วันอังคารที่ 24 ตุลาคม พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

'วีระ' ข้องใจ DSI ไม่ดำเนินคดีอีก 200 ราย ร่วมข้อหาฟอกเงินกรุงไทย

"วีระ สมความคิด" ข้องใจ "ดีเอสไอ" ไม่ดำเนินคดีข้อหาฟอกเงิน ผู้มีส่วนร่วมให้ครบทั้ง 200 ราย โวยทั้งที่มีหลักฐานโอนเงินชัดเจน ชี้หากมีการเลือกปฏิบัติ และไม่กล้าเอาผิดบางราย ยัน คสช. ไม่จริงใจปราบโกง...

เมื่อวันที่ 18 ก.ย. 60 จากกรณีที่ นายวีระ สมความคิด ได้แสดงความรู้สึกหลังจากได้ยื่นเรื่องต่อ กรมสอบสวนคดีพิเศษ หรือ ดีเอสไอ ให้ดำเนินคดีผู้มีส่วนเกี่ยวข้องกับคดีฟอกเงินธนาคารกรุงไทยเพิ่มเติม แล้วรู้สึกแปลกใจว่าเหตุใด ดีเอสไอ จึงไม่ดำเนินคดีต่อผู้ร่วมกระทำความผิดเกี่ยวกับคดีฟอกเงินธนาคารกรุงไทย ให้ครบทุกราย เพราะในกรณีนี้มีผู้ได้รับเงินโอนที่ผิดกฎหมายดังกล่าวประมาณ 200 ราย แต่กลับมีการเลือกดำเนินคดีเพียงไม่กี่รายเท่านั้น ทั้งๆ ที่มีหลักฐานการโอนเงินและการรับเงินอย่างชัดเจน ทั้งนี้ หลายรายการมียอดเงินโอนเข้าบัญชีหลักล้านถึงสิบล้านบาท ซึ่งผู้รับเงินมีทั้งบุคคลที่มีชื่อเสียงและหน่วยงานที่สำคัญระดับประเทศ ราว 200 ราย ในขณะที่ยอดเงินส่วนที่ศาลฯ ตัดสินว่าผิดกฎหมาย มีมูลค่ารวม 3,554 ล้านบาท ซึ่งหากดีเอสไอไม่รีบดำเนินคดี นอกจากจะผิดกฎหมายเพราะเข้าข่ายละเว้นการปฏิบัติหน้าที่แล้ว ยังจะทำลายความชอบธรรมของรัฐบาลและ คสช. ที่มักอ้างตัวว่ายึดอำนาจเพื่อเข้ามาปราบโกงอีกด้วย เพราะมีการเลือกปฏิบัติ ดำเนินคดีเฉพาะผู้ต้องหาบางรายเท่านั้น หากรัฐบาลมีความจริงใจที่จะปราบโกง ก็ควรต้องดำเนินคดีต่อคนผิดทุกคนอย่างเท่าเทียมกัน ไม่ว่าผู้กระทำผิดนั้นจะเป็นใคร จะใหญ่โตขนาดไหน

ทั้งนี้ ได้มีผู้สื่อข่าวถาม นายวีระ ว่าในจำนวนผู้เกี่ยวข้องจำนวน 200 รายนี้ มีมูลนิธิรัฐบุรุษ และนายทหารระดับสูงที่เป็นคนใกล้ชิดของ พลเอก เปรม ติณสูลานนท์ ด้วยหรือไม่ นายวีระ กลับตอบว่า ถ้าองค์กรหรือบุคคลดังกล่าวมีรายชื่อปรากฏอยู่ในหลักฐานการโอน หรือรับโอนเงินที่ได้มาจากการกระทำความผิด ก็สมควรต้องถูกดำเนินคดีด้วยเช่นกัน ทั้งนี้ การเดินทางเข้าให้ข้อมูลของตนต่อดีเอสไอในครั้งนี้ ก็สอดคล้องกับนโยบายปราบโกงของ คสช. และก็เป็นไปตามที่ เลขาธิการ ปปง. ได้ให้สัมภาษณ์กับสื่อมวลชนเมื่อไม่กี่วันมานี้ และได้เชิญชวนให้ประชาชนนำข้อมูลเกี่ยวกับการฟอกเงินมาแจ้งให้ทางราชการทราบ เพื่อที่ ปปง. จะได้ไปติดตามยึดเงินที่ผิดกฎหมายกลับคืนมาเป็นสมบัติของแผ่นดิน ดังนั้น หากมีการเลือกปฏิบัติดำเนินคดีเฉพาะบางราย แต่ไม่กล้าเอาเรื่องกับบางราย แสดงว่า คสช. ไม่จริงใจจะปราบโกง และข้ออ้างเรื่องยึดอำนาจเพื่อเข้ามาปราบโกงก็คงเป็นเพียงแค่ลมปากเท่านั้น

ทั้งนี้ เมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมา (จันทร์ที่ 18 ก.ย. 60) เวลา 10.00 น. นายวีระ สมความคิด ได้เดินทางไปที่กรมสอบสวนคดีพิเศษ หรือ ดีเอสไอ ถนนแจ้งวัฒนะ เพื่อร้องทุกข์กล่าวโทษให้ดีเอสไอดำเนินคดีในความผิดฐานฟอกเงินต่อบุคคลและนิติบุคคล เพิ่มอีกราว 200 ราย ที่มีหลักฐานปรากฏว่าเป็นผู้โอนและรับโอนเงินที่ถูกศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองตัดสินว่าเป็นเงินที่ได้จากการกระทำผิด ในคดีเงินกู้ของธนาคารกรุงไทย ซึ่งก่อนหน้านี้ ผู้บริหารของธนาคารกรุงไทยได้ถูกตัดสินจำคุกไปแล้ว และขณะนี้ ดีเอสไอ กำลังดำเนินคดีในข้อหาฟอกเงินต่อบุคคลที่เกี่ยวข้องกับการโอนและรับโอนเงินดังกล่าว แต่ นายวีระ สมความคิด เห็นว่าขณะนี้ คณะกรรมการปราบปรามการฟอกเงิน หรือ ปปง. ได้ยื่นร้องทุกข์ให้ดีเอสไอดำเนินคดีในข้อหาฟอกเงินต่อผู้ได้รับโอนเงินดังกล่าวเพียงบางคนเท่านั้น ซึ่ง นายวีระ เห็นว่ามีผู้ร่วมกระทำความผิดมากกว่านั้น จึงเดินทางมาร้องทุกข์ต่อดีเอสไอให้ดำเนินคดีกับผู้เกี่ยวข้องทุกรายโดยไม่เลือกปฏิบัติ.