วันศุกร์ที่ 15 ธันวาคม พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

‘ลิลลี่’ สาวมั่น-เด็กใส ปรับได้ทุกโหมด หนังเรื่องแรก ควงแม่ บี ข้ามผ่านความกลัว!

ปรับได้ทุกโหมด! เมื่อสาวน้อยวัย 15 ปี “ลิลลี่–อภิชญา ทองคำ” ต้องอยู่ในบทบาทนางแบบสาวมั่นแห่งเดอะเฟซ ไทยแลนด์ เมื่อ 2 ปีก่อนในวัยเพียง 13 ปี เธอก็ทำหน้าที่ได้เป๊ะ และเมื่อได้รับบทบาทการแสดงครั้งแรกในภาพยนตร์ “เพื่อนที่ระลึก” ค่ายจีดีเอชในบท เบล ลูกสาวของ บุ๋ม รับบทโดย “บี–น้ำทิพย์ จงรัชตวิบูลย์” เมนเทอร์ตัวแม่ ที่กลายเป็นแม่ในจอ ลิลลี่ ก็ตั้งใจเต็มที่ก้าวข้ามความกลัวของตัวเอง ลิลลี่ เล่าว่า

“วันที่จีดีเอชติดต่อให้หนูมาแคสหนังเรื่องนี้ หนูดีใจมากเพราะเคยมาแคสเรื่องนึงแล้วไม่ผ่าน ผ่านไปนานทีมงานโทร.มาบอกว่าหนูได้ เป็นหนังผี ไม่มีเลิฟซีน ซึ่งแม่โอเคมากเพราะไม่มีฉากชู้สาว ถูกใจแม่แต่หนูกลัวผีมาก” เรากลัวผีเลเวลไหน? “ถ้ามี 10 ก็ให้ 10 เลยค่ะ (ยิ้ม) ตอนเด็กๆเป็นเด็กไม่กลัวอะไรเลย โตมาเริ่มได้เซนส์จากแม่เล็กน้อย พอมีอะไรมันจะรู้สึกอุ่นหัวขึ้นมา เลยกลัวผีมาตลอด อาบน้ำยังต้องให้แม่อยู่ใกล้ประตูห้องน้ำ” ตอนถ่ายก้าวข้ามความกลัวมาได้ยังไง? “เพราะตอนถ่ายมีคนรอบข้าง พี่ทีมงาน เลยลืมๆเรื่องนั้นไป” ฉากที่หนักที่สุด? “คงเป็นฉากผูกคอตัวเอง หนูอยากให้มันผ่านออกมาเสมือนจริงมากที่สุด เลยย่อตัวกลั้นหายใจจริงๆ พอเชือกมาคาดตอนแกะออกมาหนูล้มลงเลย หายใจไม่ทัน
ต้องส่งโรงพยาบาลเลย ทุกคนตกใจกันหมด พี่บีก็เข้ามาปลอบ” นอกจากผีกลัวอะไรอีก? “หนูจะกลัวผี กลัวความสูง กลัวไม่ได้กินขนม (ยิ้ม) กลัวความสูงมาก ฉากบนตึกไม่น่ากลัวเท่าฉากที่คอนโดน่ากลัวต้องละเมอมานั่งตรงระเบียง ร้องไห้เลย ขาสั่น นี่ล่ะทำให้หนูได้รู้ครั้งแรกว่าหนูกลัวความสูง แต่เราก็พยายามถ่ายให้ได้ สุดท้ายคือน้ำตาไหลข้างที่กล้องไม่ได้จับ”

ทำงานกับบี–น้ำทิพย์ เป็นไงบ้าง? “ตอนแคสหนูยังไม่รู้ พอเค้าบอกว่าได้เล่นกับพี่บีก็รู้สึกดีใจมากเพราะเป็นแม่ของเดอะเฟซ สนิทกันมานานแล้ว พอเล่นก็เหมือนเป็นแม่ลูกกันจริงๆ อย่างมีฉากสายใยแม่ลูกที่ประทับใจคือฉากกอดกัน ต่างคนต่างอยากให้อีกคนอยู่” มีมุมไหนของบีที่เราไม่เคยเห็นมาก่อนมั้ย? “ในเดอะเฟซพี่บีไม่เคยร้องไห้เลย นอกจากตอนไฟนอลวอร์กที่ต้องเลือกลูกทีม แต่ตอนถ่ายหนังเค้าต้องร้องไห้หนักมากและพี่บีก็จะคอยส่งอารมณ์ให้เต็มที่” เราและบีเป็นตัวหลักพาเดินเรื่อง แบกความกดดันมั้ยเพราะเรื่องแรกก็บทหนักเลย? “ตอนแรกหนูคิดว่าหนูได้เล่นหนังใสๆหัวใจว้าวุ่น (ยิ้ม) พอเป็นหนังผี ถามว่ากดดันมั้ยก็กดดันมาก เราไม่เคยเล่นหนังผีด้วย และเป็นเรื่องแรกของหนูและเรื่องแรกพี่บีด้วย เรื่องนี้ไม่มีผีตุ้งแช่ มันมีฉากที่ผีจะมาซึ่งทำให้คนจินตนาการกันไปเอง หนูก็ต้องคิดว่าเราเหมือนมีคนมานั่งอยู่ตรงหน้า ถามว่าเครียดหรือท้อมั้ยก็ไม่มีเพราะเราเห็นทีมงานทุกฝ่ายก็เตรียมงานของเค้าเต็มที่ เราก็ต้องมีหน้าที่แสดง พี่ๆเค้ายังไม่ท้อเลย”

คนดูเรื่องนี้นอกจากผีแล้วได้อะไรบ้าง? “ได้แง่คิดเกี่ยวกับความสัมพันธ์ของแม่ลูกคู่หนึ่งที่ต้องมาเจอเรื่องอย่างนี้ แม่ผ่านอะไรมาเยอะทั้งวิกฤติต้มยำกุ้ง เลยอยากให้ลูกสาวมีชีวิตที่ดีจนมาเจอเรื่องไม่คาดคิด เพื่อนเก่ามาทวงสัญญาเลยต้องปกป้องลูกอย่างที่สุด ลูกเองพอรู้ก็พยายามหยุดไม่ให้เค้ามายุ่งกับแม่ แต่แม่ก็ไม่ให้ลูกไป ให้เค้ามาเอาตัวเองไปแทน ทำให้หนูเวลาทำอะไรก็พยายามนึกถึงคุณแม่เยอะๆ” ดูสนิทกับคุณแม่ เวลาเล่นกับบีได้ดึงความผูกพันกับคุณแม่เราจริงๆไปใช้บ้างมั้ย? “แม่ช่วยหนูเยอะมาก เพราะแม่บอกว่าไหนลองเล่นกับแม่ซิ แล้วเอาไปเล่นกับพี่บีก็จะเหมือนเล่นกับแม่” เรื่องนี้เปิดให้คนเห็นอีกมุมของลิลลี่มีฟีดแบ็กที่ทำให้ชื่นใจมั้ย? “หนูเข้าไปอ่านคอม-เมนต์เค้าก็บอกว่าพี่บีเล่นเหมือนแม่จริงๆมาก ลิลลี่ร้องไห้เก่งมาก น่ากลัว ก็ดีใจนะ มีกำลังใจต่อ” เราดูโตกว่าลุคเยอะ แล้วตัวจริงล่ะ? “ตัวจริงหนูเด็กมาก ยังกินขนมได้ตลอดจริงๆ อาจจะเด็กกว่าวัยด้วย ถ้าทำงานเราก็อยู่ในช่วงที่เราต้องทำในวัยเรา พอเราอยู่กับเพื่อนเราก็ไม่ได้ติดลุคทำงานมา” ชอบตัวเองลุคไหนมากกว่า? “หนูเป็นคนอยู่ตรงไหนก็ได้ เวลาทำงานถ้าเค้าต้องการให้ลุคดูโต เราก็โอเคทำให้ดูโต ถ้างานนี้ลุคเด็ก เราก็ทำได้เพราะเราสดใสได้อยู่แล้วค่ะ”.