วันอาทิตย์ที่ 17 ธันวาคม พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

พิษณุโลกอ่วม จม 3 อำเภอ 'เหนือ' ยังวิกฤติ น้ำป่าไหลหลาก (คลิป)

พายุ “ทกซูรี” แผลงฤทธิ์ฟาดหาง พื้นที่ภาคเหนือหลายจังหวัดฝนตกหนักและน้ำท่วม ที่ จ.เชียงราย อ่วมน้ำท่วมหนักในพื้นที่ อ.แม่สาย กับ อ.แม่จัน ขณะที่ อ.แม่ฟ้าหลวง ดินสไลด์ปิดทับเส้นทาง ส่วน จ.พิษณุโลก น้ำป่าทะลักท่วมพื้นที่ 3 อำเภอ ชาติตระการ เนินมะปรางและวังทอง ระดมทหารไปช่วยชาวบ้าน ขนย้ายข้าวของหนีน้ำโกลาหล ล่าสุดที่ จ.ชัยภูมิ น้ำป่าจากเทือกเขาภูแลนคาไหลทะลักเข้าท่วมชุมชนในเขต อ.เมือง ระดับนํ้าสูง 1 เมตร ขณะที่กรมอุตุฯ ประกาศเตือนประชาชนเตรียมพร้อมรับมือน้ำท่วม

ความคืบหน้าสถานการณ์น้ำท่วมจากอิทธิพลของพายุ “ทกซูรี” เมื่อวันที่ 17 ก.ย. ที่ จ.เชียงราย ฝนตกหนัก เกิดน้ำป่าจากภูเขาไหลลงสู่แม่น้ำสาย ไหลเชี่ยวกราก ระดับน้ำเพิ่มสูงขึ้น และเอ่อล้นเข้าท่วมบริเวณถนนใต้สะพานข้ามพรมแดนแห่งที่ 1 ระดับน้ำสูง 80 ซม. ร้านอาหารริมแม่น้ำสายถึงสามแยกตลาดสายลมจอยถูกน้ำท่วม เจ้าหน้าที่เทศบาลนำรถติดเครื่องขยายเสียงออกประกาศให้ชาวบ้าน รวมทั้งพ่อค้าแม่ค้าในตลาดสายลมจอย ขนย้ายสินค้าและข้าวของไว้ที่สูง ขณะเดียวกัน น้ำในแม่น้ำจัน อ.แม่จัน เอ่อล้นเข้าท่วมบริเวณด้านหลัง สภ.แม่จัน และตลาดนวลจันทร์ ระดับน้ำสูง 50-60 ซม. บริเวณสามแยกหน้าตลาดนวลจันทร์ ถนนหิรัญนคร และบริเวณแยกสะพานบ้านท่าต้นแฟน หมู่ 14 ต.แม่จัน บางจุดน้ำท่วมสูงกว่า 1 เมตร

นอกจากนี้เกิดดินสไลด์ปิดถนนบ้านแม่เต๋อ-แม่จันหลวง หมู่ 10 ต.แม่สลองนอก อ.แม่ฟ้าหลวง จ.เชียงราย และบริเวณบ้านสันติคีรี หมู่ 1 ใกล้กับเสาสัญญาณโทรศัพท์ มีอาคารชุมสายโทรศัพท์ของ TOT หน้าอาคารที่ทำสะพานเชื่อมถนนพังลง เนื่องจากขอบถนนทรุดเป็นแนวยาวกว่า 10 เมตร และมีดินสไลด์บริเวณที่ตั้งเสาสัญญาณโทรศัพท์ดึงสายสลิงค์ทำให้เสาสัญญาณล้มทับเสาไฟฟ้าล้มไป 5 ต้น เมื่อช่วงกลางดึกที่ผ่านมา ล่าสุด ปภ. เทศบาลตำบลแม่สลองนอกนำรถขุดตักดินออกจากผิวถนนเพื่อเปิดเส้นทางให้สามารถสัญจรได้ ส่วนเสาไฟฟ้าทางการไฟฟ้าส่วนภูมิภาคแจ้งกับเทศบาลฯว่าจะเข้ามาดำเนินการแก้ไขในวันที่ 18 ก.ย.

ที่ จ.เชียงใหม่ ฝนตกหนักตลอดคืน เกิดน้ำป่าไหลหลาก และดินสไลด์ปิดทับถนนสายฮอด-แม่สะเรียง นายรุ่ง หิรัญวงษ์ หัวหน้าอุทยานแห่งชาติดอยอินทนนท์ อ.จอมทอง เปิดเผยว่า สภาพอากาศบนดอยอินทนนท์ช่วงเช้าท้องฟ้ามืดครึ้ม มีฝนตกหนัก ยอดดอยอุณหภูมิต่ำสุด 12 องศา ด้าน น.ส.นพรพรรณ ฤทธิ์มหันต์ เวรพยากรณ์อากาศ ศูนย์อุตุนิยมวิทยาภาคเหนือ แจ้งว่า พายุ “ทกซูรี” ได้อ่อนกำลังเป็นหย่อมอากาศต่ำ และเคลื่อนเข้าปกคลุมด้านตะวันตก ของภาคเหนือและประเทศเมียนมา ส่งผลให้มีฝนตกหนักถึงหนักมากเป็นบริเวณกว้างในหลายพื้นที่ และลมกรรโชกแรง ขอให้ประชาชนระวังอันตรายจากน้ำท่วมฉับพลันและน้ำป่าไหลหลาก

ที่ จ.พิษณุโลก เกิดน้ำป่าไหลหลาก และน้ำในลำคลองเอ่อล้นตลิ่งเข้าท่วมบ้านเรือนและพื้นที่การเกษตรใน อ.ชาติตระการ อ.เนินมะปราง และ อ.วังทอง โดยเฉพาะ อ.วังทอง น้ำท่วมพื้นที่ ต.วังนกแอ่น ต.ชัยนาม และ ต.วังทอง ชาวบ้านเดือดร้อนกว่า 500 ครอบครัว การสัญจรในหมู่บ้านต้องใช้เรือเป็นพาหนะ ถนนสายพิษณุโลก-หล่มสัก ช่วงหน้า รพ.วังทอง มีน้ำท่วมสูง 30 ซม. ที่บ้านไชยวาน ชาวบ้านเร่งเกี่ยวข้าวจำนวน 200 กว่าไร่ ป้องกันข้าวถูกน้ำท่วมเสียหาย

วันเดียวกัน ทหารกองพันทหารช่างที่ 302 ค่ายสมเด็จพระบรมไตรโลกนาถ กองทัพภาคที่ 3 ร่วมกับเจ้าหน้าที่กู้ภัยบูรพา นำเรือท้องแบนไปช่วยเหลือนางตอม ทองสุข อายุ 60 ปี ชาวบ้านหมู่ 1 ต.ดินทอง อ.วังทอง ที่น้ำท่วมบ้านช่วยขนย้ายสุกร 23 ตัวไปไว้ในที่ปลอดภัย ส่วนที่บ้านบางสะพาน หมู่ 4 บ้านวังครุฑ หมู่ 12 ต.วังทอง ทหารจากกองบิน 46 เจ้าหน้าที่ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย อ.วังทอง และเจ้าหน้าที่กู้ภัยสมาคมบูรพา รวมทั้งมูลนิธิประสาทบุญสถาน ลงพื้นที่ช่วยเหลือประชาชน ที่น้ำไหลหลากเข้าท่วมบ้านเรือน ระดับน้ำสูงขึ้นเรื่อยๆ ถนนสายบางสะพาน-วังพิกุล น้ำท่วมยาวหลาย กม. ระดับน้ำสูง 30-40 ซม. รถเล็กไม่สามารถสัญจรไปมาได้ และที่บ้านวังประดู่ หมู่ 1 และบ้านวังฉำฉา หมู่ 14 ต.วังพิกุล น้ำทะลัก เข้าท่วมบ้านเรือนและพื้นที่การเกษตรต้องขนย้ายข้าวไว้บนที่สูง

ที่ จ.อุตรดิตถ์ นายสกุลไชย จูมทอง นอภ.ทองแสนขัน กล่าวว่า สถานการณ์น้ำท่วมเริ่มคลี่คลาย ชาวบ้านได้รับความเดือดร้อน 9 หมู่บ้าน 3 ตำบล รวม 1,165 หลังคาเรือน ส่วนพื้นที่ทางการเกษตรยังไม่สามารถประเมินความเสียหายได้ จะต้องมีการสำรวจอีกครั้งหลังน้ำลด จากนั้นจะรายงานจังหวัดเพื่อประกาศเป็นพื้นที่ประสบภัยพิบัติและให้การช่วยเหลือต่อไป ขณะเดียวกัน พ.ท.อนุวัช ปัญญานันท์ ผบ.ม.2 พัน.7 มอบหมายให้ ชป.ประจำอำเภอทองแสนขัน และชุดบรรเทาสาธารณภัย ม.2 พัน.7 ค่ายพิชัยดาบหัก เร่งช่วยช่วยเหลือประชาชนในพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบจากอุทกภัยที่ ต.บ่อทอง โดยจัดตั้งศูนย์อำนวยการช่วยเหลือผู้ประสบภัย

ที่ จ.พิจิตร เกิดฝนตกหนักและลมกระโชกอย่างรุนแรง ทำให้ต้นไทรขนาดใหญ่บริเวณหน้าที่ว่าการอำเภอเมืองพิจิตร หักโค่นล้มทับศาลาที่พักสำหรับชาวบ้านที่มาติดต่อราชการเสียหาย นายภูมิสิทธิ์ วังคีรี นอภ.เมืองพิจิตร ได้ประสานเจ้าหน้าที่ ปภ.นำเลื่อยยนต์มาตัดต้นไม้ที่หักโค่น นอกจากนี้ยังมีต้นไม้หักโค่นขวางถนนสายพิจิตร-ตะพานหิน หลายจุด เจ้าหน้าที่แขวงทางหลวงพิจิตร ออกไปตัดต้นไม้ที่กีดขวางการจราจร ขณะเดียวกัน นายวีระศักดิ์ วิจิตร์แสงศรี ผวจ.พิจิตร ได้วิทยุด่วนสั่ง นอภ.ที่มีพื้นที่ติดแม่น้ำยม ประชาสัมพันธ์ให้ชาวบ้านขนสิ่งของและสัตว์เลี้ยงไปไว้ในที่ปลอดภัย เนื่องจากจะมีน้ำจากจังหวัดในภาคเหนือไหลเข้าสู่แม่น้ำยม เพิ่มขึ้น และให้ติดตามข่าวจากทางราชการตลอด 24 ชั่วโมง

ที่ จ.กาฬสินธุ์ นายสุวิทย์ คำดี ผวจ.กาฬสินธุ์ สั่งการให้แขวงทางหลวงกาฬสินธุ์ ประสานศูนย์สร้างและบูรณะสะพานที่ 2 ขอนแก่น นำสะพานเบลีย์ไปติดตั้งบริเวณสะพานบ้านโนนศรีเจริญ หมู่ 9 ต.ยอดแกง อ.นามน ที่ถูกกระแสน้ำคอสะพานขาด เพื่อใช้สัญจรชั่วคราว ขณะเดียวกัน ได้ประกาศเตือนให้ประชาชนเฝ้าระวังพายุฝนในช่วงนี้ แม้ว่าพายุ “ทกซูรี” จะอ่อนกำลังลงแล้ว แต่หลายพื้นที่ยังมีฝนตกอย่างต่อเนื่อง อาจทำให้เกิดน้ำป่าไหลหลากท่วมฉับพลัน ส่วนผู้ประสบอุทกภัย เจ้าหน้าที่เร่งตรวจสอบความเสียหายเพื่อให้การช่วยเหลือเยียวยาต่อไป

ที่ จ.ยโสธร ที่บ้านคุยตับเต่า หมู่ 5 ต.ขุมเงิน อ.เมือง ชาวบ้านที่ถูกน้ำท่วมบ้านเรือน และพื้นที่การเกษตรเสียหายมานานกว่า 1 เดือน ได้พลิกวิกฤติเป็นโอกาส นำเครื่องมือออกจับปลาบริเวณเชิงใต้สะพานข้ามลำห้วย ทางเข้าออกหมู่บ้านเป็นบริเวณน้ำวน ทำให้มีปลาหลากหลายชนิดว่ายทวนน้ำเป็นจำนวนมาก สามารถจับปลาได้เป็นจำนวนมาก ปลาส่วนใหญ่ที่จับได้จะเป็นปลารากกล้วยและปลาหมู นำกลับไปปรุงเป็นอาหาร บางส่วนนำไปขายโดยปลารากกล้วย ราคา กก.ละ 60 บาท ส่วนปลาหมู กก.ละ 40 บาท ในแต่ละวันชาวบ้านสามารถจับปลาได้ไม่ต่ำกว่าคนละ 3-5 กก. เฉลี่ยมีรายได้วันละ 200-300 บาท

ที่ จ.ชัยภูมิ น้ำป่าจากเทือกเขาภูแลนคา และบนอ่างเก็บน้ำลำปะทาว ไหลทะลักเข้าท่วมบ้านเรือนประชาชน และพื้นที่การเกษตรที่หมู่บ้านนาฝาย ต.นาฝาย อ.เมือง ล่าสุด มวลน้ำจากลำห้วยเสว ที่ไหลผ่านตัวเมืองชัยภูมิ ได้ไหลบ่าทะลักเข้าท่วมเขตชุมชนโนนสมอ ชุมชนกุดแคน ชุมชนหนองบ่อ ระดับสูงประมาณ 1 เมตร ชาวบ้านเร่งขนย้ายข้าวหนีน้ำไปไว้บนที่สูง ส่วนถนนบรรณาการ รอบบริเวณอนุสาวรีย์เจ้าพ่อพระยาแล และหน้า รพ.ชัยภูมิ ระดับน้ำสูง 40 ซม. ระดับน้ำยังคงสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง

ที่ จ.พังงา บรรดาเจ้าของเรือนำเที่ยวจำนวนมาก นำเรือมาผูกไว้ที่ท่าเทียบเรือมาเนาะห์ ต.เกาะยาวน้อย อ.เกาะยาว จ.พังงา เนื่องทะเลมีคลื่นลมแรง ขณะเดียวกัน ผู้โดยสารที่ต้องการจะข้ามฟาก ต้องรอให้คลื่นลมในทะเลสงบก่อน จึงจะนำเรือมาให้บริการรับส่งประชาชน ขณะเดียวกัน นายเอกรัฐ หลีเส็น รอง ผวจ.พังงา ประกาศเขตประสบ อุทกภัยในพื้นที่หมู่ 1, 2, 4, 8, 11 ต.ทุ่งมะพร้าว หมู่ 1, 3, 4, 5 ต.บางทอง หมู่ 3, 4, 9 ต.นาเตย และ หมู่ 4, 5 ต.ลำภี อ.ท้ายเหมือง เพื่อให้ส่วนราชการ องค์การปกครองส่วนท้องที่ และภาคเอกชนที่มีอำนาจหน้าที่เข้าดำเนินการในพื้นที่ประสบอุทกภัย

ที่ จ.สตูล น้ำไหลทะลักเข้าท่วมพื้นที่ ต.เขาขาว ต.กำแพง ต.ละงู และ ต.น้ำผุด อ.ระงู ระดับน้ำสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ที่ ต.ฉลุง อ.เมือง เจ้าหน้าที่ปักธงแดง แจ้งเตือนประชาชนขนย้ายข้าวของอพยพไปอยู่ในที่ปลอดภัย ขณะที่น้ำในคลองฉลุงเอ่อล้นท่วมบ้านเรือนในพื้นที่หมู่ 3, 4, 9, 10 และ 11 ชาวบ้านขนย้ายข้าวของหนีน้ำกันอลหม่าน โดยเจ้าหน้าที่มูลนิธิกู้ภัยร่มไทร จ.สตูล นำเรือท้องแบนมาช่วยเหลือประชาชน ขณะที่เจ้าหน้าที่ ตชด.436 นำน้ำดื่มไปแจกจ่ายแก่ประชาชนในพื้นที่ ต.เขาขาว นอกจากนี้ ทหาร ร.5 พัน. 2 นำกำลังพลไปช่วยขนย้ายข้าวของ และช่วยแพ็กถุงยังชีพของ อบต.เขาขาว ส่งไปช่วยเหลือผู้ประสบภัย ขณะเดียวกันนายนพดล นงเกษม นายก อบต.นำสิ่งของไปมอบให้กับชาวบ้านในพื้นที่หมู่ 1, 2, 4, 5 และหมู่ 7 จำนวน 426 ครัวเรือน ที่ถูกน้ำท่วม โดยบางจุดระดับสูงกว่า 1 เมตร

ที่ จ.อ่างทอง หลังมีการประกาศให้ทุ่งนาเขตพื้นที่ อ.ป่าโมก เป็นพื้นที่แก้มลิงรองรับน้ำหลากจากทางภาคเหนือ และกรมชลประทานประกาศผันน้ำลงทุ่งในวันที่ 25 ก.ย.นี้ ชาวนาต้องรีบเก็บเกี่ยวข้าวให้ทันเวลา นายนพรัตน์ กลีบขจร อายุ 54 ปี ชาวนา ต.สายทอง กล่าวว่า มีนาจำนวน 20 ไร่ ได้เร่งเกี่ยวข้าวจนแล้วเสร็จ อยากให้รัฐบาลหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องช่วยเหลือ เพราะการผันน้ำลงทุ่งทำให้ชาวนาขาดรายได้ เพราะไม่สามารถทำนาหรือปลูกพืชทดแทนได้เป็นเวลานานถึง 6 เดือน หลังจากนั้นจะต้องไปกู้หนี้ยืมสิน หาเงินมาซื้อน้ำมันสูบน้ำออกอีก เพราะเวลาปล่อยน้ำลงทุ่งแล้ว แต่เวลาระบายน้ำออกต้องช่วยเหลือตัวเองในการระบายน้ำออกจากที่นา

นายฉัตรชัย พรหมเลิศ อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยกล่าวว่า จากอิทธิพลของพายุ “ทกซูรี” ทำให้เกิดน้ำไหลหลากและน้ำเอ่อล้นตลิ่งในพื้นที่ 9 จังหวัด ปัจจุบันสถานการณ์คลี่คลายแล้ว 1 จังหวัด ยังมีสถานการณ์ 8 จังหวัด แยกเป็นภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 2 จังหวัด ได้แก่ กาฬสินธุ์ สกลนคร ภาคเหนือ 4 จังหวัด ได้แก่ แพร่ อุตรดิตถ์ พิษณุโลก เพชรบูรณ์ ภาคใต้ 2 จังหวัด ได้แก่ สตูล พังงา สถานการณ์ในภาพรวมอยู่ระหว่างการสำรวจความเสียหาย เพื่อให้การช่วยเหลือผู้ประสบภัย

นายกฤษฎา บุญราช ปลัดกระทรวงมหาดไทย ส่งหนังสือด่วนถึง ผวจ.ทั่วประเทศ ให้สำรวจพื้นที่ใกล้เคียงพื้นที่ประสบอุทกภัย ว่ามีแหล่งน้ำธรรมชาติหรือพื้นที่สาธารณะเพียงพอที่จะใช้เป็นพื้นที่รับน้ำได้หรือไม่ เพื่อหาวิธีการชักน้ำหรือขุดเจาะดึงน้ำลงไปเก็บไว้ใต้ดินหรือทำเส้นทางระบายน้ำจากพื้นที่น้ำท่วมมากักเก็บไว้ให้ประชาชนใช้ในฤดูแล้งหรือในยามขาดแคลน โดยให้พิจารณาใช้งบประมาณของสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัด หรือเงินงบประมาณพัฒนาจังหวัดที่เหลือจ่ายจากโครงการอื่น และจะต้องกำกับดูแลการใช้จ่ายงบ ประมาณทุกส่วนราชการให้เป็นไปตามระเบียบโดยเคร่งครัด ห้ามไม่ให้เกิดการทุจริตอย่างเด็ดขาด อย่างไรก็ตาม ในกรณีที่ไม่มีพื้นที่สาธารณะหรือแหล่งน้ำธรรมชาติ แต่มีพื้นที่ของประชาชนที่มีความเหมาะสม ให้หาวิธีการเจรจาเพื่อขอใช้พื้นที่ นอกจากนี้ ให้วางแผนและเตรียมเส้นทางการทำงานเพื่อช่วยเหลือประชาชนและกำหนดตำแหน่งศูนย์อพยพในแต่ละพื้นที่ รวมถึงเส้นทางการเข้าถึงศูนย์อพยพนั้นทุกทางด้วย

วันเดียวกัน กรมอุตุนิยมวิทยา รายงานสภาพอากาศว่า ประเทศไทยมีฝนตกชุกหนาแน่น และมีฝนตกหนักบางพื้นที่บริเวณภาคเหนือ ภาคกลาง ภาคตะวันออก และภาคใต้ฝั่งตะวันตก ขอให้ประชาชนบริเวณดังกล่าวระวังอันตรายจากฝนที่ตกหนักและฝนที่ตกสะสม ซึ่งอาจเกิดน้ำท่วมฉับพลันและน้ำป่าไหลหลากไว้ด้วย สำหรับทะเลอันดามันและอ่าวไทยตอนบนมีคลื่นสูง 2-3 เมตร ขอให้ชาวเรือเดินเรือด้วยความระมัดระวัง เรือเล็กบริเวณทะเลอันดามันควรงดออกจากฝั่งจนถึงวันที่ 18 ก.ย.60

สำหรับพายุดีเปรสชัน “ทกซูรี” ได้อ่อนกำลังลงเป็นหย่อมความกดอากาศต่ำและเคลื่อนเข้าปกคลุมด้านตะวันตกของภาคเหนือ และประเทศเมียนมาแล้ว ส่งผลให้ภาคเหนือมีฝนตกเป็นบริเวณกว้าง โดยมีฝนตกหนักถึงหนักมากหลายพื้นที่กับมีลมกระโชกแรง ส่วนภาคตะวันออกเฉียงเหนือจะมีฝนลดลง สำหรับมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ที่พัดปกคลุมทะเลอันดามัน ภาคใต้ และอ่าวไทยมีกำลังแรง ทำให้ภาคกลาง ภาคตะวันออก และภาคใต้ มีฝนตกชุกหนาแน่นและมีฝนตกหนักถึงหนักมากบางพื้นที่ ขอให้ประชาชนบริเวณดังกล่าวระวังอันตรายจากฝนที่ตกหนักและฝนที่ตกสะสมที่อาจเกิดน้ำท่วมฉับพลันและน้ำป่าไหลหลาก และลมกระโชกแรงต่อไปอีก 1 วัน

นายจรัลธาดา กรรณสูต องคมนตรี กล่าวภายหลังได้รับรายงานจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องถึงสถานการณ์หลังพายุ “ทกซูรี” เคลื่อนตัวขึ้นฝั่งแล้วว่า พายุลูกนี้มีเมฆที่ไม่อ้วนมาก น้ำอาจจะท่วม แต่จะไม่รุนแรงมาก ขณะเดียวกัน พายุเคลื่อนที่เร็วจะผ่านไปที่พม่าใน 2 วัน ไม่เหมือนพายุ “เซินกา” แช่อยู่นาน ทำให้ฝนตกนาน สร้างความเดือดร้อน ในส่วนของการบริหารจัดการน้ำในภาคอื่นๆ โดยเฉพาะภาคกลาง และลุ่มน้ำเจ้าพระยาทราบว่า จะสามารถบริหารจัดการได้ จะมีพื้นที่บางส่วนที่จะผันน้ำเข้าทุ่ง ทราบว่า มีการเกี่ยวข้าวเรียบร้อย หากน้ำเกินเข้ามาก็จะผันเข้าทุ่งต่างๆ ซึ่งไม่มีข้าวอยู่แล้วในตอนนี้