วันเสาร์ที่ 23 กันยายน พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ปภ.เผย 5 จังหวัดยังมีน้ำท่วม พร้อมรับมือ ทกซูรี-มรสุม 16-18 ก.ย.

ปภ. รายงาน ยังคงมีสถานการณ์อุทกภัยใน 5 จังหวัด ประสานจังหวัดเร่งช่วยเหลือผู้ประสบภัย พร้อมรับมือพายุ “ทกซูรี” และมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ ช่วง 16-18 ก.ย.60...

วันที่ 16 ก.ย. 60 กระทรวงมหาดไทย โดยกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) รายงานมีพื้นที่ประสบอุทกภัย 5 จังหวัด ได้แก่ กาฬสินธุ์, ร้อยเอ็ด, ยโสธร, อุบลราชธานี และ พระนครศรีอยุธยา รวม 19 อำเภอ 109 ตำบล 512 หมู่บ้าน ประชาชนได้รับผลกระทบ 758 ครัวเรือน 2,904 คน

ปภ. ได้ร่วมกับจังหวัด หน่วยทหาร และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เร่งให้การช่วยเหลือผู้ประสบภัยครอบคลุมทุกมิติ เพื่อคลี่คลายสถานการณ์ให้กลับสู่ภาวะปกติโดยเร็ว อย่างไรก็ตาม จากการติดตามสภาพอากาศกับกรมอุตุนิยมวิทยา พบว่า พายุโซนร้อน “ทกซูรี” ได้อ่อนกำลังลงเป็นพายุดีเปรสชัน และเคลื่อนตัวเข้าปกคลุมภาคเหนือ บริเวณจังหวัดน่าน ส่งผลให้ภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ มีฝนตกเป็นบริเวณกว้าง โดยมีฝนตกหนักถึงหนักมากหลายพื้นที่ กับลมกระโชกแรง สำหรับมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ที่พัดปกคลุมทะเลอันดามัน ภาคใต้ และอ่าวไทย ทำให้ภาคกลาง ภาคตะวันออก และภาคใต้ มีฝนตกชุกหนาแน่น และฝนตกหนักถึงหนักมากบางพื้นที่ ในช่วงวันที่ 16-18 กันยายน 2560 จึงได้ประสานจังหวัดจัดเจ้าหน้าที่และมิสเตอร์เตือนภัย ติดตามสภาพอากาศ เฝ้าระวังสถานการณ์ภัย พร้อมแจ้งเตือนภัยแก่ประชาชนที่อาศัยในพื้นที่เสี่ยงภัย รวมถึงขอให้ประชาชนติดตามพยากรณ์อากาศและประกาศเตือนภัยอย่างใกล้ชิด พร้อมปฏิบัติตามอย่างเคร่งครัด

ด้านนายฉัตรชัย พรหมเลิศ อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) เปิดเผยว่า ฝนที่ตกหนักต่อเนื่องจากอิทธิพลของลมมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ หย่อมความกดอากาศต่ำ พายุโซนร้อนตาลัสและพายุโซนร้อนเซินกา ตั้งแต่วันที่ 5 กรกฎาคม-15 สิงหาคม 2560 ทำให้เกิดน้ำไหลหลากในพื้นที่ 44 จังหวัด 302 อำเภอ 1,724 ตำบล 14,105 หมู่บ้าน 43 ชุมชน ประชาชนได้รับผลกระทบ 609,425 ครัวเรือน 1,898,322 คน ผู้เสียชีวิต 44 ราย ดำเนินการช่วยเหลือแล้ว 40 ราย อยู่ระหว่างดำเนินการ 4 ราย บ้านเรือนเสียหาย 4,649 หลัง แยกเป็นเสียหายบางส่วน 4,634 หลัง เสียหายทั้งหลัง 15 หลัง ดำเนินการช่วยเหลือแล้ว 2,106 หลัง อยู่ระหว่างดำเนินการ 2,543 หลัง ถนน 2,401 สาย คอสะพาน 111 แห่ง สะพาน 207 แห่ง ฝายและทำนบ 8,753 แห่ง พื้นที่การเกษตรเสียหาย 2,838,000 ไร่ แยกเป็น นาข้าว 2,610,000 ไร่ พืชไร่ 220,000 ไร่ พืชสวนและอื่นๆ 8,000 ไร่ บ่อปลา 11,563 ไร่ ปศุสัตว์ 43,441 ตัว ปัจจุบันสถานการณ์คลี่คลายแล้ว 39 จังหวัด ยังคงมีสถานการณ์ 5 จังหวัด แยกเป็น ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 4 จังหวัด ได้แก่ กาฬสินธุ์ ร้อยเอ็ด ยโสธร และอุบลราชธานี และภาคกลาง 1 จังหวัด ได้แก่ พระนครศรีอยุธยา รวม 19 อำเภอ 109 ตำบล 512 หมู่บ้าน ประชาชนได้รับผลกระทบ 758 ครัวเรือน 2,904 คน จุดอพยพ 8 จุด 864 ครัวเรือน 3,107 คน

ทั้งนี้ ปภ. ได้ประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ดำเนินการแก้ปัญหาอุทกภัยให้สอดคล้องกับสถานการณ์ในแต่ละพื้นที่ พร้อมกำชับจังหวัดที่สถานการณ์คลี่คลายแล้ว ให้เร่งสำรวจและจัดทำบัญชีความเสียหายให้ครอบคลุมทุกด้าน เพื่อให้การช่วยเหลือผู้ประสบภัยตามระเบียบกระทรวงการคลังฯ ส่วนจังหวัดที่ยังมีสถานการณ์อุทกภัย ให้ดูแลชีวิตความเป็นอยู่ของผู้ประสบภัย ควบคู่กับการเร่งระบายน้ำออกจากพื้นที่ โดยเชื่อมโยงการระบายน้ำในพื้นที่รอยต่อระหว่างจังหวัดอย่างใกล้ชิด เพื่อคลี่คลายสถานการณ์ให้กลับสู่ภาวะปกติโดยเร็ว

นอกจากนี้ จากการตรวจสอบสภาพอากาศกับกรมอุตุนิยมวิทยา พบว่า พายุโซนร้อน “ทกซูรี” ได้อ่อนกำลังลงเป็นพายุดีเปรสชัน และเคลื่อนตัวเข้าปกคลุมภาคเหนือ บริเวณจังหวัดน่าน ส่งผลให้ภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ มีฝนตกเป็นบริเวณกว้าง โดยมีฝนตกหนักถึงหนักมากหลายพื้นที่ กับลมกระโชกแรง สำหรับมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ ที่พัดปกคลุมทะเลอันดามัน ภาคใต้ และอ่าวไทย ทำให้ภาคกลาง ภาคตะวันออก และภาคใต้ มีฝนตกชุกหนาแน่นและฝนตกหนักถึงหนักมากบางพื้นที่ ในช่วงวันที่ 16-18 กันยายน 2560 

ปภ.ได้เตรียมพร้อมรับมือภาวะฝนตกหนัก อาจทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก ดินถล่มในพื้นที่เสี่ยงภัย โดยจัดเจ้าหน้าที่และมิสเตอร์เตือนภัยติดตามสภาพอากาศ เพิ่มความถี่ในการตรวจวัดปริมาณฝน สังเกตการเปลี่ยนแปลงของระดับน้ำ รวมถึงจัดเตรียมชุดเคลื่อนที่เร็ว เครื่องมืออุปกรณ์ประจำพื้นที่เสี่ยงให้พร้อมปฏิบัติการเผชิญเหตุและช่วยเหลือผู้ประสบภัย พร้อมทั้งแจ้งเตือนประชาชนที่อาศัยบริเวณพื้นที่เสี่ยงภัย โดยเฉพาะที่ลุ่มต่ำ ริมลำน้ำ ที่ลาดเชิงเขา ริมชายฝั่งทะเล และพื้นที่ที่เคยประสบปัญหาอุทกภัยให้ระมัดระวังอันตรายจากสถานการณ์ภัยจากฝนตกหนักและฝนที่ตกสะสม ขอให้ประชาชนติดตามพยากรณ์อากาศอย่างต่อเนื่อง พร้อมปฏิบัติตามประกาศเตือนภัยอย่างเคร่งครัด ท้ายนี้ ประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากอุทกภัยสามารถติดต่อขอความช่วยเหลือได้ทางสายด่วนนิรภัย 1784 ตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อประสานให้การช่วยเหลือโดยด่วนต่อไป