วันอังคารที่ 12 ธันวาคม พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

วท.ผนึกพลังอาชีวะติดอาวุธ "เด็กช่าง" สู่สตาร์ตอัพขับเคลื่อนไทยแลนด์ 4.0 : ปั้นนักรบเศรษฐกิจรุ่นใหม่

“นักรบเศรษฐกิจรุ่นใหม่”

และแล้วโครงการ “สตาร์ตอัพ” ของกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (วท.) ก็ดังกระหึ่มเมืองด้วยกระแสตอบรับยุทธศาสตร์ “นักรบเศรษฐกิจรุ่นใหม่” เพื่อสร้างฐานเศรษฐกิจไทยใหม่

2 ปีที่ผ่านมา กระทรวงวิทยาศาสตร์ฯได้พัฒนาธุรกิจสตาร์ตอัพให้เป็นฐานเศรษฐกิจใหม่ของประเทศให้เข้มแข็ง และถือเป็นการประกาศจุดยืน และความมุ่งมั่นของรัฐบาล ที่ใช้ฐานเศรษฐกิจสตาร์ตอัพ เพื่อขับเคลื่อนสู่ไทยแลนด์ 4.0 พร้อมกับสร้างเครือข่ายสตาร์ตอัพในแวดวงธุรกิจให้เกิดขึ้นอย่างมากมาย

ถึงเวลานี้ “สตาร์ตอัพ” ไม่ใช่คำใหม่ของ สังคมไทยอีกต่อไปแล้ว แต่ถือว่ามีความสำคัญ ท่ามกลางการเปลี่ยนแปลงของสังคมไทยที่ต้อง การเห็นธุรกิจเกิดใหม่ที่ต้องการสร้างความเปลี่ยนแปลงด้วยแนวคิดที่แตกต่าง โดยใช้กระบวนการและนวัตกรรมที่ไม่เหมือนใคร เพื่อสร้างความเปลี่ยนแปลงนั้นๆ

ขณะเดียวกัน จากนี้จะมี การขยายโอกาสการเข้าสู่สตาร์ตอัพในกลุ่มนักเรียนอาชีวะเพื่อสร้างผู้ประ กอบการเทคโนโลยีรายใหม่เพื่อผลักดันสตาร์ตอัพ ทั้งเรื่องของหลักสูตร วิธีคิด เพื่อสร้าง “นักรบเศรษฐกิจรุ่นใหม่”

“กลุ่มเป้าหมายของสตาร์ตอัพคือ กลุ่มนักเรียนอาชีวะที่มีฝีมือ แต่อาจยังไม่มีแนวคิดในการทำหรือตั้งธุรกิจ ขาดทักษะ แต่ถือเป็นคนรุ่นใหม่ที่มีมุมมองความคิดแบบเด็กช่างกล สั่งงานแล้วสามารถทำได้ตามความ ต้องการ แต่ยังขาดการนำวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและนวัตกรรมเข้าไปช่วยติดอาวุธเพื่อให้เกิดไอเดีย ดังนั้น สำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ (สนช.) จะเข้าไปสร้างเครือข่ายเด็กอาชีวะให้เติบโต มีศูนย์บ่มเพาะ ให้บริการทางธุรกิจ ดึงเด็กเข้ามามีส่วนร่วม เพื่อเรียนรู้การดำเนินการธุรกิจแบบสตาร์ตอัพ เพื่อจะทำความเข้าใจและนำความรู้ความเข้าใจที่ถูกต้องไปประยุกต์ใช้เชิงบริหาร กลุ่มนักเรียนอาชีวะจึงถือว่าสำคัญ และอย่าลืมว่า สตาร์ตอัพไม่จำเป็นต้องลงทุนเอง แต่สามารถนำเสนอไอเดียเพื่อซื้อใจนักลงทุนให้เห็นศักยภาพและมาร่วมลงทุนได้” ดร.อรรชกา สีบุญเรือง รมว.วิทยาศาสตร์ฯ ระบุ ถึงของการนำเด็กอาชีวะเข้าสู่สตาร์ทอัพ

ทั้งนี้ กระทรวงวิทยาศาสตร์ฯได้ลงนามความร่วมมือกับสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (สอศ.) กระทรวงศึกษาธิการเพื่อนำเด็กนักเรียนอาชีวะพัฒนาสู่ความเป็นสตาร์ตอัพ มีการนำ 800 โรงเรียนอาชีวะทั่วประเทศเข้ามาเรียนรู้อบรมในรูปแบบของการแข่งขัน เพื่อบ่มเพาะกำลังแรงงานยุคใหม่ที่ความคิดสร้างสรรค์ มี ทักษะของการเป็นผู้ประกอบการ และมีความสามารถในการนำเทคโนโลยีและนวัตกรรมมาสร้างความเปลี่ยนแปลงทางธุรกิจ

“รูปแบบคือ ให้ 800 โรงเรียนอาชีวะกำหนดแผนสตาร์ตอัพเพื่อเข้าประกวด อาจเป็นเรื่องของเกษตร อาหาร ท่องเที่ยว อุตสาหกรรม ฯลฯ จากนั้นจะคัดให้เหลือ 50 ทีม นำมาเข้าค่ายอบรม โดยจะมี กลุ่มผู้ประกอบการสตาร์ตอัพที่ประสบความสำเร็จมาให้ความรู้ แล้วจัดให้มีการแข่งขัน เพื่อหาผู้ชนะ 3 ทีมที่เป็นสตาร์ตอัพ ก่อนนำไปศึกษาดูงานสตาร์ตอัพที่
ประสบความสำเร็จในต่างประเทศ” รมว.วิทยาศาสตร์ฯ กล่าว

ที่สำคัญคือ สถาบันอาชีวะที่ได้เป็นสตาร์ตอัพ จะเป็นต้นแบบของโรงเรียนอาชีวะ ที่กระทรวงวิทยาศาสตร์ฯจะให้ การสนับสนุน เพื่อลดความเหลื่อมล้ำ ไม่ให้เด็กอาชีวะรู้สึกเป็นเด็ก 2 มาตรฐานที่ได้รับการปฏิบัติอย่างแตกต่าง จากเด็กมหาวิทยาลัย ทั้งยังเป็นการขยายโอกาสให้เด็กอาชีวะเข้าสู่วงจรเศรษฐกิจของประเทศ

ขณะเดียวกัน กระทรวงวิทยาศาสตร์ฯได้เร่งทำงานเชิงรุกในการแก้ไขกฎหมายที่เป็นอุปสรรค สร้างเครือข่ายให้ สตาร์ตอัพมีความรู้ในการ ทำธุรกิจ รวมทั้งพยายามเน้นให้นำผลงานวิจัยและนวัตกรรมมาพัฒนาเป็นผลิตภัณฑ์เพื่อให้เกิดธุรกิจใหม่ๆ พร้อมกับสร้างชุมชนสตาร์ทอัพให้เกิดขึ้นในกรุงเทพฯ ย่านสยามสแควร์ จ.เชียงใหม่ ย่านถนน นิมมานเหมินทร์ เป็นต้น นอกจากนี้ จะกำหนดพื้นที่ที่จะพัฒนาเป็นย่านนวัตกรรมนำร่อง อาทิ ในกรุงเทพฯ ย่านถนนโยธี ปทุมวัน คลองสาน รัตนโกสินทร์ กล้วยน้ำไท ลาดกระบัง ปุณณวิถี บางซื่อ เป็นต้น ในต่างจังหวัด เช่น ศรีราชา พัทยา ขอนแก่น ภูเก็ต เป็นต้น

“การทำงานร่วมกับโรงเรียนอาชีวะ ถือว่าช่วยสร้างผู้ประกอบการสตาร์ตอัพรุ่นใหม่ และเชื่อว่าสตาร์ตอัพจะเติบโตก้าวกระโดดมากขึ้น” ดร.อรรชกา กล่าวพร้อมขยายด้วยว่า ที่สำคัญนอกจากกระทรวงวิทยาศาสตร์ฯผลักดันแล้ว ยังมีสมาคมวิทยาศาสตร์แห่งประเทศไทยในพระบรมราชูปถัมภ์ บริษัทเอสโซ่ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) มาช่วยสนับสนุน เพราะที่ผ่านมากระทรวงฯได้ร่วมกับหน่วยงานดังกล่าวจัดประกวดโครงงานวิทยาศาสตร์จากนักเรียนอาชีวะ ระดับ ปวช.และ ปวส. ซึ่งมีเด็กอาชีวะร่วมประกวดถึง 452 โครงการ โดยเน้นไปที่การนำกระบวนการทาง วิทยาศาสตร์เพื่อแก้ปัญหาในท้องถิ่น โดยผลงานของนักเรียนอาชีวะบางส่วน สามารถนำไปพัฒนาเพื่อใช้ในอุตสาหกรรมได้จริง หลายผลงาน ดังนั้น การนำเด็กอาชีวะเข้าสู่สตาร์ตอัพจึงเป็นการต่อยอดอย่างเป็นรูปธรรม

“ทีมข่าววิทยาศาสตร์” มองว่า การนำเด็กอาชีวะเข้าสู่การเป็นสตาร์ตอัพ นอกจากจะเป็นการสร้างโอกาสให้เด็กอาชีวะ เพราะโลกปัจจุบันฝีมือดีอย่างเดียวไม่พอ แต่ต้องรู้โอกาสทางธุรกิจด้วย ยังเป็นการช่วยตอบโจทย์ข้อใหญ่ของรัฐบาลที่พยายามหาทางให้เด็กไทยหันมาสนใจและอยากเรียนอาชีวศึกษา

ถ้ากระทรวงวิทยาศาสตร์ฯมีการส่งเสริมเด็กอาชีวะอย่างจริงจัง ก็หมายถึงอนาคตอันงดงามของเด็กเหล่านี้ย่อมไม่ด้อยไปกว่านิสิต นักศึกษา ที่จบจากสถาบันอุดมศึกษา

เข้าตำรา “ยิงปืนนัดเดียวได้นกสองตัว”.

ทีมข่าววิทยาศาสตร์