิรุณทอง อายุ 55 ปี นายทวีศักดิ์ วงศ์พิรุณทอง อายุ 29 ปี และนายสว่าง แซ่ย่าง อายุ 41 ปี พร้อมด้วยของกลางยาบ้าจำนวน 100 มัดรวมประมาณ 200,000 เม็ด ไอซ์จำนวน 10 ถุงรวมน้ำหนักประมาณ 10 กิโลกรัม ลักลอบขนยาเสพติดจากจ.เชียงใหม่ ไปส่งให้ลูกค้าที่ อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา ระหว่างทางถึงจุดตรวจบริเวณริมถนนเพชรเกษม (กรุงเทพฯ-ชุมพร) เจ้าหน้าที่จึงเรียกหยุดรถขอตรวจค้นพบของกลางดังกล่าวจึงจับกุม พร้อมแจ้งข้อหาร่วมกันมียาเสพติดให้โทษประเภท 1 (ยาบ้า, ไอซ์) ไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายโดยไม่ได้รับอนุญาต ซึ่งการจับกุมทั้ง 3 คดี สามารถจับกุมผู้ต้องหาได้ทั้งสิ้น 10 คน ของกลางยาบ้ารวม 6,592,000 เม็ด ไอซ์ 10 กิโลกรัม มูลค่ารวมกว่า 1,342,570 ล้านบาท

ด้าน พล.ต.ท.สมหมาย กล่าวว่า ปัจจุบันประเทศไทยกลายเป็นจุดพักยา เพื่อส่งออกไปยังประเทศอื่น เช่น อินโดนีเซีย มาเลเซีย และประเทศอื่นๆ มากขึ้น โดยปริมาณยาที่ส่งออกมีจำนวนถึง 5 พันล้านเม็ด ทำให้ยาเสพติดในประเทศขาดตลาด จึงก่อให้เกิดอาชญากรจากผู้เสพยามากยิ่งขึ้น ทั้งนี้ยาบ้าที่จับได้ครั้งนี้จะมีตราประทับรูปแบตแมน จำนวน 2 สี คือสีดำ และสีแดง ซึ่งสีของเม็ดยานั้นจะบ่งบอกปริมาณตัวยาที่ไม่เท่ากันส่งผลต่อความเข้มของสี หากสีเข้มมากตัวยาจะมีฤทธิ์ที่แรงกว่า ทำให้ราคาจะแตกต่างกัน และมีรูปแบบต่างๆ อาทิ รูปแบตแมน หรือสัญลักษณ์ 999 ตราสโมสรฟุตบอลแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ซึ่งเจ้าหน้าที่จะได้สอบสวนขยายผลต่อไป เพราะโจรก็ต้องทำทุกวิถีทางเพื่อส่งยา ทางเจ้าหน้าที่ก็มีความลำบากในการเข้าจับมากยิ่งขึ้นจนอาจเกิดการต่อสู้ขัดขืนขึ้น ซึ่งก็จะต้องดำเนินการต่อไป

พล.ต.ท.สมหมาย กล่าวต่อว่า สำหรับสถานการณ์ยาเสพติดในปัจจุบันนั้น เจ้าหน้าที่ทำการยึดยาเสพติดตั้งแต่วันที่ 1 ต.ค.59 –15 ก.ย.60 แบ่งเป็นยาบ้า 100,208,829 ล้านเม็ด ยาไอซ์ 4,324.89 กิโลกรัม เฮโรอีน 195.403 กิโลกรัม โคเคน 32.19 กิโลกรัม และกัญชาแห้ง 2,826.53 กิโลกรัม ยึดทรัพย์ที่ทางป.ป.ส.มีคำสั่งแล้วทั้งหมด 319.18 ล้านบาท และยังมีทรัพย์สินที่ทางบช.ปส.ยึดไว้ตรวจสอบอีก 7,585,147,328 บาท เป็นคดีทั้งหมด 408 คดี เทียบกับปีก่อนซึ่งอยู่ที่ 456 คดี และปี 58 อยู่ที่ 388 คดี โดยปริมาณยาเสพติดในปี 60 นี้เยอะที่สุด.