วันพุธที่ 13 ธันวาคม พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ฝากไว้กับ 7 กกต.ชุดใหม่

เซ็ตซีโร่ กกต. เดินหน้าสู่เลือกตั้ง

เมื่อวันที่ 13 ก.ย. 60 ที่ผ่านมาได้มีประกาศในราชกิจจานุเบกษาให้ พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยคณะกรรมการการเลือกตั้งปี 2560 มีผลบังคับใช้อย่างเป็นทางการ

เท่ากับ 5 เสือ กกต.ชุดใหม่ก็จะต้องพ้นจากตำแหน่งเพียงแต่จะต้องรอให้มีการสรรหา กกต.ชุดใหม่ 7 คน เข้ามาทำหน้าที่แทน

พูดง่ายๆจะต้องรักษาการแทนไปก่อน

ถือเป็นกฎหมายลูกฉบับที่ดำเนินการเสร็จเรียบร้อยเหลืออีก 9 ฉบับ แต่หากอีก 3 ฉบับเสร็จก็จะมีผลให้ดำเนินการเลือกตั้งได้

กกต.ยุคใหม่นี้มีจำนวนเพิ่มขึ้นเป็น 7 คน และวาระการดำรงตำแหน่ง 7 ปี ซึ่งจะมาจากการสรรหา 2 ทาง

1.จากคณะกรรมการสรรหาที่มีประธานศาลฎีกาเป็นประธานจำนวน 5 คน

2.จากการเลือกของที่ประชุมใหญ่ศาลฎีกาจำนวน 2 คน

นั่นเท่ากับว่าเป็นการให้ความไว้วางใจการทำหน้าที่ของสถาบันยุติธรรมเป็นหลัก ทั้งนี้ กกต.ชุดใหม่จะต้องดำเนินการ

ให้เสร็จและส่งชื่อให้ สนช.ภายในวันที่ 12 ธ.ค. 60 เพื่อลงมติเห็นชอบ

ภารกิจหลักของ กกต.ชุดใหม่คือการจัดการเลือกตั้งให้เรียบร้อยบริสุทธิ์ยุติธรรมซึ่งเป็นหน้าที่สำคัญที่จะมีผลในทางการเมือง

คำว่า “บริสุทธิ์ยุติธรรม” นั้น มีความหมายในตัวที่สมบูรณ์อยู่แล้วจึงเป็นหน้าที่ของ กกต.จะต้องทำให้ได้ตามนี้ตามหลักการ

มีของใหม่เพิ่มเติมอยู่หลายอย่าง เช่น มีการยกเลิก กกต.จังหวัดแล้วแต่งตั้งผู้ตรวจการ กกต. ซึ่งจะทำหน้าที่ตรวจตราการเลือกตั้งทุกจังหวัดทุกเขตเพื่อจะได้รับทราบความเป็นไปของการเลือกตั้งว่ามีการดำเนินการถูกต้อง ไม่ผิดกฎหมาย ไม่มีการซื้อเสียง ใช้อำนาจอิทธิพล

ที่ผ่านมา กกต.จังหวัดเป็นที่รู้ดีว่าไม่สามารถทำหน้าที่ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ส่วนใหญ่ตกอยู่ใต้อิทธิพลของนักการเมืองผู้มีอิทธิพลในท้องถิ่น ขืนไปทำหน้าที่แข็งขันโอกาสเสี่ยงต่อชีวิตจึงมีสูง

ทำไปทำมากลายเป็นเครื่องฟอกขาวให้กับนักการเมือง

อีกทั้งยังมีอำนาจหน้าที่ในการเป็นหูเป็นตาในการตรวจสอบนโยบายของรัฐอีกด้วย ในกรณีที่มีหลักฐานอันควรเชื่อว่าการใช้จ่ายงบประมาณแผ่นดินมีพฤติกรรมทุจริตต่อหน้าที่หรือไม่ จงใจปฏิบัติหน้าที่ หรือใช้อำนาจขัดต่อบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญหรือกฎหมาย

หรืออาจทำให้การเลือกตั้งมิได้เป็นไปโดยสุจริตหรือเที่ยงธรรม

ทั้งนี้ เมื่อผู้ว่าการตรวจเงินแผ่นดินไม่มีอำนาจจะดำเนินการได้ จึงให้แจ้งเรื่องต่อ ป.ป.ช. กกต. หรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อให้ดำเนินการตามอำนาจและหน้าที่

นี่ถือว่าเป็นอำนาจพิเศษงอกออกมาให้ กกต.ชุดใหม่ด้วย

จากนี้ไปจึงขึ้นอยู่กับคณะกรรมการสรรหาว่าจะเลือกบุคคลใดเข้ามาเป็น 7 กกต.ชุดใหม่ ซึ่งจะต้องมีการดำเนินการให้รวดเร็วตามเงื่อนไขที่กำหนดไว้

ที่สำคัญก็คือ เมื่อ กกต.มีหน้าที่และภาระสำคัญในทางที่จะช่วยการเมืองดีขึ้นกว่าที่ผ่านมา คือการกลั่นกรองนักการเมืองที่ประชาชนลงคะแนนเลือกตั้งอีกชั้นหนึ่ง

หากบุคคลที่ทำหน้าที่ในการสรรหาจะพิจารณาด้วยความรอบคอบได้คนดี ซื่อสัตย์สุจริต มีประสบการณ์และกล้าหาญ ไม่สมยอมกับนักการเมือง อำนาจหรืออิทธิพล รู้เท่ารู้ทัน

จึงจะทำให้ได้บุคคลที่เหมาะสมเข้ามาทำหน้าที่เป็น กกต. อันเป็นทางหนึ่งที่จะทำให้มีโอกาสได้นักการเมืองที่ดีอย่างสร้างสรรค์

เพราะที่ผ่านมา การเมืองไทยเกิดปัญหามายาวนานเพราะนักการ เมืองส่วนใหญ่เข้ามาด้วยวิธีผิดกฎหมาย ซื้อเสียง ใช้อิทธิพล อำนาจ

เมื่อได้เข้ามาแล้วจึงคิดแต่จะเอากำไรคืนเท่านั้น.


“สายล่อฟ้า”