วันเสาร์ที่ 16 ธันวาคม พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ทำไมต้องถามคนนอก

โดย สหบาท

หากคณะกรรมการปฏิรูปประเทศด้านกระบวนการยุติธรรมมีความจริงใจในการจะปฏิรูปตำรวจ

ไม่จำเป็นต้องไล่ถามความเห็น “อดีตนักการเมือง” ที่เป็น “คู่ขัดแย้ง” เพราะอาจได้รับคำตอบที่ยุแยงให้ สลายอำนาจ องค์กรสีกากี ทำลายขวัญกำลังใจผู้พิทักษ์สันติราษฎร์

ลากเอาความเห็นที่เต็มไปด้วย “อคติ” มาอยู่เหนือเหตุผล

ขณะที่มุมความคิดของ ตำรวจเกษียณอายุราชการไปแล้ว กลับถูกมองเป็น ก้อนอิฐก้อนหิน ไม่ใส่ใจที่จะถามความคิดเห็นเป็นแนวทางสู่การปฏิรูปตำรวจให้ดีขึ้น

ทำตำรวจให้เป็นตำรวจของประชาชน

พล.ต.ท.โสภณ วาราชนนท์ อดีตผู้ช่วย อ.ตร. ถึงรู้สึกคันปากอยากบอกว่า ตอนเมื่อหินก้อนนี้ทำงานอยู่งานสอบสวนไม่เคยถูกตำหนิติเตียนจนเสียหาย สมัยนั้นถ้าใครถูกพนักงานอัยการสั่งให้สอบสวนเพิ่มเติมจะรู้สึกเสียหน้ามาก

“แต่เดี๋ยวนี้เป็นอย่างไรไม่รู้” เจ้าตัวว่า

เหตุผลที่งานสอบสวนกับงานสืบสวนต้องไปด้วยกัน พล.ต.ท.โสภณชี้ให้เห็นถึงความสำคัญอีกว่า พนักงานสอบสวนกับนักสืบต้องช่วยกันค้นหาพยานหลักฐาน พนักงานสอบสวนมีหน้าที่เก็บและรักษาพยานหลักฐานทั้งที่หาได้ด้วยตัวเอง หรือนักสืบส่งมาให้ ไม่ว่าจะในวันเกิดเหตุ หรือหลังวันเกิดเหตุ เพื่อดำเนินการตามอำนาจหน้าที่

พยานหลักฐานที่เข้าสู่สำนวนมาจาก 2 ช่องทาง ลำดับแรกคือ ไล่เรียงเอาจากเอกสารที่เกี่ยวข้องกับคดี เมื่อพาดพิงถึงใครก็เรียกตัวมาสอบสวน ติดตามร่องรอยเรื่อยไปจนพบตัวผู้กระทำผิด เรียกว่า “จำนนด้วยเอกสาร”
คดีลักษณะนี้ไม่จำเป็นต้องมีนักสืบก็ได้

อีกส่วนได้มาจากการสืบสวน มีคดีจำนวนมากที่คนร้ายไม่ได้ทิ้งร่องรอยหลักฐานไว้ในที่เกิดเหตุ เช่น พบศพคนถูกเชือดคอทิ้งไว้กลางสวน ไม่มีร่องรอยหลักฐานใดๆ ก็ต้องเริ่มแกะรอยว่า ผู้ตายเป็นใคร ใครเข้ามาเกี่ยวข้องเรื่อยไปจนพบตัวผู้กระทำผิด

คดีเช่นนี้แหละที่ต้องมี นักสืบเข้าช่วย เพราะพนักงานสอบสวนทำสำนวนที่ค้างอยู่ในมือก็แย่แล้ว

เพราะฉะนั้นคนนอกองค์กรจะมองทะลุปรุโปร่งแบบตำรวจได้หรือ.

สหบาท