วันอังคารที่ 12 ธันวาคม พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ลักหลับการเมือง

กฎหมายลูกผ่าน1ฉบับ นักการเมืองก็เริ่มขยับทันควัน พรรคเล็กพรรคน้อยรอลุ้นเป็นรัฐบาล พรรคใหญ่ต่างต้อง สางปัญหาภายใน ประชาธิปัตย์ ทำท่าจะหนักกว่าระวังเจอข้อมูลใหม่

ข่าว “เขย่าขวด” สุดสัปดาห์นี้ แม้การเลือกตั้งยังมิอาจคาดเดาได้ว่าจะมีหรือไม่ หรือมีแต่ไม่รู้ว่าจะเกิดขึ้นเมื่อใด

แต่จะมีหรือไม่มีนั้นเกี่ยวพันกับนักการเมืองทั้งสิ้น

ยิ่งกฎหมายลูกที่เกี่ยวข้องกับการเลือกตั้งโดยตรงคือกฎหมายว่าด้วย กกต.คลอดออกมาอย่างเป็นทางการจึงยังเป็นเสมือนว่าใกล้เข้ามาแล้ว

รอลุ้นอีก 3 ฉบับก็เดินหน้าได้แล้ว

นั่นทำให้บรรดานักการเมืองเลือดฉีดกันไปเป็นธรรมดา เพราะเข้าสู่ปีที่ 4 แล้ว ที่พวกเขาถูกกั้นให้ออกนอกเวที ห้ามเคลื่อนไหวทางการเมือง

แรกๆก็คิดว่าคงอีกไม่นานที่รัฐบาล คสช.จะอยู่บริหารประเทศ จึงยังพอทำใจได้สงบปากสงบคำอยู่ในฐานที่ตั้ง

ทำตัวเป็น “คนดู” ไม่ใช่ “ผู้เล่น”?

ครั้นนานเข้าก็เลยชักทนไม่ไหว จึงต้องออกมาทวงถามว่าเมื่อไรจะเลือกตั้งกันเสียที จะให้เดินหน้าทำกิจกรรมการเมืองได้เมื่อไร

โรดแม็ปที่ยืนยันมาตลอดจะเอาตามที่ว่าหรือไม่?

ว่าที่จริงนักการเมืองนั้นเตรียมพร้อมเสมออยู่แล้วว่าไม่ว่ากติกาจะออกมาอย่างไร เพียงขอให้มีเลือกตั้งเท่านั้น

หากข้ามมองเข้าไปในพรรคการเมืองแต่ละพรรคโดยเฉพาะพรรคการเมืองระดับกลางและระดับเล็กไม่ค่อยจะมีปัญหา

เนื่องจากอ่านเกมการเมืองแล้วโอกาสที่จะได้ร่วมรัฐบาลมีความเป็นไปได้สูงไม่ว่าฟากไหนก็ตาม

“พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา” จะเป็นนายกฯต่อก็ร่วมเล่นด้วย

ข้อแม้มีเพียงว่าจะต้องได้ ส.ส.เท่านั้น

แต่พรรคใหญ่ 2 พรรคคือเพื่อไทยและประชาธิปัตย์มีความต่างออกไปมากพอสมควร เพื่อไทยนั้นบรรดาแกนหลักต้องโทษต้องคดีกันไม่น้อย

การหา “หัวใหม่” จึงมีความสำคัญยิ่ง!?!

จะไปฝ่ายค้านก็ไม่ว่า เป็นรัฐบาลก็ดี ขอมีการเลือกตั้งเท่านั้น

แต่ประชาธิปัตย์มีตัวแปรใหม่เกิดขึ้น เมื่อ “สุเทพ เทือกสุบรรณ” อดีตเลขาธิการพรรคที่ผันตัวไปเป็นหัวหน้าใหญ่ กปปส.ไล่รัฐบาล “ยิ่งลักษณ์” พ้นไปแล้ว

ไม่หวนกลับไปที่พรรคเดิม แต่ส่งบรรดาแกนนำ กปปส.คืนกลับพรรคเดิม แต่ได้ตั้งข้อแม้สำคัญคือต้องการให้ประชาธิปัตย์สนับสนุน “ลุงตู่” เป็นนายกฯหลังเลือกตั้ง

เหตุผลก็คือต้องการให้การปฏิรูปประเทศเดินหน้าต่อไป

และรู้ดีว่าโอกาสที่ประชาธิปัตย์จะชนะเลือกตั้งได้เป็นรัฐบาลแทบจะไม่มีโอกาสเลยก็ว่าได้ เพื่อให้เกิดความมั่นใจว่าเพื่อไทยไม่ได้เป็นรัฐบาล

การหนุน พล.อ.ประยุทธ์จึงมีความจำเป็นอย่างยิ่ง

หากเพื่อไทยตั้งรัฐบาลได้จะเกิดอะไรขึ้นว่าที่จริงไม่ต้องก็ได้ เพราะรู้ดีว่า จะเกิดอะไรขึ้นอย่างน้อยก็ต้องเจออีกหลายคดี

หรือดีไม่ดีอาจจะต้องเป็นสัมภเวสีก็ได้!!!

“ลิขิต จงสกุล”