วันเสาร์ที่ 16 ธันวาคม พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

อพยพชาวบ้าน เกาะเชือก หนีน้ำป่าระทึก เหนือ-อีสานอ่วม ‘ทกซูรี’

พายุฝนถล่มหนักซัดต้นไม้ใหญ่ข้างทางโค่นทับร่างเจ้าหน้าที่กรมอุทยานฯดับ และ ส.ต.ต.เจ็บอีก 1 ขณะทั้งคู่ขี่รถ จยย.คนละคันวิ่งมาตามถนนบ้านแยง-นครไทย จ.พิษณุโลก ส่วนที่ จ.กาฬสินธุ์ น้ำป่าซัดรถเก๋งติดเกาะกลางน้ำท่วมสูงกว่า 2 เมตร บึงกาฬพายุโค่นเสาไฟฟ้าล้มระเนนระนาด เพชรบูรณ์ไก่ตายยกฟาร์ม 8,000 ตัว ขณะที่กรมอุตุฯประกาศฝนตกทั่วทุกภาค เฝ้าเตือนระวังภัย

ผลพวงจากพายุไต้ฝุ่น “ทกซูรี” เคลื่อนขึ้นฝั่งบริเวณตอนใต้ของเมืองวินห์ ประเทศเวียดนาม พัดเข้าปกคลุมประเทศลาวและเคลื่อนผ่านเข้าไทยส่งผลให้ภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือมีฝนตกเป็นบริเวณกว้าง ประกอบกับมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ที่พัดปกคลุมทะเลอันดามัน ภาคใต้ และอ่าวไทยมีกำลังแรง ทำให้ภาคกลาง ภาคตะวันออก และภาคใต้มีฝนตกชุกหนาแน่น เมื่อเวลา 02.00 น. วันที่ 16 ก.ย. ร.ต.อ.ศิริพงษ์ เงื่อนจันทอง รอง สว. (สอบสวน) สภ.นครไทย จ.พิษณุโลก รับแจ้งมีเหตุฝนตกหนักและลมแรงทำให้ต้นไม้ล้มทับรถ จยย.มีผู้บาดเจ็บและเสียชีวิต ที่บนถนนบ้านแยง-นครไทย หมู่ 9 บ้านห้วยแก้ว ต.หนองกระท้าว ไปตรวจสอบพร้อมแพทย์เวร รพ.สมเด็จพระยุพราชนครไทย และเจ้าหน้าที่หน่วยกู้ภัยบูรพา

ที่เกิดเหตุพบต้นไม้ขนาดใหญ่ล้มทับรถ จยย. ฮอนด้า ซีบีอาร์ 300 สีน้ำตาล ไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียน ใกล้กันพบศพนายวัชระวิทย์ สีแก้ว อายุ 23 ปี บ้านเลขที่ 197/1 หมู่ 11 ต.บ้านแยง อ.นครไทย จ.พิษณุโลก เจ้าหน้าที่หน่วยป้องกันรักษาป่าที่ พล 7 (บ้านแยง) สำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 11 กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช และมีผู้บาดเจ็บอีก 1 คน ทราบชื่อ ส.ต.ต.พงศกร ไชยวาลย์ อายุ 20 ปี ผบ.หมู่งาน ป.สภ.บ้านแยง อ.นครไทย จ.พิษณุโลก เจ้าหน้าที่นำส่ง รพ.สมเด็จพระยุพราชนครไทย สอบสวนทราบว่า ผู้ตายและผู้บาดเจ็บขี่รถ จยย.มาคนละคัน ระหว่างทางเกิดฝนตกลงมาและมีกระแสลมแรงมาก ทำให้ต้นไม้ขนาดใหญ่ข้างทางล้มเป็นจังหวะรถวิ่งผ่านมาพอดีจนเป็นเหตุสลด

จ.แพร่ เกิดฝนตกหนัก โดยเฉพาะในเขตเทศบาลเมืองแพร่ได้รับผลกระทบมากที่สุด ถนนยันตรกิจโกศลตั้งแต่หน้าวิทยาลัยอาชีวศึกษาแพร่ไปจนถึงหน้าโรงเรียนพิริยาลัยแพร่น้ำท่วมสูง ถนนสายเจริญเมืองเป็นถนนสายเศรษฐกิจของเมืองแพร่ ร้านค้าปิดที่ถนนสายเด่นชัย-อุตรดิตถ์ ช่วงใกล้กับประตูสู่ล้านนา ต.แม่จั๊วะ อ.เด่นชัย น้ำท่วมถนนสูงกว่า 50 เมตร เจ้าหน้าที่เร่งประกาศเตือนชาวบ้านให้ระมัดระวังและเฝ้าฟังสถานการณ์อย่างต่อเนื่อง ส่วน จ.น่าน ฝนตกทั้ง 15 อำเภอ ประชาชนที่มีบ้านเรือนอยู่ในพื้นที่เสี่ยง พื้นที่ติดลุ่มน้ำสาขาต่างๆยังคงต้องเฝ้าระวังน้ำท่วมฉับพลัน

ขณะเดียวกันมีน้ำท่วมขังถนนหลายสายในเขตเทศบาลนครพิษณุโลก รวมทั้งมีน้ำป่าไหลหลากเข้าท่วมบ้านเรือนประชาชนและโรงเรียนที่บ้านน้ำปาด หมู่ 2 ต.ชมพู อ.เนินมะปราง นอกจากนี้ชาวบ้านหมู่ 10 บ้านทรัพย์สมบูรณ์ ต.บ้านกลาง อ.วังทอง ได้รับผลกระทบน้ำป่าไหลหลากเข้าท่วมบ้านเรือนจำนวน 20 หลังคาเรือน ประชาชนต้องขนสิ่งของออกมาไว้ที่ถนนภายในหมู่บ้าน

จ.สุโขทัย ฝนตกหนักอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้ อ.สวรรคโลก เกิดน้ำท่วมขังทะลักเข้าบ้านเรือนและร้านค้าอย่างรวดเร็ว ชาวบ้านต้องเร่งย้ายข้าวของขึ้นที่สูงกันอย่างอลหม่าน ที่ จ.พิจิตร น้ำไหลทะลักเข้าท่วมหน่วยงานราชการในเขตเทศบาลเมืองพิจิตรและโรงเรียนพิจิตรพิทยาคม ระดับน้ำสูงประมาณ 60-80 ซม. ทำให้เครื่องคอมพิวเตอร์และเอกสารได้รับความเสียหาย เจ้าหน้าที่ใช้เรือพายเข้าไปเก็บสิ่งของเครื่องใช้ในสำนักงานขึ้นที่สูง ขณะเดียวกันเกิดกระแสน้ำจากลำน้ำป่าสักไหลเข้าท่วมบ้านเรือนราษฎร ต.ห้วยไร่ และ ต.สักหลง อ.หล่มสัก จ.เพชรบูรณ์ ระดับน้ำสูงกว่า 1.5 เมตร น้ำท่วมฟาร์มไก่ตาย 8,000 ตัว เสียหายกว่า 8 แสนบาท

จ.กาฬสินธุ์ ฝนตกหนักทำให้หลายพื้นที่เริ่มมีน้ำท่วมขัง ที่ถนนสายเศรษฐกิจหมายเลข 12 กาฬสินธุ์-สมเด็จ บริเวณบ้านพรสวรรค์ ต.หนองแวง อ.สมเด็จ น้ำป่าไหลหลากเข้าท่วมถนนระดับน้ำสูงถึง 1-2 เมตร รถเล็กไม่สามารถสัญจรไปมาได้ ในช่วงเกิดน้ำหลากมีรถเก๋งถูกกระแสน้ำซัดไปติดอยู่ที่เกาะกลางถนน คนขับและผู้โดยสารต่างตะเกียกตะกายออกมานอกรถกันอย่างทุลักทุเล นอกจากนี้ ยังพบรถพ่วงจอดเสียอยู่ที่กลางถนน เจ้าหน้าที่ตำรวจและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องต้องประชาสัมพันธ์ให้เลี่ยงเส้นทางเพื่อความปลอดภัย ส่วนที่ถนนสาย อ.สมเด็จ-อ.ห้วยผึ้ง ช่วงบ้านคำบง ต.คำบง อ.ห้วยผึ้ง น้ำท่วมถนนสูงประมาณ 1.50 เมตร รถเก๋งไม่สามารถขับผ่านไปได้

ต่อมาในช่วงบ่ายที่ จ.อุตรดิตถ์ น้ำป่าทะลักเข้าท่วมพื้นที่ 2 อำเภอ ประกอบด้วย ต.น้ำไคร้ อ.น้ำปาด และ ต.ผักขวง ต.บ่อทอง อ.ทองแสนขัน ระดับน้ำสูงกว่า 1 เมตร มีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว ด้าน พ.ท.อนุวัช ปัญญานันท์ ผู้บังคับการกองพันทหารม้าที่ 7 ค่ายพิชัยดาบหัก นำกำลังทหารลงพื้นที่ช่วยเหลือ โดยใช้เชือกผูกกับต้นไม้อพยพชาวบ้านฝ่ากระแสน้ำในลำห้วยไคร้เป็นไปอย่างระมัดระวัง แล้วพาไปอยู่ที่พักชั่วคราว

ส่วนที่บ้านโนนศรีเจริญ หมู่ 9 ต.ยอดแกง อ.นามน จ.กาฬสินธุ์ น้ำป่าซัดคอสะพานขาดถนน 2 ช่องจราจรพังเป็นหลุมลึก 10 เมตร ยาว 15 เมตร ลึกกว่า 10 เมตร เส้นทางถูกตัดขาด ชาวบ้านต้องเลี่ยงล้อมไปใช้เส้นทางอื่น เจ้าหน้าที่กั้นพื้นที่เป็นเขตอันตราย พร้อมจัดกำลังคอยอำนวยความสะดวกให้กับชาวบ้านใช้เส้นทางเลี่ยงที่จะเดินทางไปยังอำเภอนามน ส่วนการแก้ไขจะนำเครื่องจักรกลหนักเข้ามาซ่อมแซมคอสะพานให้สามารถกลับมาใช้งานได้ตามปกติ คาดจะใช้เวลา 2-3 วัน

จ.ร้อยเอ็ด ระดับน้ำในลำน้ำชียังทรงตัว ทำให้ไม่สามารถระบายน้ำออกจากหลายพื้นที่ที่มีน้ำท่วมขังใน อ.จังหาร อ.เชียงขวัญ อ.ทุ่งเขาหลวง และ อ.เสลภูมิ ถนนหลายสายถูกตัดขาด เจ้าหน้าที่และชาวบ้านช่วยกันนำกระสอบทรายมาวางตามแนวถนน เพื่อทำเป็นทางเดินให้ชาวบ้านสัญจรไปมาเป็นการชั่วคราวที่บ้านหนองหิ้ง ต.ท่ากกแดง อ. เซกา จ.บึงกาฬ เสาไฟฟ้าแรงสูง 6 ต้น ถูกแรงลมพัดล้มลงมาขวางถนนสายหนองหิ้ง-เซกา ระยะทางกว่า 500 เมตร ส่งผลให้ไฟฟ้าดับในหลายหมู่บ้าน เจ้าหน้าที่การไฟฟ้าเร่งซ่อมอย่างเร่งด่วน

จ.เลย ฝนตกหนักปริมาณน้ำในลำคลองเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว ที่บ้านนาข่า หมู่ 5 ต.ปากหมัน อ.ด่านซ้าย บ้านเรือนที่อยู่ติดลำน้ำเหืองกั้นพรมแดนไทย-ลาว น้ำเอ่อท่วมเข้าบ้าน 6 หลังคาเรือนระดับน้ำ 20-30 ซม. ที่ อ.ภูเรือ น้ำป่าจากอุทยานแห่งชาติภูเรือไหลลงพื้นที่ต่ำเขตเทศบาลตำบลภูเรือ ทำให้ท่วมบ้านเรือนจำนวน 3 หลัง พื้นที่การเกษตรปลูกต้นดาวเรือง และแปลงไม้ดอกเสียหาย 5 ไร่

นายรุ่งโรจน์ เสริมศรี ผอ.กองช่าง เทศบาลตำบลป่าคลอก อ.ถลาง จ.ภูเก็ต ไปตรวจสอบที่คอสะพานน้ำตกบางแป ถนนอนุสาวรีย์-ป่าคลอก ต.ป่าคลอก อ.ถลาง เกิดการทรุดตัวส่งผลให้ผิวการจราจรบนถนนยุบเป็นหลุม รถไม่สามารถวิ่งผ่าน พร้อมนำรถตักทำการซ่อมแซมตักดินมาปรับแต่งคอสะพานให้แน่นหนา เนื่องจากปริมาณน้ำในลำคลองไหลเชี่ยว หลังเกิดฝนตกหนักต่อเนื่องมาตั้งแต่วันที่ 15 ก.ย. ทำให้น้ำกัดเซาะตลิ่งบริเวณคอสะพานและดินใต้ถนนเกิดการทรุดตัว ขณะที่ทางขึ้นเขาโต๊ะแซะ อ.เมืองภูเก็ต หินขนาดใหญ่และดินโคลน สไลด์จากเขาลงมาปิดทาง เจ้าหน้าที่ อบจ.ภูเก็ต เข้าเคลียร์พื้นที่ก่อนเปิดเส้นทางได้ตามปกติ

ขณะที่นางณิชานันท์ ประเสริฐศรี ผู้ใหญ่บ้านหมู่ 7 ต.เจ้าเจ็ด อ.เสนา จ.พระนครศรีอยุธยา รับแจ้งต้นโพธิ์ขนาดใหญ่ล้มทับบ้านพังได้รับความเสียหายที่บ้านเลขที่ 116/8 หมู่ 7 ไปตรวจสอบพร้อมทหาร ม.27 พล.ม.2 รอ. และเจ้าหน้าที่อาสาสมัครมูลนิธิร่วมกตัญญู ที่เกิดเหตุเป็นบ้านปูนชั้นเดียวพบต้นโพธิ์ขนาดใหญ่โค่นทับบ้านทั้งหลัง กระเบื้องมุงหลังคาแตกกระจาย เศษไม้หัก ข้าวของภายในบ้านเสียหาย มีนายอัมพร ฐิติโภคา อายุ 59 ปี เจ้าของบ้านเปิดเผยว่า เมื่อคืนวันที่ 15 ก.ย. เกิดลมพายุพัดแรงและมีฝนตกหนักมาก ได้ยินเสียงดังออกมานอกบ้านเดินออกมาดูเห็นต้นโพธิ์อายุกว่า 30 ปี โค่นลงมาทับบ้าน ข้าวของเครื่องใช้เสียหาย ต่อมาเจ้าหน้าที่ใช้เลื่อยยนต์ตัดต้นโพธิ์ที่พาดขวางตัวบ้าน และอยู่ระหว่างการพิจารณาความช่วยเหลือต่อไป

กรมอุตุนิยมวิทยา ออกประกาศว่า เมื่อเวลา 04.00 น. วันที่ 16 ก.ย. พายุโซนร้อน “ทกซูรี” (DOKSURI) มีศูนย์กลางอยู่บริเวณกรุงเวียงจันทน์ สปป.ลาว จะอ่อนกำลังลงเป็นพายุดีเปรสชันและจะเคลื่อนเข้าปกคลุมภาคเหนือ และภาคตะวันออกเฉียงเหนือ มีฝนตกเป็นบริเวณกว้าง โดยมีฝนตกหนักถึงหนักมากหลายพื้นที่กับมีลมกระโชกแรง สำหรับมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ที่พัดปกคลุมทะเลอันดามัน ภาคใต้ และอ่าวไทยมีกำลังแรง ทำให้ภาคกลาง ภาคตะวันออก และภาคใต้ มีฝนตกชุกหนาแน่น และมีฝนตกหนักถึงหนักมากบางพื้นที่ ขอให้ประชาชนบริเวณดังกล่าวระวังอันตรายจากฝนที่ตกหนัก และฝนที่ตกสะสมที่อาจเกิดน้ำท่วมฉับพลันและน้ำป่าไหลหลาก และลมกระโชกแรงไว้ด้วย สำหรับคลื่นลมบริเวณทะเลอันดามันและอ่าวไทยตอนบนมีกำลังแรง

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า สำนักงานรับมือภัยพิบัติเวียดนาม รายงานความเสียหายจากพายุไต้ฝุ่น “ทกซูรี” ที่พัดขึ้นฝั่งภาคกลางเวียดนาม เมื่อช่วงบ่ายวันที่ 15 ก.ย. เจ้าหน้าที่พบยอดผู้เสียชีวิตเพิ่มเป็น 4 ศพ บาดเจ็บ 10 คน บ้านเรือนได้รับความเสียหาย 123,000 หลัง มีผู้อพยพเกือบ 80,000 คน ในพื้นที่ 5 จังหวัดภาคกลาง ทางการระดมทหารกว่า 250,000 นาย พร้อมยุทโธปกรณ์ เข้าช่วยเหลือชาวบ้านผู้ประสบภัย ขณะที่กรมอุตุนิยมวิทยาเวียดนามประเมินว่าไต้ฝุ่นทกซูรี ได้อ่อนกำลังลงเรื่อยๆตลอดวันที่ 16 ก.ย. ก่อนสลายตัวไปในพื้นที่ภาคเหนือของ สปป.ลาว