วันจันทร์ที่ 18 ธันวาคม พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

'มีชัย' เผยปรับการทำงาน ป.ป.ช. โละระบบอนุ กก. ตั้ง จนท.ไต่สวนแทน

"มีชัย" เผยเนื้อหา ก.ม.ป.ป.ช.เลิกใช้ระบบ อนุ กก.ให้ ป.ป.ช.จว.พีอาร์ ส่วน ป.ป.ช.ภาคสอบทุจริต แจงแนวทางดัน ก.ม.รับฟังความเห็น

เมื่อวันที่ 18 ก.ย.60 ที่รัฐสภา นายมีชัย ฤชุพันธุ์ ประธานกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ(กรธ.) กล่าวถึงการพิจารณาร่าง พ.ร.บ.ว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต(ป.ป.ช.) ว่า ในแง่การทำงาน หาก ป.ป.ช.กับอัยการเห็นไม่ตรงกันให้ตั้งคณะทำงานร่วมกัน หากอัยการไม่ฟ้อง ป.ป.ช.ฟ้องเองได้ แต่ละคนต่างมีอิสระ แล้วให้สังคมพิจารณาผลว่าเป็นอย่างไร แต่บางเรื่อง ป.ป.ช.ต้องทำตาม หากอัยการบอกหลักฐานไม่พอ ป.ป.ช.ต้องสอบเพิ่มเติม ส่วนกระบวนการตรวจสอบปรับเปลี่ยนให้เลิกใช้ระบบอนุกรรมการ ที่กว่าจะเริ่มลงมือตรวจสอบได้ต้องใช้เวลากว่า 3 เดือน มาใช้ระบบไต่สวนเบื้องต้นโดยเจ้าหน้าที่ เพื่อให้เริ่มทำงานได้ทันที กำหนดกรอบเวลาตรวจสอบ 2 ปี หากเกินกำหนดต้องสอบเจ้าหน้าที่ว่าทำไมล่าช้า สำหรับการชี้มูลความผิดของเจ้าหน้าที่กำหนดด้วยว่า ป.ป.ช.ต้องทำรายละเอียดให้รอบคอบและเป็นที่ยุติ เพื่อไม่ให้เกิดกรณีซูเอี๋ยกันระหว่างผู้บังคับบัญชากับผู้ที่ต้องถูกลงโทษ ป.ป.ช.ต้องแข็งแกร่งในการทำสำนวนมากขึ้น

นายมีชัย กล่าวว่า ส่วน ป.ป.ช.จังหวัด ยังอยู่ต่อไปแต่ไม่ให้มีหน้าที่ตรวจสอบ เพราะกรรมการไปนั่งในจังหวัด ก็รู้จักกันหมด จึงให้เปลี่ยนมาทำหน้าที่ประชาสัมพันธ์ ส่วนการตรวจสอบให้เป็นหน้าที่ป.ป.ช.ภาค จะเป็นผู้แต่งตั้ง เหตุผลสำคัญเพราะการทุจริตในพื้นที่หรือในจังหวัดไม่ได้เกิดขึ้นทุกวัน ดังนั้นหากมีประเด็นร้องเรียนเรื่องทุจริตเกิดขึ้น ป.ป.ช.ส่วนกลางสามารถมอบหมายให้หน่วยงานระดับภาคเข้าไปสอบสวนในพื้นที่ได้ ยอมรับว่า การทำกฎหมายนี้ยาก มันมีสองด้าน เรามุ่งเน้นที่จะให้มีการปราบทุจริตแต่ก็ให้อำนาจมากไม่ได้

นายมีชัย กล่าวถึงการวางกรอบเพื่อจัดทำร่างกฎหมาย ว่าด้วยการรับฟังความคิดเห็นของประชาชน ก่อนการจัดทำร่างกฎหมาย ว่า ขณะนี้คณะกรรมการที่ปรึกษาเพื่อกำกับการปฏิรูปกฎหมาย ที่มี นายบวรศักดิ์ อุวรรณโณ เป็นประธาน อยู่ระหว่างการยกร่าง เมื่อเสร็จจะส่งให้คณะกรรมการกฤษฎีกาช่วยพิจารณา ทั้งนี้ประเด็นการรับฟังความคิดเห็นของประชาชน เพื่อจัดทำร่างกฎหมายจะใช้เทคโนโลยีเข้าสนับสนุนการทำงาน เบื้องต้นจะมีแนวทางที่ประกาศร่างกฎหมายผ่านเว็บไซต์ เพื่อให้ประชาชนที่มีความรู้และสนใจต่อตัวกฎหมายให้ความเห็นและข้อเสนอแนะ รวมถึงเตรียมเปิดลงทะเบียนให้สำหรับประชาชนที่สนใจ หรือมีประสบการณ์เกี่ยวกับร่างกฎหมาย เพื่อเป็นข้อมูลและหากสำนักงานกฤษฎีกาพิจารณาร่างกฎหมายที่ประชาชนลงทะเบียนไว้จะเรียกมาให้ความเห็น รวมถึงจะมีแนวทางเปิดเวทีรับฟังความเห็นร่างกฎหมายที่สำคัญกระทบต่อสาธารณะ