วันจันทร์ที่ 18 ธันวาคม พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

'ลูกท็อป-ประภัตร' นำทีม ชทพ. พบบิ๊กตู่ ปากหวานให้อยู่ต่อ 8-10 ปี

"ลูกท็อป-ประภัตร" นำทีมชาติไทยพัฒนา พบ "บิ๊กตู่" ลงพื้นที่ครม.สัญจร ปากหวานให้อยู่ต่อ 8-10 ปี ถ้าทำให้เรื่องปากท้องปชช.อยู่ดี อยู่ได้ ชี้ เลือกตั้งเร็วไม่ได้ประโยชน์ ลั่น พร้อมเล่นตามกติกา

เมื่อเวลา 11.45 น. วันที่ 18 ก.ย. พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี พร้อมคณะ เดินทางมายังโรงเรียนเกษตรกรชาวนา สถาบันวิทยาศาสตร์ข้าวแห่งชาติ ตำบลรั้วใหญ่ อำเภอเมือง จังหวัดสุพรรณบุรี เพื่อเยี่ยมชมผลการดำเนินงานของโรงเรียนเกษตรกรชาวนาจังหวัดสุพรรณบุรี

โดยมีแกนนำพรรคชาติไทยพัฒนา (ชทพ.) อาทิ นายวราวุธ ศิลปอาชา ประธานสโมสรสุพรรณบุรี เอฟซี นายประภัตร โพธสุธน นายกรวีร์-นายภราดร ปริศนานันทกุล อดีต ส.ส.อ่างทอง นายณัฐวุฒิ ประเสริฐสุวรรณ นายสรชัด สุจิตต์ อดีต ส.ส. สุพรรณบุรี นายเสมอกัน เที่ยงธรรม อดีต ส.ส. สุพรรณบุรี ให้การต้อนรับ ซึ่งถือเป็นบิ๊กกลุ่มการเมือง กลุ่มแรกที่มาให้การต้อนรับ พล.อ.ประยุทธ์ ระหว่างลงพื้นที่ประชุมครม.สัญจร แตกต่างจากการประชุมครม.สัญจร ที่จังหวัดนครราชสีมา ที่ไม่มีนักการเมืองมาปรากฏตัว

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเข้ามาในเต็นท์ต้อนรับ ซึ่งได้จัดเตรียมไว้ พล.อ.ประยุทธ์ ได้เดินเข้าไปทักทาย นายวราวุธ พร้อมยิ้มอย่างเป็นกันเองก่อนถามว่า "สบายนะ" โดยนายวราวุธ พยักหน้าพร้อมกล่าวว่า "ขอบคุณครับท่าน"

พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า วันนี้ไม่กินข้าวก็ได้เพราะดีใจที่ได้พบกับประชาชน ได้พบนายประภัตร และนายวราวุธ ปลื้มใจที่จะได้เห็นประเทศเปลี่ยนแปลง รัฐบาลยืนยันว่า ไม่ได้เลือกข้าง โดยทุกคนต้องมาช่วยกันทำให้ประเทศเข้มแข็งและยั่งยืน ดีใจที่พบนักการเมืองด้วย เพราะท่านทำมาเยอะ นักการเมืองก็ต้องสัญญาว่า จะทำให้ประเทศดีขึ้น และนักการเมืองต้องไม่ผิดสัญญา

"ผมฝากกับพี่ประภัตร ฝากกับท็อป ฝากกับ ปริศนานันทกุล ผมขอฝากความหวังไว้กับทุกคน เราจะต้องไม่ขัดแย้งกันอีก เราต้องเดินหน้าให้ได้ ส่วนคดีใครถูกผิด ถูกตัดสิน ก็ว่ากันไปตามกระบวนการ และผมไม่ใช้ มาตรา 44 ไปตัดสินใคร อยากให้พี่ประภัตร นึกถึงคนจังหวัดอื่นด้วย เป็นรัฐบาลคราวหน้า ก็นึกถึงคนจังหวัดอื่นด้วย พล.อ.ประยุทธ์ กล่าว

พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวต่อว่า เราต้องเดินตามยุทธศาสตร์ชาติ และแผนการปฏิรูป โดยเอาปัญหาต่างๆ มาร้อยเรียง แล้วใช้เวลาแก้ไขปัญหา ยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี เขียนไว้กว้างๆ ไม่ได้บีบรัด ยอมรับว่า วันนี้เศรษฐกิจไม่ดีนัก แต่บ้านเมืองก็จะมีปัญหาอีกไม่ได้ จึงอย่าเอาเศรษฐกิจมาปนกับเรื่องการเมือง และโครงการของรัฐบาลก่อน หากทำไว้ดีตนก็ไม่ได้ล้มซะทั้งหมด

ผู้สื่อข่าวรายงานว่าในระหว่างที่ พล.อ.ประยุทธ์ พูดถึงการเลือกตั้ง นายประภัตร ได้แสดงความเห็นว่า ถ้าประเทศยังไม่ปรองดองก็ไม่ต้องเลือกตั้ง แต่มีข้อแม้ว่านายกฯ ต้องลงพื้นที่บ่อยๆ ทำให้พล.อ.ประยุทธ์ชักชวนให้นายประภัตรไปด้วยกัน จากนั้น นายกฯ จะชวนให้นายประภัตร อภิปราย

โดยนายประภัตร กล่าวว่า "ขอบคุณที่นายกฯ เปิดใจรับการเมือง เพราะนักการเมืองไม่ได้เลวทุกคน นักการเมืองดีก็มี การเลือกตั้งเร็วไม่ได้ประโยชน์ เพราะวันนี้ทะเลาะกัน ถ้าเลือกตั้งก็ต้องด่ากัน วันนี้ขอเพียงรัฐบาลแบ่งงบประมาณจากการโครงการรถไฟความเร็วสูงมาช่วยชาวนา เพราะเมื่อปากท้องของประชาชนอยู่ได้ นายกฯ จะอยู่อีก 8 ปี 10 ปี ผมก็ไม่ว่า เพราะเวลานี้มีคนอยู่ได้ 2 ประเภท คือ "ข้าราชการที่กินเงินเดือน และพระสงฆ์"

จากนั้น พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวอย่างอารมณ์ดีว่า "นี่แหละบรรยากาศเลือกตั้งมาแล้ว แต่การเลือกตั้งครั้งหน้าจะต้องได้คนดี" จากนั้น พล.อ.ประยุทธ์ได้ขอความคิดเห็นจากนายวราวุธ ในฐานะคนรุ่นใหม่

โดยนายวราวุธ กล่าวว่า "เรายินดีที่คณะนายกฯ ให้เกียรติมาเยี่ยมจังหวัดสุพรรณบุรี คนสุพรรณบุรีอยู่กันเหมือนพี่น้องครอบครัวเดียวกัน และเราทำงานการเมืองโดยคิดถึงความอยู่ดีมีสุขของประชาชนชาวสุพรรณ โดยเฉพาะชาวนา หากรัฐบาลมีนโยบายอย่างไร พวกเราพร้อมสนองนโยบาย และการเลือกตั้งก็ให้นายกฯ เป็นคนตัดสิน โดยพวกเราจะรอเล่นอย่างเดียว ปีนี้ผมเป็นประธานสโมสรฟุตบอลสุพรรณบุรี จึงต้องรอเล่นตามกติกาอย่างเดียว"

ต่อมา พล.อ.ประยุทธ์ พูดติดตลกว่า "วันนี้เราใช้กติกาที่รัดกุม แต่ขอให้เล่นตามกติกา และขออย่าเอาผมไปเป็นผู้เล่นด้วยก็แล้วกัน วันนี้ผมทำหน้าที่เป็นกรรมการให้ทุกอย่างสงบเรียบร้อย ผมเชื่อว่า สิ่งที่เกิดขึ้นวันนี้จะกลายเป็นประเด็นพาดหัวข่าวของหนังสือพิมพ์พรุ่งนี้ โดยจะพาดหัวว่า รัฐบาลจะต่อท่ออำนาจ

จากนั้น พล.อ.ประยุทธ์ ได้สอบถามชื่อจริงของนักการเมืองที่มาร่วมงาน โดยไปสะดุดที่ชื่อนายกรวีร์ ปริศนานันทกุล ลูกชายของนายสมศักดิ์ ปริศนานันทกุล แกนนำ ชทพ. พร้อมกล่าวแซวว่า "บอกคุณพ่อด้วยนะว่าบางทีคุณพ่อก็นะ" ทำให้บรรดาแกนนำ ชทพ.และประชาชนส่งเสียงหัวเราะ ก่อนที่ พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวต่อว่า "ส่วนตัวแล้วรักกัน รู้จักกันตั้งนานแล้ว เมื่อก่อนตอนเป็นทหารทุกคนเมตตาผมหมด ไม่มีใครเป็นศัตรูผมเลย แต่เมื่อมาเป็นนายกฯ ทำไมศัตรูเยอะก็ไม่รู้"