วันอังคารที่ 12 ธันวาคม พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

พม่าโต้เสียงด่า โบ้ยโรฮีนจาก่อวิกฤติขึ้นเอง ไม่เคยเป็นกลุ่มชาติพันธุ์

ผบ.สส.เมียนมา ออกโรงโต้เสียงประณามของชาวโลก ชี้วิกฤติการณ์ชาวโรฮีนจาอพยพจากยะไข่ ทะลักเข้าบังกลาเทศ เกิดขึ้นจากชาวโรฮีนจาก่อวิกฤติขึ้นมาเอง อีกทั้งที่ผ่านมา มุสลิมโรฮีนจา ไม่เคยอยู่ในกลุ่มชาติพันธุ์ของพม่า

เมื่อ 18 ก.ย.60 สำนักข่าวบีบีซีรายงานว่า พลเอก อ่อง ไหล่ ผู้บัญชาการทหารสูงสุดของเมียนมา ชี้แจงผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว กรณีวิกฤติชาวมุสลิมโรฮีนจา อพยพหนีเหตุรุนแรงในรัฐยะไข่ ไปยังบังกลาเทศแล้วนับ 4 แสนคน จนรัฐบาลเมียนมากำลังโดนวิพากษ์วิจารณ์จากประชาคมโลกอย่างหนักที่ไม่ยอมปกป้องดูแลชาวโรฮีนจา โดยพลเอก อ่อง ไหล่ ผู้บัญชาการทหารสูงสุดเมียนมาได้ตำหนิชาวโรฮีนจาว่า เป็นตัวการก่อวิกฤติการณ์ครั้งนี้ขึ้นมาเอง และมีชาวโรฮีนจา ‘หัวรุนแรง’ กำลังพยายามจะจัดตั้งฐานที่มั่นในรัฐยะไข่

พล.อ. อ่อง ไหล่ ระบุว่า ชาวโรฮีนจาไม่เคยเป็นกลุ่มชาติพันธุ์ของประเทศเมียนมา โดยปฏิบัติการทางทหารครั้งใหม่ในรัฐยะไข่ ที่เริ่มขึ้นเมื่อ 25 สิงหาคม ที่ผ่านมา เกิดขึ้นหลังจาก ‘ชาวเบงกาลีหัวรุนแรง’ (ชาวพม่าเรียกโรฮีนจาว่า เบงกาลี) ก่อเหตุโจมตีป้อมตำรวจจนเกิดการปะทะกับกำลังทหาร-ตำรวจนับ 93 จุด และทำให้มีฝ่ายเจ้าหน้าที่รักษาความมั่นคงเสียชีวิตไปถึง 12 ราย ขณะที่ชาวโรฮีนจาได้เริ่มอพยพออกจากประเทศเมียนมา หลังจากกองทัพจำเป็นต้องใช้ปฏิบัติการทางทหารปราบปรามกลุ่มชาวโรฮีนจาที่ก่อเหตุรุนแรง ไปจนถึงเผาหมู่บ้าน และโจมตีชาวบ้านเพื่อพยายามผลักดันให้ชาวโรฮีนจาอพยพออกไปจากรัฐยะไข่

ขณะเดียวกัน ผู้บัญชาการทหารสูงสุดเมียนมา ยังเรียกร้องให้ประชาชนและสื่อในเมียนมา จงร่วมแรงร่วมใจเป็น ‘หนึ่งเดียว’ ในประเด็นของโรฮีนจาด้วย ทั้งนี้ สหประชาชาติได้เตือนอย่างต่อเนื่องว่า การที่กองทัพเมียนมาส่งกำลังทหารไปปราบปรามชาวโรฮีนจา ในรัฐยะไข่ ซึ่งส่วนใหญ่เป็นมุสลิมนั้น ชาวโรฮีนจาที่เสียชีวิต มีจำนวนรวมกันจนสามารถถือว่าเป็นการฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ได้เลยทีเดียว.