วันอังคารที่ 24 ตุลาคม พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

เร่งตรวจสอบบิ๊กตร. นั่งที่ปรึกษาสถาบันกวดวิชา เอี่ยวติวเตอร์แทนหรือไม่

ตำรวจกองปราบเร่งตรวจสอบข้อมูลบุคคลระดับสูง ตั้งแต่ยศ พล.ต.ท.-พ.ต.อ. และดร.หลายคน นั่งตำแหน่งที่ปรึกษากิตติมศักดิ์สถาบันกวดวิชาย่านหัวหมาก ว่ามีส่วนรู้เห็นกับ “ติวเตอร์แทน” ต้มตุ๋นเหยื่อฝากเข้ารับราชการหรือไม่ พร้อมทั้งเตรียมแจ้งข้อหาฉ้อโกงเป็นปกติธุระติวเตอร์แสบ ก่อนส่งให้ ปปง.เอาผิดฐานฟอกเงิน

จากกรณีเจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.1 บก.ป. จับกุมนายวีระชัย หรือติวเตอร์แทน กาละภักดี อายุ 41 ปี อาจารย์และหุ้นส่วนสถาบันอักษรราม (เปิดกวดวิชา) ย่านหัวหมาก ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลจังหวัดกาฬสินธุ์ ที่ 245/2560 ลงวันที่ 4 ส.ค. 60 ข้อหาร่วมกันฉ้อโกง หลังนายวีระชัยหลอกลวงเรียกรับเงินจากผู้เสียหาย อ้างรู้จักผู้ใหญ่ในวงราชการสามารถฝากเข้าทำงานรับราชการตำรวจ ทหารและพนักงานการไฟฟ้าฝ่ายผลิต หรือ กฟผ. ได้ แต่ผู้ที่สนใจจะต้องยอมจ่ายเงินเป็นค่าวิ่งเต้นรายละประมาณ 5 แสนบาท ที่ผ่านมามีผู้เสียหายหลงเชื่อยอมจ่ายเงินค่าดำเนินการให้กับนายวีระชัยจำนวนหลายราย มูลค่าความเสียหาย รวม 30 ล้านบาท ตามที่เสนอข่าวไปนั้น

ความคืบหน้าเมื่อวันที่ 18 ก.ย.60 ที่กองบังคับการปราบปราม (บก.ป.) พ.ต.อ.ธงชัย อยู่เกษ ผกก.1.บก.ป. กล่าวว่า ขณะนี้ได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่ชุดปฏิบัติการ กก.1 บก.ป. เร่งดำเนินการตรวจสอบข้อมูลเกี่ยวกับสถานบันอักษรราม ว่าบุคคลระดับสูงที่ปรากฏชื่ออยู่ในเว็บไซต์ของสถาบันดังกล่าว มีส่วนเกี่ยวข้องกับการกระทำผิดด้วยหรือไม่ เนื่องจากภายในเว็บไซต์ของสถาบันนั้น มีการระบุชื่อบุคคลระดับสูง มียศตำแหน่งตั้งแต่ระดับ พล.ต.ท. จนถึงระดับ พ.ต.อ. และดร. จำนวนหลายคน เข้ามาร่วมอยู่ในตำแหน่งของที่ปรึกษากิตติมศักดิ์ สถาบันอักษรราม จึงจำเป็นต้องมีการตรวจสอบให้แน่ชัดว่าเป็นการแอบอ้างหรือบุคคลเหล่านี้มีส่วนรู้เห็นในการกระทำความผิดด้วยหรือไม่


พ.ต.อ.ธงชัย กล่าวอีกว่า นอกจากนี้จากการตรวจสอบข้อมูลแผนประทุษกรรมของนายวีระชัย ที่ผ่านมา พบว่า มีการกระทำผิดลักษณะฉ้อโกงดังกล่าวหลายครั้ง และมีผู้เสียหายหลายราย ถือเป็นการกระทำความผิดที่เข้าข่าย ฉ้อโกงเป็นปกติธุระ ซึ่งเป็นความผิดที่สามารถดำเนินการทางกฎหมายเกี่ยวกับการฟอกเงินได้ แตกต่างจากคดีฉ้อโกงทั่วไป จึงได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนเร่งรวบรวมข้อมูลประวัติทางคดีของนายวีระชัย เพื่อเตรียมประสานข้อมูลให้กับ ปปง. ดำเนินการเกี่ยวกับกฎหมายฟอกเงินเพื่อจะดำเนินการยึดทรัพย์ รวมถึงได้สั่งการให้มีการตรวจสอบให้แน่ชัดว่า นอกจากนายวีระชัยแล้วยังมีผู้ร่วมขบวนการรายอื่นๆ ที่คอยทำหน้าที่ในการหาเหยื่อมาให้ผู้ต้องหารายนี้อีกหรือไม่ และตรวจสอบให้แน่ชัดว่าเพราะเหตุใดผู้ต้องหารายนี้ถึงเลือกหลอกลวงเหยื่อเฉพาะในพื้นที่ภาคอีสาน 


พ.ต.อ.ธงชัย กล่าวอีกด้วยว่า อย่างไรก็ตามตนอยากขอความร่วมมือไปยังผู้เสียหายที่ถูกนายวีระชัย ผู้ต้องหารายนี้หลอกลวง และยังไม่เคยมีการแจ้งความดำเนินคดีในท้องที่ไหน ให้รวมตัวกันมาเข้าให้ข้อมูลหรือแจ้งความกับทางเจ้าหน้าที่กองปราบ เพื่อที่ทางเจ้าหน้าที่จะสามารถตรวจสอบข้อมูลให้แน่ชัดได้ว่าการกระทำของนายวีระชัย นั้นเข้าข่ายความผิดในฐาน ฉ้อโกงประชาชน หรือไม่ เนื่องจากที่ผ่านมานายวีระชัย มักจะถูกดำเนินคดีในข้อหา ฉ้อโกง ซึ่งสามารถยอมความได้ แต่หากเป็นการกระทำความผิดฐานฉ้อโกงประชาชน นั้นจะมีโทษที่หนักกว่าความผิดฐานฉ้อโกง และเป็นความผิดที่ไม่สามารถยอมความได้ ซึ่งในวันนี้เองก็มีผู้เสียหายจำนวน 3-4 ราย เดินทางมาเข้าให้ข้อมูลกับทางเจ้าหน้าที่ตำรวจกองปราบบ้างแล้ว


รายงานข่าวแจ้งว่า เมื่อเวลาประมาณ 10.00 น. ของวันเดียวกันนี้ ร.ต.อ.ประดิษฐ์ อัศวภูมิ รอง สว.สอบสวน สภ.คำม่วง จ.กาฬสินธุ์ ได้เบิกตัวนายวีระชัย ออกจากห้องคุมขังเพื่อนำตัวไปส่งฝากขังศาลจังหวัดกาฬสินธุ์ ในผัดแรก โดยในเบื้องต้นนั้นพนักงานสอบสวน สภ.คำม่วง ได้มีการยื่นเรื่องขอคัดค้านการประกันตัวนายวีระชัย ผู้ต้องหารายนี้ เนื่องจากคดีดังกล่าวมีมูลค่าความเสียหายค่อนข้างมาก ขณะเดียวกันได้มีเจ้าหน้าที่ตำรวจภูธร จากท้องที่ต่างๆ เดินทางนำหมายศาลในคดีฉ้อโกงค้างเก่ามารอยื่นเพื่อขออายัดตัวไปดำเนินคดีต่ออีกหลายแห่ง


รายงานข่าวแจ้งอีกว่า ด้านพนักงานสอบสวน สภ.คำม่วง ได้มีการติดต่อประสานไปยังผู้ต้องสงสัยที่เชื่อว่าอยู่ร่วมในขบวนการเดียวกันกับนายวีระชัย ตามคำให้การของผู้เสียหายแล้ว 2 ราย ประกอบด้วย เจ้าหน้าที่ อบจ.หนองบัวลำภู (น.ส.วิภานันท์ สาระรัตน์) และชายไม่ทราบชื่อ เป็นเจ้าหน้าที่ตำแหน่งนายช่างองค์การบริหารส่วนตำบลโนนแหลมทอง จ.กาฬสินธุ์ เพื่อขอนัดหมายให้เดินทางมาเข้าให้ปากคำกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ เบื้องต้นเจ้าหน้าที่สามารถติดต่อได้เพียง 1 รายเท่านั้นคือ เจ้าหน้าที่ อบจ.หนองบัวลำภู ที่รับปากว่าจะเดินทางมาให้ปากคำกับเจ้าหน้าที่ตำรวจภายในสัปดาห์นี้ ส่วนเจ้าหน้าที่ตำแหน่งนายช่างองค์การบริหารส่วนตำบลโนนแหลมทอง จ.กาฬสินธุ์ เบื้องต้นขณะนี้ยังไม่สามารถติดต่อได้ เจ้าหน้าที่จึงมีกำหนดขีดเส้นตายภายในสัปดาห์นี้หากยังไม่มาพบเจ้าหน้าที่จะมีการออกหมายเรียกเป็นครั้งที่ 2 และหากยังไม่มาตามกำหนดหมายเรียกทั้ง 2 ครั้ง จะดำเนินการออกหมายจับต่อไปในทันที

นอกจากนี้พนักงานสอบสวน สภ.คำม่วง จ.กาฬสินธุ์ ยังได้รับแจ้งประสานข้อมูลจากสถานีตำรวจภูธรในท้องที่ ภาคอีสานอีกหลายแห่งว่า ในช่วงตลอดวันที่ผ่านมา มีผู้เสียหายเดินทางเข้ามาแจ้งความเอาผิดกับนายวีระชัยเพิ่มเติม รวม 7 ราย โดยทั้งหมดถูกหลอกว่าจะพาฝากเข้าทำงานในการไฟฟ้าฝ่ายผลิตส่วนภูมิภาค หรือ กฟภ. มูลค่าความเสียหายรวมกว่า 4 ล้านบาท.