วันศุกร์ที่ 20 ตุลาคม พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

121 ปีกรมป่าไม้ ใช้แอพพลิเคชั่นจับรุกป่า

จับผ่านสัญญาณดาวเทียมแล้ว 200 คดี เตรียมแจกโทรฯผู้ว่าฯให้เบาะแส

นายชลธิศ สุรัสวดี อธิบดีกรมป่าไม้ เปิดเผยว่า วันที่ 18 ก.ย.นี้ เป็นวันครบรอบ 121 ปี กรมป่าไม้ การทำงานของกรมป่าไม้จากนี้จะเข้าสู่การดำเนินการตามแผนปฏิบัติการเชิงรุก เพื่อควบคุมและปราบปรามการบุกรุกทำลายป่าไม้ ในระบบไทยแลนด์ 4.0 ปรับแผนปฏิบัติโดยใช้เทคโนโลยีที่เข้ากับยุคสมัย สามารถตรวจสอบและเข้าดำเนินการจับกุมการบุกรุกพื้นที่ป่าได้ทันท่วงที โดยร่วมมือกับสำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ (องค์การมหาชน) หรือจิสด้า กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (วท.) ซึ่งเป็นหน่วยงานที่สามารถใช้ดาวเทียมตรวจสอบและถ่ายภาพพื้นที่ป่าที่ถูก บุกรุกได้ โดยกรมป่าไม้และจิสด้าร่วมกันทำระบบพิทักษ์ไพร โดยพัฒนาแอพพลิเคชั่นชื่อ แอพพลิเคชั่นพิทักษ์ไพร วิธีการทำงานก็คือ เมื่อดาวเทียมของจิสด้าถ่ายภาพพื้นที่ป่าที่ถูกบุกรุกได้ ก็จะส่งภาพพร้อมทั้งพิกัดดังกล่าวเข้าสู่ระบบเครือข่าย ซึ่งสามารถรับได้จากเครื่องโทรศัพท์สมาร์ทโฟนของเครือข่ายที่ตั้งเอาไว้ทุกเครื่อง

อธิบดีกรมป่าไม้กล่าวต่อว่า กรมป่าไม้จะนำโทรศัพท์สมาร์ทโฟนที่โหลดโปรแกรมแอพพลิเคชั่น พิทักษ์ไพร ไปมอบให้พนักงาน เจ้าหน้าที่พิทักษ์ป่ารวมทั้งผู้ว่าราชการจังหวัด ป่าไม้เขต นายอำเภอ เพื่อให้ทุกคนรับรู้ร่วมกัน รวมทั้งป้องกันการละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ด้วย ที่สำคัญผู้มีอิทธิพลคนไหนหรือใครๆ จะมาขอให้ละเว้นการปฏิบัติก็ไม่ได้

ด้านนายอรรถพล เจริญชันษา รองอธิบดีกรมป่าไม้ กล่าวว่า แอพพลิเคชั่น พิทักษ์ไพร สามารถรับสัญญาณดาวเทียมจากระบบดาวเทียมของจิสด้าที่ตรวจสอบความผิดปกติของพื้นที่ป่าทั่วประเทศได้ เพื่อจะให้พื้นที่รับผิดชอบที่อยู่ใกล้ที่สุดสามารถเข้าไปตรวจสอบและดำเนินคดีได้ทันท่วงที ที่ผ่านมาระบบดังกล่าวสามารถตรวจสอบพื้นที่ป่าที่ถูกบุกรุกได้แล้วประมาณ 1,000 จุดทั่วประเทศ และดำเนินคดีได้แล้วถึง 200 คดีด้วยกัน สำหรับภาพรวมของการ เข้าตรวจยึดจับกุมการบุกรุกทำลายป่านั้น ล่าสุดเมื่อวันที่ 31 ส.ค. สามารถตรวจยึดพื้นที่ป่าที่ถูกบุกรุกได้ 99,167 ไร่ มั่นใจว่าก่อนสิ้นงบประมาณ 2560 กรมป่าไม้จะดำเนินการตรวจยึดจับกุมพื้นที่ป่าที่ถูกบุกรุกได้ 100,000 ไร่ ตามเป้าหมายที่ตั้งเอาไว้อย่างแน่นอน โดยสถิติการตรวจยึด จับกุมนั้น ลดลงจากปี 2559 ถึง 40% ด้วยกัน อย่างไรก็ตาม ทุกพื้นที่ก็อยู่ในสถานการณ์ที่จะต้องเฝ้าระวังตลอดเวลา เนื่องจากรูปแบบของการบุกรุกนั้นเปลี่ยนแปลงตลอด เช่น การขยายพื้นที่การบุกรุกไปยังพื้นที่ป่าของเอกชน เป็นต้น.