วันอาทิตย์ที่ 22 ตุลาคม พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

เสนอแผนสร้างคลอง "บางบาล-บางไทร" เข้าครม.สัญจรอยุธยา!

เอกชนภาคกลางชงข้อมูลรอนายกรัฐมนตรีพิจารณาช่วง ครม.สัญจร “อยุธยา” ให้เร่งลงทุนบริหารจัดการน้ำยั่งยืนรองรับภาคอุตสาหกรรม ขอเชื่อมรถไฟฟ้าสายสีแดงไปยังเขตอุตสาหกรรมและอีอีซี ด้าน “ฉัตรชัย” ชงแผนสร้างคลองระบายน้ำหลากบางบาล-บางไทร ช่วยระบายน้ำในลุ่มเจ้าพระยา

ผู้สื่อข่าวรายงานจากทำเนียบรัฐบาลว่า วันที่ 18-19 ก.ย.2560 พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและคณะรัฐมนตรีมีกำหนดประชุมคณะรัฐมนตรีนอกสถานที่ จ.พระนครศรีอยุธยา โดยวันที่ 18 ก.ย. มีกำหนดการลงพื้นที่ทั้ง จ.สุพรรณบุรี และ จ.พระนครศรีอยุธยา และมีการประชุมกับภาคเอกชนในช่วงเย็นของวันเดียวกัน

นายสุวิทย์ เมษินทรีย์ รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรีกล่าวว่า ได้ประชุมร่วมกับภาคเอกชนภาคกลางโดยสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) สภาหอการค้าไทย และสมาคมธนาคารไทย (สำนักงาน กกร.) เตรียมประเด็นที่เอกชนจะเสนอต่อนายกรัฐมนตรีในการหารือวันที่ 18 ก.ย. คือ การสร้างความมั่นคงทางทรัพยากรน้ำ โดยเสนอให้สร้างฐานข้อมูลน้ำภาคอุตสาหกรรม เพื่อการบริหารจัดการน้ำด้วยวิธีบินสำรวจทางธรณีฟิสิกส์และไลดาร์ (ดูทิศทางการไหลของน้ำ-แหล่งน้ำใต้ดิน-แหล่งน้ำผิวดิน) และเพิ่มพื้นที่สำรองน้ำหลากในพื้นที่ภาคกลางให้เป็น 3 พันล้านลูกบาศก์เมตร รวมทั้งสนับสนุนให้มีคลองขวาง

พร้อมกับเสนอประเด็นการเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน โดยเสนอให้เพิ่มประสิทธิภาพเครื่องจักรและอุปกรณ์ในภาคการผลิต พัฒนาสังคมผู้ประกอบการแบบบูรณาการ และเร่งรัดการพัฒนาเขตเศรษฐกิจพิเศษจังหวัดกาญจนบุรี การพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ โดยเสนอให้พัฒนาอาชีวศึกษาเพื่อเตรียมแรงงานที่มีทักษะรองรับไทยแลนด์ 4.0 การพัฒนาเมืองอุตสาหกรรมเชิงนิเวศในภาคกลาง การส่งเสริมเกษตรปลอดภัย ตลอดจนการสร้างโครงข่ายถนนเพิ่มเติมเพื่อลดความแออัดทางการจราจรจากภาคเหนือ โดยเสนอขอให้สร้างเส้นทางคู่ขนานกับทางหลวงหมายเลข 32 ซึ่งมีปริมาณการจราจรหนาแน่น โดยเฉพาะในช่วงเทศกาล ซึ่งอาจพิจารณาสร้างความเชื่อมโยงกับเส้นทางหลวงหมายเลข 311 และ 3196 เพื่อลดเวลาในการเดินทางสัญจร

นายเกรียงไกร ด่านชัยวิจิตร ประธานหอการค้า จ.พระนครศรีอยุธยา กล่าวว่า ประเด็นหลักที่เอกชนจะเสนอในการประชุมร่วมกับนายกรัฐมนตรี คือการพัฒนาแหล่งน้ำ ซึ่งเป็นประเด็นที่สำคัญเนื่องจากอยุธยาเคยเจอปัญหาน้ำท่วม และเป็นพื้นที่สำคัญทั้งภาคเกษตรและอุตสาหกรรม มีโรงงานอุตสาหกรรมมากกว่า 2,400 แห่ง ส่วนใหญ่เป็นการลงทุนของนักลงทุนญี่ปุ่น มีการจ้างงาน 350,000 คน ในการหารือจะพูดถึงประเด็นการเชื่อมอยุธยากับเขตเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก (อีอีซี) การเชื่อมโยงรถไฟฟ้าสายสีแดงจากธรรมศาสตร์รังสิต ไปถึงเขตอุตสาหกรรมของจังหวัด ซึ่งคาดหวังว่าจะเป็นเส้นทางที่เชื่อมกับรถไฟความเร็วสูงเส้นทางอื่นและไปยังอีอีซีได้ และตามนักลงทุนญี่ปุ่นมาเยือนไทยเกือบ 600 คน เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา แสดงให้เห็นจะเกิดการขยายการลงทุนเพิ่มขึ้นในพื้นที่อยุธยาในระยะต่อไป

ด้าน พล.อ.ฉัตรชัย สาริกัลยะ รมว.เกษตรและสหกรณ์ กล่าวว่า ในการประชุม ครม.สัญจร กระทรวงเกษตรฯ จะเสนอโครงการระบายคลองน้ำหลากบางบาล-บางไทร จังหวัดพระนครศรีอยุธยา เพื่อให้หน่วยงานของกรมชลประทานสามารถดำเนินการตามแผนแก้ไขปัญหาอุทกภัย และเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการน้ำในลุ่มเจ้าพระยาได้ในระยะเร่งด่วน โดยโครงการนี้จะเพิ่มประสิทธิภาพการระบายน้ำของแม่น้ำเจ้าพระยาบริเวณท้ายเขื่อนเจ้าพระยาถึงปากแม่น้ำ โดยการขุดคลองระบายน้ำสายใหม่เพื่อผันน้ำเลี่ยงตัวเมืองอยุธยาตั้งแต่อำเภอบางบาลถึงบางไทร คาดว่าจะสามารถเพิ่มการระบายน้ำเจ้าพระยาที่ไหลผ่านอยุธยาได้ถึง 2,400 ลบ.ม.ต่อวินาที จากแต่ก่อนระบายน้ำได้เพียง 1,200 ลบ.ม.ต่อวินาที

นอกจากนี้ยังเพิ่มศักยภาพในการใช้ประโยชน์พื้นที่ด้านการเกษตรใน อ.พระนครศรีอยุธยา บางบาล บางไทร บางปะอิน ผักไห่ และเสนา และ อ.ป่าโมก จ.อ่างทอง จำนวน 229,138 ไร่ รวมทั้งยังเป็นแหล่งน้ำต้นทุนเพื่อการอุปโภค-บริโภค โดยมีความจุคลอง 25 ล้าน ลบ.ม.ครอบคลุมพื้นที่ 2 ฝั่งคลองระบายน้ำหลาก รวมทั้งสิ้น 48 ตำบล 362 หมู่บ้าน อย่างไรก็ตามถนนคันคลองระบายน้ำหลากทั้ง 2 ฝั่ง ยังใช้เป็นเส้นทางคมนาคมเชื่อมโยงระหว่างอำเภอบางบาลและบางไทร ทำให้การเดินทางสะดวกขึ้น และลดต้นทุนในการขนส่ง.