วันอาทิตย์ที่ 22 ตุลาคม พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

เค้น ‘2ร้อยตรี’ บึมทับเบิก โยงอดีตผญบ.คนดัง ค้นรีสอร์ต-เผ่นหนี!

ทหารสนธิกำลังกว่า 100 นาย ลุยสางคดีระเบิดภูทับเบิก บุกค้นสองรีสอร์ตดัง โดยหนึ่งในสองเป็นของอดีตผู้ใหญ่บ้าน ยึดแบตเตอรี่พันด้วยเทปพันสายไฟสีดำต่อพ่วงกับมัลติมิเตอร์หรือตัววัดกระแสไฟฟ้า 1 ชุด แต่ไม่พบตัวอดีตผู้ใหญ่บ้าน พร้อมบุกล็อกตัวอดีตนายทหารยศ “ร้อยตรี” 2 นาย หลังพบหลักฐานเชื่อมโยงอดีตผู้ใหญ่บ้าน และอาจมีเอี่ยวระเบิดภูทับเบิก คุมตัวสอบเครียดยังให้การปฏิเสธ

กรณีเกิดเหตุระเบิดเมื่อสายของวันที่ 10 ก.ย.ที่ผ่านมา บริเวณทางแยกเข้าบ้านภูทับเบิก หมู่ 8 ต.บ้านเนิน อ.หล่มเก่า จ.เพชรบูรณ์ ส่งผลให้นายสวน อ่อนตา อายุ 63 ปี อยู่บ้านเลขที่ 49 หมู่ 10 ต.หล่มเก่า อ.หล่มเก่า จ.เพชรบูรณ์ คนขับรถรับจ้างรับส่งนักท่องเที่ยวขึ้นภูทับเบิกถูกระเบิดอัดร่างฉีกกระเด็นเสียชีวิตกลางถนน ขณะจอดรถลงไปปัสสาวะในพงหญ้าข้างทาง ตำรวจเชื่อว่ามือระเบิดอาจเป็นกลุ่มคนที่สูญเสียผลประโยชน์จากการที่เจ้าหน้าที่เข้าไปรื้อถอนสิ่งปลูกสร้างรุกพื้นที่ป่าบนภูทับเบิก เกิดความไม่พอใจ ลงมือก่อเหตุขึ้นเพื่อข่มขู่เจ้าหน้าที่ แต่นายสวนรับเคราะห์แทน โดยหลังเกิดเหตุตำรวจเร่งรวบรวมพยานหลักฐานเพื่อติดตามจับกุมกลุ่มคนร้าย

ผู้สื่อข่าวรายงานวันที่ 16 ก.ย.ว่า เมื่อช่วงบ่ายของวันที่ 15 ก.ย.ที่ผ่านมา พ.ท.เกียรติอุดม นาดี ผบ.ม.พัน.28 ค่ายพ่อขุนบางกลางหาว จ.เพชรบูรณ์ สนธิกำลัง 4 ฝ่าย ประกอบด้วยทหาร ตำรวจ ฝ่ายปกครอง และเจ้าหน้าที่ป่าไม้กว่า 100 นาย ตั้งด่านปิดกั้นไม่ให้ประชาชนสัญจรเข้าออกบริเวณสามแยกใกล้ด่านป่าไม้ทางแยกเข้าภูทับเบิก พร้อมสั่งห้ามผู้สื่อข่าวติดตามเข้าไปทำข่าวและบันทึกภาพโดยเด็ดขาด ก่อนจะบุกเข้าตรวจค้นพื้นที่เป้าหมาย 2 แห่ง คือรีสอร์ตชื่อ “ลุงท้ายโฮมสเตย์” และ “ทับเบิกอินดี้” พบแบตเตอรี่พันด้วยเทปพันสายไฟสีดำต่อพ่วงกับมัลติมิเตอร์หรือตัววัดกระแสไฟฟ้า 1 ชุด ซุกซ่อนอยู่ภายในทับเบิกอินดี้ จึงเก็บไว้เป็นหลักฐาน นำส่งกองพิสูจน์หลักฐานเพื่อตรวจพิสูจน์ แต่ขณะเข้าตรวจค้นไม่พบตัวนายมา วงศ์ทับเบิก อดีตผู้ใหญ่ บ้านภูทับเบิก ซึ่งเป็นเจ้าของรีสอร์ต “ทับเบิกอินดี้” แต่อย่างใด คาดว่านายมาอาจกลัวความผิดและได้หลบหนีออกจากพื้นที่ไปก่อนหน้าแล้ว

สำหรับนายมา วงศ์ทับเบิก เจ้าของรีสอร์ต “ทับเบิกอินดี้” เคยถูกเจ้าหน้าที่ชุดปฏิบัติการแก้ไขปัญหาภูทับเบิกเข้ารื้อถอนสิ่งปลูกสร้างตามคำสั่ง คสช.ที่ 35/2559 เมื่อช่วงปีที่ผ่านมา โดยครั้งแรกมีคำสั่งให้รื้อถอนสิ่งปลูกสร้างเนื่องจากอาคารไม่มีความมั่นคงแข็งแรง ต่อมาอีกไม่กี่เดือนก็มีคำสั่งให้รื้อถอนอีกรอบด้วยสาเหตุของการบุกรุกพื้นที่ ซึ่งในครั้งหลังนี้นายมาได้ขอรื้อถอนเอง มีการรื้อถอนไปบางส่วน ระหว่างนั้นนายมายังได้ยื่นคำร้องขอเข้าร่วมแผนผ่อนปรนกับทางจังหวัดเพชรบูรณ์ อ้างว่าตนเป็นชาวม้งในพื้นที่ควรมีสิทธิในที่ดินทำกินเหมือนชาวม้งรายอื่นๆ โดยเจ้าหน้าที่จากสำนักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดเพชรบูรณ์ ได้รับเรื่องไว้ตรวจสอบและอยู่ระหว่างการพิจารณาดำเนินการตามขั้นตอน

ต่อมาเวลาไล่เลี่ยกัน เจ้าหน้าที่ได้ควบคุมตัวนายทหารนอกราชการยศ “ร้อยตรี” สังกัดอยู่ในพื้นที่จังหวัดเพชรบูรณ์ที่เออร์ลี่ออกไปเมื่อหลายปีก่อน 2 นาย ไปสอบสวน เนื่องจากสงสัยว่าอาจจะมีส่วนพัวพันการวางระเบิด หลังชุดสอบสวนได้เข้าไปตรวจค้นบ้านพัก พบหลักฐานเป็นทะเบียนบ้านของนายมา วงศ์ทับเบิก และเอกสารต่างๆ จำนวนมากภายในรถยนต์ส่วนตัวของหนึ่งในอดีตนายทหารต้องสงสัย เบื้องต้นเจ้าตัวอ้างไม่รู้เห็นและไม่เกี่ยวข้อง แต่เจ้าหน้าที่ไม่ปักใจเชื่อ ควบคุมตัวสอบสวนเพิ่มเติม

มีรายงานว่าสำหรับผลการตรวจพิสูจน์ระเบิดที่คนร้ายนำมาก่อเหตุนั้น พบว่าคนร้ายน่าจะใช้กระสุนปืนใหญ่รถถังขนาด 76 มม.ใช้ชนวนกลเวลากระทบแตกไว (MT-SQ) ตระกูล M500, M501 ทำการจุดระเบิดด้วยเชื้อปะทุไฟฟ้าพร้อมสายไฟรองรับไฟฟ้าขนาด 9 โวลต์ ขณะนี้เจ้าหน้าที่อยู่ระหว่าง การสอบสวนเพื่อหาความเชื่อมโยงระหว่างกลุ่มผู้ว่าจ้างและกลุ่มผู้ก่อเหตุ คาดว่าจะทราบตัวในเร็วๆนี้

พ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนเจริญ รองโฆษก ตร.กล่าวถึงความคืบหน้ากรณีเหตุระเบิดบริเวณปากทางเข้าภูทับเบิก อ.หล่มเก่า จ.เพชรบูรณ์ ว่า หลังเกิดเหตุตำรวจ ทหาร และฝ่ายปกครอง ได้จัดชุดบูรณาการกำลังร่วมกันตรวจค้นบ้านพักของผู้ต้องสงสัย โดยได้ตรวจยึดของกลางส่งกองพิสูจน์หลักฐานตรวจสอบ จัดเก็บดีเอ็นเอตรวจเปรียบเทียบ จัดชุดติดตามผู้ต้องสงสัย ซึ่งได้ออกนอกพื้นที่หลังจากเกิดเหตุระเบิด ตรวจสอบความเชื่อมโยงต่างๆ และรวบรวมพยานหลักฐานที่เกี่ยวข้องเพิ่มเติมเพื่อดำเนินการตามกฎหมาย ทั้งนี้ ได้มีการตั้งจุดตรวจต่างๆจัดเจ้าหน้าที่ดูแลความปลอดภัยของนักท่องเที่ยวตลอด 24 ชม. มีการติดตั้งกล้องวงจรปิดเพิ่มเติมในพื้นที่ล่อแหลม ตรวจสอบแสงสว่างให้เพียงพอ ที่ผ่านมามีการประชุมกลุ่มผู้ประกอบการในพื้นที่ ประชาสัมพันธ์ให้ระวังป้องกันเหตุ สังเกตวัตถุต้องสงสัย ได้รับความร่วมมือเป็นอย่างดี ปัจจุบันนักท่องเที่ยวยังคงให้ความเชื่อมั่นกับเจ้าหน้าที่ ยอดการจองเข้าพักปกติดี ไม่ได้ลดลงตามที่เป็นข่าวแต่อย่างใด