วันจันทร์ที่ 11 ธันวาคม พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

กองทุนเอสเอ็มอีตามแนวประชารัฐ

สมชาย หาญหิรัญ ปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม

การปรับโครงสร้างเศรษฐกิจของประเทศ ที่จะต้องให้สอดคล้องกันระหว่าง ธุรกิจขนาดใหญ่ ที่มีเป้าหมายพัฒนาไปสู่ความยั่งยืน และ ธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อม หรือ เอสเอ็มอี ที่จะต้องส่งเสริมและพัฒนาให้มีความมั่นคงและยั่งยืนด้วยเช่นกัน ดังนั้น การที่รัฐบาลมอบหมายให้ กระทรวงอุตสาหกรรม ดำเนินการปล่อยสินเชื่อให้กับ เอสเอ็มอี ที่มีศักยภาพ ผ่าน กองทุนพัฒนาเอสเอ็มอีตามแนวประชารัฐ ในวงเงิน 2 หมื่นล้านบาท จึงมีความสำคัญกับธุรกิจเอสเอ็มอีเป็นอย่างมาก

เมื่อวันที่ 14 ก.ย.ที่ผ่านมา สมชาย หาญหิรัญ ปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม ได้ชี้แจงถึงการดำเนินงานของ สินเชื่อกองทุนพัฒนาเอสเอ็มอีตามแนวประชารัฐ ซึ่งมี เอสเอ็มอี ที่ยื่นคำขอรับสินเชื่อมาทั้งสิ้น 3,292 ราย ในวงเงิน 16,836 ล้านบาท และเพื่อเป็นการดำเนินการพิจารณาสินเชื่ออย่าง มีประสิทธิภาพและความรวดเร็ว กระทรวงอุตสาหกรรมจึงมีการ ปรับสัดส่วนวงเงินสินเชื่อใหม่ให้เหมาะสมกับความต้องการของเอสเอ็มอีแต่ละพื้นที่ โดยมีเงื่อนไข บนพื้นฐานที่ไม่กระทบกับการพิจารณาสินเชื่อเดิม

ประกอบด้วยการลดขั้นตอนพิจารณาอนุมัติสินเชื่อเหลือเพียง 2 ขั้นตอน คือ คุณสมบัติและวัตถุประสงค์ในการขอสินเชื่อ กำหนดให้คณะอนุกรรมการวิเคราะห์เอสเอ็มอีตามแนวประชารัฐ ประจำส่วนกลาง และจังหวัดที่จะต้องเปิดประชุมอย่างน้อยเดือนละ 2 ครั้ง ผ่อนปรนการตรวจเรียกเอกสาร โดยขอให้ส่งเฉพาะเอกสารที่สำคัญและเร่งด่วน

ปรับสัดส่วนวงเงินสินเชื่อ จากเดิมที่ขอสินเชื่อ ไม่เกิน 3 ล้านบาท จะอยู่ที่สัดส่วนร้อยละ 75 และขอสินเชื่อ ไม่เกิน 10 ล้านบาท จะอยู่ที่สัดส่วนร้อยละ 25 มาอยู่ในสัดส่วนร้อยละ 50 เท่ากัน ของวงเงินสินเชื่อทั้งหมด การปรับกระบวนการดังกล่าวจะทำให้ย่นระยะเวลาในการทำงานได้รวดเร็วขึ้น

คาดว่าภายในเดือนนี้จะ สามารถอนุมัติสินเชื่อ ได้ไม่ต่ำกว่า 9,900 ล้านบาท และ ภายในเดือน ต.ค. จะอนุมัติสินเชื่อได้ไม่ต่ำกว่า 16,000 ล้านบาท ตามเป้าหมาย

วัตถุประสงค์ของ กองทุนเอสเอ็มอี เพื่อเป็นการสนับสนุนให้ เอสเอ็มอี มีการพัฒนาไปสู่อุตสาหกรรมที่มีมูลค่าสูง ตามยุทธศาสตร์ชาติ เป็นการช่วยเติมเต็มให้เอสเอ็มอีที่มีอุปสรรค ไม่สามารถเข้าถึงแหล่งทุนได้ตามปกติ จะได้มีโอกาสในการลงทุนและปรับปรุงกิจการ

แต่ไม่ได้มีวัตถุประสงค์ในการแก้ไขปัญหาสภาพคล่องทางการเงินให้กับเอสเอ็มอี

ดังนั้นผู้ประกอบการจึงต้องให้ ความสำคัญในรายละเอียดของการลงทุน เช่น แบบก่อสร้าง เครื่องจักร ที่จะต้องมีเอกสารข้อมูลประกอบการลงทุน สินเชื่อเอสเอ็มอีจึงมีเงื่อนไขและกระบวนการที่แตกต่างไปจากการขอสินเชื่อโดยทั่วไปที่เน้นให้เงินทุนหมุนเวียนอย่างเดียว โดยสามารถสอบถามรายละเอียดได้ที่ 1358

การปรับปรุงวิธีการให้ความช่วยเหลือนักลงทุนรายย่อยตามแนวทางประชารัฐ จึงมีความแตกต่างจากการให้การสนับสนุนในลักษณะลดแลกแจกแถม ซึ่งจะนำไปสู่ความล้มเหลวของผู้ประกอบการและภาครัฐได้เช่นเดียวกับแนวทางประชานิยม

ตำน้ำพริกละลายแม่น้ำ.

หมัดเหล็ก
mudlek@thairath.co.th