วันพฤหัสบดีที่ 19 ตุลาคม พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

เสียดายไม่ได้ดูบัลเลต์ แคทยากับเจ้าฟ้าสยาม

โดย ซูม

เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว หัวหน้าทีมซอกแซกเขียนถึงงานมหกรรมศิลปะการแสดง และดนตรีนานาชาติ ครั้งที่ 19 กรุงเทพฯ ในคอลัมน์นี้ แจ้งให้ท่านผู้อ่านทราบว่า การแสดงชุดแรกเบิกเวทีปีนี้ได้แก่ บัลเลต์จากรัสเซีย ชุด “แคทยาและเจ้าฟ้าสยาม”

พร้อมกับเขียนตั้งข้อสังเกตว่า เป็นเรื่องทำนองไหนหนอ? เจ้าฟ้าสยามองค์ใดหนอ? คล้ายๆกับ “แอนนากับพระเจ้ากรุงสยาม” ละครบรอดเวย์ และภาพยนตร์ฮอลลีวูด ที่เคยโด่งดังเมื่อหลายๆปีก่อนโน้นหรือไม่?

มาทราบจากหนังสือสูจิบัตรเล่มใหญ่ ที่จัดพิมพ์อย่างสวยงาม และบรรยายละเอียดเอาไว้อย่างครบถ้วน ที่คณะผู้จัดส่งมาให้ล่าสุดแล้ว ก็เกิดความรู้สึกเสียดายและความรู้สึกโกรธตัวเองขึ้นมาทันทีทันควัน

เมื่อได้อ่านคำแปลขององก์และฉากต่างๆ ขอบัลเลต์เรื่องนี้จบลง รวมทั้งได้ดูภาพประกอบที่เขาพิมพ์ไว้อย่างสวยสดงดงาม ถึง 5-6 ภาพ

ทำให้ทราบว่าเป็นเรื่องราวของ เจ้าฟ้าจักรพงษ์ภูวนาถ กรมหลวงพิษณุโลกประชานาถ พระราชโอรสในพระพุทธเจ้าหลวง ร.5 หรือพระอนุชาธิราชของในหลวงรัชกาลที่ 6 กับพระชายาชาวรัสเซีย หม่อม คัทริน ณ พิษณุโลก หรือ คัทริน เดสนิตสกี นั่นเอง

ทำไมเราถึงไม่เฉลียวใจ นึกถึงเจ้าฟ้าพระองค์นี้หนอ?เพราะก็ทราบดีว่าพระองค์ท่านได้รับพระมหากรุณาธิคุณ จากรัชกาลที่ 5 ที่ทรงเป็นพระสหายกับพระเจ้าซาร์นิโคลัสที่ 2 แห่งรัสเซีย ส่งพระองค์ท่านไปศึกษา ณ โรงเรียนนายร้อยมหาดเล็กแห่งรัสเซีย เมื่อพระชนมายุ 16 พรรษา ต่อมาก็ทรงสมรสกับแหม่มคัทริน และเดินทางกลับมาสยามด้วยกัน

ถ้าเฉลียวใจเสียแต่แรกคงจะต้องละทิ้งภารกิจอื่นๆ ไปนั่งดูชมด้วยอย่างแน่นอน เพราะอยากทราบว่าเรื่องราวจะเป็นฉันใด? และทางคณะบัลเลต์ชั้นนำของรัสเซียคณะนี้ (เยกาเตรินเบิร์กโอเปราแอนด์บัลเลต์เธียเตอร์) จะนำเสนอออกมาในรูปแบบใด?

ถือว่าเป็นความผิดของตัวผมเองทั้งหมด ที่ไม่เฉลียวใจหรือฉุกคิดว่างั้นเถอะ จะไปโกรธฝ่ายประชาสัมพันธ์ว่าทำไมไม่ค้นหาเบื้องหน้าเบื้องหลังมาเขียนในข่าวเสียหน่อยพอให้รู้ว่าเจ้าฟ้าสยามพระองค์ใด จะทำให้คนไทยอยากดูเรื่องนี้ขึ้นอีกมากก็คงจะไม่ถูกต้อง

เอาละไหนๆก็พลาดไปแล้ว ขออนุญาตเขียนเล่าจากบทบัลเลต์ที่เขาลงตีพิมพ์ไว้ในสูจิบัตรดีกว่า เผื่อจะทำให้ท่านผู้อ่านพลอยรู้สึกเสียดายตามไปด้วย

ฉาก 1 ขององก์ 1 เขาเริ่มขึ้นในพระบรม มหาราชวังอันงดงามของประเทศไทยในงานพระราชทานเลี้ยงต้อนรับจักรพรรดิแห่งรัสเซีย มีการแสดงประจำชาติจากทั้ง 2 ประเทศ และมีการแนะนำพระราชโอรสของพระมหากษัตริย์ไทยต่อแขกผู้มีเกียรติ ว่าจะเสด็จไปทรงศึกษา ณ เมืองเซนต์ปีเตอร์สเบิร์ก ภายใต้พระอุปถัมภ์ของพระจักรพรรดินิโคลัส...เจ้าฟ้าชายกำลังจะต้องเสด็จไปไกลบ้านไกลเมือง ไปยังจักรวรรดิรัสเซียที่แสนลึกลับ เจ้าฟ้าชายทรงสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณฯขององค์พระประมุขทั้ง 2 เป็นล้นพ้น

จากนั้นก็เป็นฉาก 2 กล่าวถึงรถไฟสายทรานส์-ไซบีเรีย กล่าวถึงเกล็ดหิมะที่ตกขาวโพลนที่เจ้าฟ้าหนุ่มไม่เคยพบเจอ จึงทรงจินตนาการไปต่างๆนานา

ต่อมาก็เป็นฉากเรียนนายร้อยมหาดเล็ก Page Corps ที่ทรงต้องรับการฝึกอย่างหนัก แต่ก็ต้องเรียนวิชาดนตรีด้วย ไปจนถึงฉากงานเลี้ยง ณ พระราชวังแห่งเซนต์ปีเตอร์สเบิร์ก และการทรงเต้นรำกับสาวงามจากกลุ่มนางรำที่มาแสดงถวาย ที่ชื่อ แคทยา (คล้าย คัทริน ในชีวิตจริง) และได้กลายเป็นคู่เต้นที่สง่างามที่สุดของงานคืนนั้น

เดินเรื่องต่อไปด้วยบรรยากาศอันงดงามของเซนต์ปีเตอร์สเบิร์ก กับ 2 หนุ่มสาว ที่เดินทาง ท่องเที่ยวไปตามที่ต่างๆ และต่อมาก็ถึงฉากหนังสือพิมพ์ลงข่าวสงครามโลกครั้งที่ 1 ระเบิดขึ้น แคทยาต้องไปเป็นพยาบาลและเจ้าฟ้าสยามต้องกลับประเทศ ไม่สามารถตามแคทยาไปได้ เพราะนี่ไม่ใช่สงครามของสยาม พระองค์ไม่มีสิทธิจะเข้าร่วมในสงครามครั้งนี้ พระองค์รู้สึกผิดหวัง

มาถึงองก์ 2 ก็เดินเรื่องต่อจนทั้ง 2 เข้าสู่พิธีอภิเษกสมรส และการเดินทางกลับประเทศ และเมื่อถึงพระราชวังก็สร้างความตกตะลึงแก่ ราชสำนัก เพราะไม่มีใครทราบมาก่อนว่าเจ้าฟ้าสมรสกับชาวต่างชาติ ทำให้แคทยามิได้รับการต้อนรับ

แต่แคทยาก็มิได้ย่อท้อด้วยพลังแห่งความรัก จึงอดทนในทุกสิ่งจนในที่สุดก็ได้รับพระมหากรุณา ทุกๆคนในราชสำนักต่างชื่นชมแคทยา ซึ่งข้อความในฉากสุดท้ายขององก์ 2 หรือองก์จบบรรยายว่า

“ทุกคนต่างมีความสุข การเต้นรำในฉากสุดท้ายคือสัญลักษณ์ของ 2 สิ่งแตกต่างที่รวมตัวเป็นหนึ่งเดียวจากเหนือสู่ใต้ จากตะวันออกสู่ตะวันตก และจากยุโรปสู่เอเชีย เพราะไม่มีอุปสรรคใดๆทั้งระยะทางและเขตแดนที่ขีดขั้นประเทศอีกแล้ว สำหรับรักแท้แล้ว ทุกอย่างเป็นไปได้เสมอ”

บัลเลต์จบลงด้วยฉากงดงามอลังการที่เปี่ยมไปด้วยความสุข แต่ในชีวิตจริงเป็นอย่างไร คงต้อง หาอ่านจากบันทึกที่มีการเขียนไว้หลายแห่งหลายที่ (สะดวกที่สุด คือค้นจากกูเกิล)ซึ่งเป็นที่ทราบแล้วว่า มิได้จบอย่างมีความสุขเช่นนี้

หัวหน้าทีมซอกแซกมีโอกาสพูดคุยกับผู้ใหญ่ที่ชื่นชมในงานศิลปะการแสดงท่านหนึ่งที่มีโอกาสได้ชมการแสดงชุดนี้ ท่านชมมากว่าแสดงดีเหลือเกิน สวยงามเหลือเกิน เพลงไพเราะ เหลือเกิน และจบอย่างแฮปปี้เอนดิ้ง ทำให้คนดูแน่นขนัดในรอบปฐมฤกษ์กลับบ้านอย่างอิ่มเอิบ

เป็นที่มาของความเสียดายที่หัวหน้าทีมซอกแซกมิได้ไปร่วมอิ่มเอิบด้วย แต่ก็ยังหวังว่าหากมีการนำมาแสดงอีก ในวันใดวันหนึ่งข้างหน้าจะวิ่งแจ้นไปดูในทันทีมิให้พลาดอีกเลย

ขอขอบคุณสถานเอกอัครราชทูตรัสเซียประจำประเทศไทยอีกครั้ง ที่เลือกการแสดงชุด “แคทยา และเจ้าฟ้าสยาม” เป็นชุดแรกใน 4 ชุดของการแสดงบัลเลต์ เนื่องในวาระฉลองครบรอบ 120 ปี ความสัมพันธ์ทางการทูตระหว่างรัสเซียและไทย ณ ศูนย์วัฒนธรรมแห่ง ประเทศไทย เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา.

“ซูม”