วันเสาร์ที่ 16 ธันวาคม พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ดีกว่าอยู่เปล่าๆ

ด้วยความปรารถนาดีอยากให้ พี่น้องประชาชนชาวไทยมีสุขภาพแข็งแรง ปลอดจากสิ่งเสพติดเป็นพิษภัยต่อตัวเองและสังคมโดยรวม

รัฐบาล คสช.ของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา จึงได้ปรับโครงสร้างภาษีสรรพสามิต เหล้า เบียร์ บุหรี่ นํ้าอัดลม เครื่องดื่มชูกำลัง รวมถึงนํ้าชา กาแฟ ครั้งใหญ่

ทำให้ราคาขายปลีกเหล้า เบียร์ บุหรี่ เครื่องดื่มชนิดต่างๆปรับขึ้นยกแผงตั้งแต่ปลายสัปดาห์ก่อน

แถมการปรับโครงสร้างภาษีครั้งนี้ยังทำให้กรมสรรพสามิตเก็บภาษีส่งเป็นรายได้ให้รัฐบาลเพิ่มอีกก้อนใหญ่

เรียกว่า ขึ้นภาษีปั๊บจะมีเงินไหลเข้าคลังอีกปีละ 1.2 หมื่นล้านบาท

“แม่ลูกจันทร์” สรุปว่า ผลจากการปรับโครงสร้างภาษีใหม่จะทำให้ราคาบุหรี่ ขายปลีกแพงขึ้นไม่เกินซองละ 15 บาท

สุรากลั่นหรือวิสกี้ผลิตในประเทศ โดนโขกภาษีเพิ่มไม่เกินขวดละ 30 บาท

เบียร์จะถูกเก็บภาษีเพิ่มอีกไม่เกินขวดละ 2.66 บาท

เหล้าขาว หรือเหล้าโรง โดนรีดภาษีเพิ่มอีกไม่เกินขวดละ 3.49 บาท

ชาและชาเขียว เก็บภาษีเพิ่มไม่เกิน 2.05 บาทต่อขวด

นํ้าอัดลมผสมนํ้าตาลเพิ่มอีก 50 สตางค์ต่อขวด เครื่องดื่มบำรุงกำลังเพิ่มอีกไม่เกิน 90 สตางค์ต่อขวด

รวมถึงกาแฟโดนสะง่อมภาษีเพิ่มอีก 1.35 บาทต่อขวด

บางอย่างเพิ่มมาก บางอย่าง เพิ่มน้อย ตามโครงสร้างภาษี ว่างั้นเถอะ

แต่ที่ “แม่ลูกจันทร์” ไม่เห็นด้วย คือการลดภาษีสุรานำเข้าจากต่างประเทศลงไปอีกไม่เกิน 26 บาทต่อขวด

เบียร์ราคาแพงที่นำเข้าจากต่างประเทศก็ได้ลดภาษีสรรพสามิตไม่เกิน 2.05 บาทต่อขวด

เพราะถ้าอ้างเหตุผลด้านสุขภาพอนามัยก็ต้องปรับเพิ่มภาษีสุรา และเบียร์ทั้งหมด

โดยเฉพาะสินค้านำเข้าจากต่าง ประเทศ ซึ่งเป็นสินค้าฟุ่มเฟือย นอก จากไม่ควรปรับลดภาษีลง ควรเก็บ ภาษีเพิ่มให้สูงขึ้นอีก

“แม่ลูกจันทร์” มองว่า การปรับโครงสร้างภาษีเหล้า เบียร์ บุหรี่ ฯลฯ เป็นวิธีหารายได้เพิ่มให้รัฐบาลง่ายที่สุด สะดวกที่สุด

เพราะไม่ว่าจะขึ้นภาษีมากเท่าไหร่ ก็จะไม่มีกระแสคัดค้านเหมือนการปรับขึ้นภาษีประเภทอื่นๆ

เนื่องจากสังคมส่วนใหญ่เห็นพ้องต้องกันว่า เหล้า เบียร์ บุหรี่ เป็นสินค้าฟุ่มเฟือย เป็นอันตรายต่อสุขภาพ ควรต้องโขกภาษีสูงเต็มพิกัด

เพื่อป้องกันนักดื่มหน้าใหม่ ที่เพิ่มขึ้น กว่า 8 แสนคนต่อปี หรือมีขี้เมาเพิ่มขึ้น 2,000 คนต่อวัน

และเพื่อป้องกันนักสูบหน้าใหม่ที่เพิ่มขึ้นกว่า 2 แสนคนต่อปี หรือเพิ่มขึ้น เฉลี่ย 550 คนต่อวัน

อย่างน้อยการเพิ่มภาษีเหล้า เบียร์ บุหรี่ ให้แพงขึ้น จะช่วยลดนักดื่ม และนักสูบหน้าเก่า และช่วยสกัดนักดื่ม และนักสูบหน้าใหม่ได้อีกทางหนึ่ง

“แม่ลูกจันทร์” สรุปว่า การปรับโครงสร้างภาษีเหล้า เบียร์ บุหรี่ แม้ทำให้รัฐบาลมีรายได้เข้ากระเป๋าอีกปีละ 1.2 หมื่นล้านบาท

ช่วยชดเชยรายได้ภาษีศุลกากรที่เก็บต่ำกว่าเป้าไป 1.2 ล้านบาท

แต่ปัญหาใหญ่คือ ภาษีแวต ที่เก็บต่ำกว่าเป้า 4 หมื่นล้านบาท

ยังไม่รู้จะหารายได้จากภาษีตัวไหนมาโปะ??

ปัญหารายได้ไม่พอรายจ่าย มันหนักใจจริงๆ พับเผื่อย.

“แม่ลูกจันทร์”