วันจันทร์ที่ 11 ธันวาคม พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

มหาชนหลั่งไหลกราบพระบรมศพ ไม่หวั่นแม้ฝนโปรย คาดจะเพิ่มขึ้นกว่านี้

พสกนิกรจากทั่วหล้าหลั่งไหลเข้าถวายสักการะพระบรมศพในหลวงรัชกาลที่ 9 ไม่หวั่นแม้ฝนโปรยปราย โดยต่างรู้สึกใจหาย และพร้อมจะน้อมนำแนวทางพระราชดำริไปเผยแพร่สู่ลูกหลาน เดินตามรอยพระองค์ ด้าน กรอ.รส.เตรียมหารือทุกหน่วยงานรับมือคลื่นมหาชนเข้าสักการะพระบรมศพ คาดเพิ่มขึ้นเท่าตัวนับจากนี้ พร้อมย้ายเต็นท์คืนพื้นที่ในท้องสนามหลวงให้กรมศิลปากรจัดเตรียมงานพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ ขณะที่สำนักพระราชวังสรุปยอดรวมเข้าสักการะพระบรมศพ 318 วัน กว่า 10.71 ล้านคน

นับถอยหลังเหลือเวลาถึงสิ้นเดือน ก.ย.นี้เท่านั้น ที่พสกนิกรชาวไทยจะได้มีโอกาสเข้าถวายสักการะพระบรมศพ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพล อดุลยเดช เบื้องหน้าพระบรมโกศ บนพระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ในพระบรมมหาราชวัง ดังนั้น ตลอดวันที่ 17 ก.ย. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่บริเวณท้องสนามหลวงและโดยรอบพระบรมมหาราชวัง จึงเนืองแน่นไปด้วยประชาชนจากทั่วสารทิศ เดินทางมาเข้าคิวต่อแถวยาวเหยียด บางช่วงจำนวนคนมากจนล้นถนนราชดำเนินใน ปลายแถวอยู่ที่บริเวณด้านหน้ากรมการรักษาดินแดน ขณะที่ท้องฟ้ามืดครึ้มและมีฝนโปรย ปรายลงมาเป็นระยะ แต่ก็ไม่ได้ทำให้ความตั้งใจของเหล่าพสกนิกรลดน้อยถอยลงแต่อย่างใด

จากการสอบถามผู้ที่เดินทางมาจากต่างจังหวัด อาทิ นางพร้อมสุข เข็มเพชร อายุ 63 ปี มาจาก จ.สิงห์บุรี กล่าวว่า ความรู้สึกภาคภูมิใจที่ได้มีโอกาสเดินทางมาถวายบังคมพระบรมศพ และในฐานะที่เป็นครูจะนำความรู้ไปเผยแพร่และขยายผลให้กับนักเรียน ผู้ปกครอง ชุมชน และสังคม รวมทั้งจะเป็นต้นแบบในการทำความดีต่อส่วนรวม และจะถ่ายทอดสู่คนรุ่นหลังเพื่อให้เดินตามรอยพระองค์ต่อไป เช่นเดียวกับนางจันทรัตน์ ทองบ่อ อายุ 57 ปี มาจาก จ.สมุทรสาคร และเป็นหนึ่งในจิตอาสาในงานพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพด้วย กล่าวว่า ตั้งใจมาเป็นจิตอาสา แม้ว่าจะมีฝนตกลงมาอย่างหนัก แต่ไม่เป็นอุปสรรค เพราะตั้งใจแน่วแน่ว่าจะทำเพื่อในหลวง ร.9 แต่รู้สึกใจหายเมื่อใกล้ถึงวันพระราชพิธี พระองค์ทรงงานหนักเพื่อปวงชนชาวไทยมาโดยตลอด รู้สึกสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณอย่างหาที่สุดมิได้ และอยากมีส่วนร่วมในการทำความดีถวายพระองค์ท่าน ทุกวันนี้ในฐานะที่ตนเป็นครูอนุบาลได้ปลูกฝังเด็กๆให้น้อมนำแนวทางพระราชดำริและเดินตามรอยพระองค์ท่านโดยเฉพาะเรื่องการอดออม

ทั้งนี้ สำนักพระราชวังสรุปยอดรวมประชาชนที่เดินทางมาถวายสักการะพระบรมศพ เมื่อวันที่ 16 ก.ย. มีจำนวนทั้งสิ้น 61,003 คน รวม 318 วัน มี 10,715,555 คน

ในส่วนของการจัดระเบียบท้องสนามหลวง พล.ต.ธานี ฉุยฉาย ที่ปรึกษาแม่ทัพภาคที่ 1 ในฐานะประธานคณะกรรมการบริหารพื้นที่และการบริการโดยรอบพระบรมมหาราชวัง กล่าวว่า หลังจากที่สำนัก พระราชวังกำหนดวันที่ 30 ก.ย.นี้จะปิดเข้าถวาย สักการะพระบรมศพ ทำให้ช่วงนี้มีประชาชนเดินทางมา เข้าถวายสักการะพระบรมศพเป็นจำนวนมากและจะมากขึ้นอีกเท่าตัว ทางกองอำนวยการร่วมรักษาความสงบเรียบร้อยบริเวณโดยรอบพระบรมมหาราชวัง (กอร.รส.) จะหารือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเตรียมรองรับประชาชนที่จะเดินทางมาในพื้นที่มากขึ้น ขณะนี้ได้กำชับเจ้าหน้าที่และจิตอาสากระจายกำลังในการดูแลประชาชนบริเวณรอบพื้นที่อย่างทั่วถึง รวมทั้งพื้นที่นอกบริเวณจุดคัดกรอง เพื่อไม่ให้ประชาชนเกิดความสับสน นอกจากนี้ ทาง กอร.รส.เตรียมคืนพื้นที่ทั้งหมดให้กับกรมศิลปากร เพื่อเตรียมงานพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ โดยจะย้ายเต็นท์บริเวณสนามหลวงมาตั้งบริเวณถนนราชดำเนินในเป็นการชั่วคราว

ด้านการจัดสร้างพระเมรุมาศและประติมากรรมประกอบ ผู้สื่อข่าวได้รับการเปิดเผยจากนายพรธรรม ธรรมวิมล ภูมิสถาปนิก สำนักสถาปัตยกรรม กรมศิลปากร ว่า กรมการข้าวได้นำต้นกล้าพันธุ์ข้าวมาลงแปลงนาเลข 9 มหามงคล ประกอบด้วย พันธุ์ข้าว 3 ระยะ ได้แก่ ระยะต้นกล้า พันธุ์ปทุมธานี 1 ระยะแตกกอ พันธุ์ข้าวขาวดอกมะลิ 105 และระยะออกรวง พันธุ์ กข 31 หรือปทุมธานี 80 มาลงแปลงนาครบทั้งหมดแล้ว จำนวน 58,000 กระถาง จากนั้นจะเติมน้ำลงไป พร้อมจัดแต่งขอบคันนาให้ดูสวยงามและเก็บรายละเอียด ส่วนบริเวณแปลงนาเลข 9 บางส่วนยังเหลือปลูกหญ้าแฝกที่บริเวณตลิ่งเมื่อแล้วเสร็จจะทดลองระบบหมุนเวียนภายในบ่อน้ำ และฝายน้ำแม้วเพื่อให้นำล้นออกมาอย่างสวยงาม รวมทั้งตกแต่งหญ้าแฝกที่ปลูกเนินคลุมดินบริเวณต้นยางนา และมะม่วงมหาชนกให้ดูเป็นธรรมชาติ

นายพรธรรมกล่าวอีกว่า สำหรับการตกแต่งโขดหินประดับสระอโนดาตรอบฐานพระเมรุมาศ ขณะนี้การขนย้ายโขดหินเข้ามาประกอบและจัดวางบริเวณฐานพระเมรุมาศเสร็จแล้ว 3 มุม ยังเหลือมุมด้านทิศตะวันออกเฉียงใต้ คาดว่าจะแล้วเสร็จภายในวันที่ 18 ก.ย. ขณะเดียวกัน ทางกลุ่มจิตรกรรมจะเข้ามาตกแต่งรายละเอียดสีของโขดหินคือสีเทาเหลือบน้ำตาลและทอง

ด้านนายกัมพล ตันสัจจา ผู้อำนวยการสวนนงนุชพัทยา กล่าวว่า สวนนงนุชทยอยนำทรายมาลงพื้นที่โคนต้นตะโกใหญ่ และข่อยดัดที่นำมาปลูกไว้บริเวณโดยรอบลานพระราชพิธี ก่อนที่จะนำพันธุ์ไม้ประดับตกแต่งที่เหลือมาลงเพิ่มเติมช่วงต้นเดือนตุลาคม พันธุ์ที่จะนำประดับภายในพื้นที่เพิ่มเติมนั้น จะเป็นไม้ดอกไม้ประดับสีเหลืองและทองเป็นหลัก โดยเฉพาะดอกดาวเรืองที่กำหนดไว้ว่านำมาประดับประมาณ 1 แสนต้น แต่เตรียมสำรองรองรับอีก 2 แสนต้น รวมจำนวน 3 แสนต้น อีกทั้งยังมีต้นบอนไซ ชะแนบทองที่เป็นใบสีทอง กล้วยไม้ดิน หน้าวัวใบหรือคิงออฟคิงใบสีเหลือง ไซแท่ง ต้นแก้ว ทั้งนี้กำหนดงานประดับพันธุ์ดอกไม้ให้แล้วเสร็จภายในวันที่ 13 ต.ค.นี้

นอกจากนี้ วันเดียวกัน พล.ท.สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า สำนักพระราชวังได้ออกประกาศเรื่องการเข้าถวาย บังคมพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทร มหาภูมิพลอดุลยเดช ที่จะเปิดให้ประชาชนเข้าถวายบังคมพระบรมศพได้จนถึงวันที่ 30 ก.ย.2560 เนื่องจากสำนักพระราชวังจะดำเนินการจัดเตรียมการพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ ตั้งแต่วันที่ 28 ต.ค.2559 เป็นวันแรกที่สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมพระราชทานพระราชานุญาตให้ประชาชนเข้าถวายบังคมพระ บรมศพในหลวงรัชกาลที่ 9 ณ พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ในพระบรมมหาราชวัง จนถึงวันที่ 15 ก.ย.2560 รวมเวลา 317 วัน มีประชาชนเข้าถวายบังคมรวมทั้งสิ้น 10,654,552 คน และมีผู้ถวายเงินเพื่อร่วมบำเพ็ญพระราชกุศล รวมเป็นเงิน 790,646,708.76 บาท และ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯและหัวหน้า คสช. ขอบคุณเจ้าหน้าที่พลเรือน ตำรวจ ทหาร ภาคเอกชน และจิตอาสาทุกภาคส่วน ที่ได้ร่วมมือกันทำให้การเข้าถวายบังคมพระบรมศพ เป็นไปด้วยความเรียบร้อยและสมพระเกียรติ พร้อมยืนยันการเตรียมการพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพในส่วนของรัฐบาลมีความคืบหน้าไปเป็นลำดับ การจัดสร้างพระเมรุมาศคาดว่าจะแล้วเสร็จตามกำหนดเวลา คือภายในสิ้นเดือน ก.ย. ขณะนี้เจ้าหน้าที่ได้ทยอยนำงานประติมากรรมและงานประณีตศิลป์เข้าไปติดตั้งแล้ว ส่วนการซักซ้อมริ้วขบวนพระบรมราชอิสริยยศ การถ่ายทอดสดและบันทึกภาพเหตุการณ์สำคัญในประวัติศาสตร์ การอำนวยความสะดวกพี่น้องประชาชน และอื่นๆที่เกี่ยวข้องนั้น ต่างเป็นไปด้วยความเรียบร้อย