วันอังคารที่ 17 ตุลาคม พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

จำเป็นต้องเดินคู่กัน

โดย สหบาท

หากกล่าวถึงงานสืบสวนและสอบสวน

พล.ต.ท.โสภณ วาราชนนท์ อดีตผู้ช่วย อ.ตร. ผู้เป็น “ปรมาจารย์” ของงานทั้ง 2 ด้าน แสดงความคิดเห็นมานำเสนอให้เข้าใจได้ง่ายว่า

งานสอบสวน หมายถึงการรวบรวมพยานหลักฐานเพื่อพิสูจน์ว่ามีการกระทำผิดทางอาญาตามที่กฎหมายกำหนดไว้ได้เกิดขึ้นจริงดังที่กล่าวหากันหรือไม่

ทางราชการได้แต่งตั้งนายตำรวจชั้นสัญญาบัตรที่มีคุณสมบัติตามที่กำหนดไว้มาทำหน้าที่เป็นพนักงานสอบสวนตามโรงพักทั่วประเทศหมุนเวียนทำงานกันตลอด 24 ชั่วโมง

ดังที่ชาวบ้านเรียกว่า “นายร้อยเวร” มีอำนาจสืบสวนสอบสวนคดีอาญาที่เกิดในเขตท้องที่และติดตามจับกุมผู้กระทำผิดมาดำเนินคดีอีกด้วย

มีความสำคัญเป็น “เสาต้นแรกของกระบวนการยุติธรรม” เสมือนผู้ชี้ทิศทางของคดี

ส่วน งานสืบสวน คือ การแสวงหาข้อเท็จจริงและพยานหลักฐานเพื่อทราบรายละเอียดของความผิด ทั้งคดีที่พนักงานสอบสวนรับแจ้งความไว้ และคดีอื่นๆ เพื่อรักษาความสงบเรียบร้อยของบ้านเมือง ตลอดจนมีหน้าที่ติดตามจับกุมผู้กระทำผิด

ก่อนส่งพนักงานสอบสวนดำเนินการไปตามอำนาจหน้าที่

ทางราชการแต่งตั้งตำรวจจำนวนหนึ่งให้ทำหน้าที่นี้ ชาวบ้านมักเรียกว่า “นักสืบ ” เป็นอีก กลไกสำคัญ ที่ชี้แนะและช่วยพนักงานสอบสวนค้นหาพยานหลักฐานติดตามจับกุม
ผู้กระทำผิด

แสดงให้เห็นว่า งานสืบสวน-สอบสวน ต้องทำงานเอื้อเฟื้อซึ่งกันและกัน มีงานสอบสวนเป็นตัวหลัก มีงานสืบสวนเป็นผู้สนับสนุน “เดินคู่กัน” ไปอย่างใกล้ชิด

ต้องมีผู้ควบคุมโดยตรงคนเดียวกัน

ถ้างานสอบสวนเป็น “ตัวหลัก” แต่ไม่มีงานสืบสวน คงเปรียบเสมือน “ไม่มีแขนของเขา” มาร่วมทำงานด้วย แล้วพวกเขาจะทำงานได้อย่างไร

ดังนั้น แนวความคิดแยกงานสืบสวน-สอบสวนออกจากกัน นอกจากจะทำให้งานไม่สัมฤทธิผล

ยังน่าจะขัดต่อเจตนารมณ์ของกฎหมายอีกด้วย.

สหบาท