วันอาทิตย์ที่ 22 ตุลาคม พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

“เหยา” เป่าปัดโรคภัย พิธีโบราณผู้ไทโคกโก่ง

ระหว่างเหมา เจ๋อ ตุง ปฏิวัติล้มล้างระบบนายทุน เพื่อลดช่องว่างระหว่างชนชั้นให้กับชาวจีน เป็นผลให้ชนเผ่าจากมณฑลยูนนาน ทางตอนใต้จีนจำนวนมาก อาทิ มูเซอ ลีซอ อีก้อ ม้งหรือแม้ว ต้องพากันอพยพผ่านพม่าและลาว สุดท้าย...ปักหลักทำกินกันบนดอยสูงฝั่งไทยจนวันนี้

อีกกลุ่มเป็นชนบนพื้นที่ราบจากแผ่นดินเวียดนาม อพยพผ่านลาวแล้วข้ามโขงสู่ไทยทางภาคอีสาน กระจายกันอยู่แถวๆนครพนม สกลนคร มุกดาหาร อุดรธานี ร้อยเอ็ด กาฬสินธุ์ ยโสธร อุบลฯ เรียกขานตนเองว่า “ภูไท” หรือ “ผู้ไท”...ทั้งชนเผ่าบนดอย และกลุ่มคนบนพื้นที่ราบจากคาบอินโดจีน ที่พากันเข้ามาช่างมีความเหมือนอยู่อย่าง คือต่างยึดมั่นการดำรงชีวิตคู่กับจารีตเก่าก่อน ที่บรรพบุรุษก่อกำเนิดไว้ให้

พวกเขามีวัฒนธรรมตามวิถี มีประเพณีที่คงอัตลักษณ์ตนเอง และมีพิธีกรรมอันเกิดจากความเชื่อศรัทธาต่อผีป่า ผีบ้าน ผีปู่ย่า อย่างมั่นใจว่า “วิญญาณ” ...ที่สถิตอยู่กลางอากาศธาตุ สามารถคุ้มครองชีวิตทุกครัวเรือน ให้ยืนหยัดอยู่ได้โดยไร้ทุกข์ และช่วยปัดเป่าโรคภัยให้ยามป่วยไข้!

พร อัฐนาค ทายาทผู้ไทรุ่นปัจจุบัน อดีตครูสอนหนังสือในชุมชนบ้านโคกโก่ง ต.กุดหว้า อ.กุฉินารายณ์ จ.กาฬสินธุ์ และยังเป็นประธานกลุ่มสหกรณ์การท่องเที่ยวแบบโฮมสเตย์ผู้ไทบ้านโคกโก่ง เล่าว่า บรรพบุรุษพวกเขาอยู่บ้านน้ำน้อยอ้อยหนู อพยพเข้ามานานกว่าศตวรรษ กระจายกันอยู่เรณูนคร ขณะที่กลุ่มเลือกทำเลบ้านคำเฮ้ บ้างก็เรียกคำเฮี้ยะในภาษาผู้ไท หรือบ้านโนนน้ำคำในเขต ต.หนองสูง อ.คำชะอี จ.มุกดาหาร เมื่อปี 2449

แต่เนื่องจากถิ่นฐานดังกล่าวค่อนข้างห่างไกล และกันดารกลางป่าเขา จึงตัดสินใจย้ายแหล่งทำกินใหม่มายังบ้านโคกโก่ง ในเขต ต.จุมจัง อ.กุฉินารายณ์ จ.มหาสารคาม เมื่อปี 2477 ต่อมาเปลี่ยนเป็น ต.กุดหว้า จ.กาฬสินธุ์ .....“อาชีพหลักคือทำไร่ทำนา ส่วนแม่บ้านทอผ้าเป็นงานอาชีพ ผ้าทอที่มีชื่อเสียงได้แก่ ผ้าลายขิด ฝ้ายมัดหมี่ เราอยู่กันมากว่า 97 ปีมีความสุขดี จะลำบากก็เมื่อยามป่วยไข้ เพราะห่างไกลตัวเมือง ไม่มีสถานพยาบาลเหมือนปัจจุบัน ก็ต้องอาศัยวิชาที่บรรพบุรุษถ่ายทอดเป็นพิธีกรรมไว้ให้”

พิธีกรรมนั้นคือ “เหยา” ที่ตกทอดมาหลายชั่วอายุคน และยังเชื่อในความขลังที่จะช่วยปัดเป่าโรคร้ายให้หาย หรือคลายลงก่อนส่งเข้ารักษาสถานพยาบาลในตัวเมือง

“เหยา” มิใช่มนต์ดำแบบพ่อมดหมอผี หรือลัทธิลี้ลับดึกดำบรรพ์ แต่เป็นกระบวนการด้านอุปาทานของกลุ่มคนเชื้อสายผู้ไท ในการรักษาผู้ป่วยแต่โบราณ โดยยึดหลักการทำพิธีขมาผีที่เชื่อว่า ทำให้ใครคนนั้นเกิดอาการป่วยไข้ขึ้นมาได้ ....พิธีเหยาจะมี “หมอเหยาใหญ่” ที่มีความรู้ความชำนาญด้านการประกอบพิธีของชุมชน หรือหมู่บ้านในฐานะผู้สืบทอด ทำหน้าที่เป็นหมอใหญ่ โดยจะมี “เหยาพ่อเมือง” หรือ “เหยาแม่เมือง” ชายหรือหญิงร่วมประกอบพิธีอาจมี “เหยาลูกเมือง” ผู้รับการถ่ายทอดวิชาร่วมเรียนรู้

พิธีกรรมดังกล่าว จะเริ่มจากผู้ป่วยหรือผู้กำลังตกทุกข์ไม่ว่าด้านใด ต้องเป็นฝ่ายไปพบหมอเหยา เพื่อนัดหมายวันเวลาประกอบพิธี และต้องนำ “เครื่องคาย” ไปบูชาหมอเหยา ซึ่งประกอบด้วยไข่ดิบ ข้าวสาร ฝ้ายที่เข็นแล้ว ดอกไม้ 1 คู่ ที่อาจเป็นดอกพุทธ...จำปา หรือลีลาวดี กับเหล้าขาวหรือเหล้ากลั่นเอง 45 ดีกรี

สิ่งของเครื่องคายทั้งหมดนี้ จะต้องวางประดับไว้บนพาน ปูด้วยผ้าขาวที่ดูสะอาดเช่นการถวายขันธ์ 5 ของชาวพุทธ พร้อมกันนั้นยังจะมีปัจจัยเป็น “ค่าคาย” บูชาหมอเหยา แต่เดิมเคยคายกันแค่ 24 บาท ปัจจุบันจำเป็นคายต้องเพิ่มเป็น 100 บาท....ระหว่างการประกอบพิธีตามวันเวลากำหนด ณ บ้านผู้ป่วย ผู้ร่วมพิธีซึ่งประกอบด้วยผู้รับการรักษาและญาติมิตร จะนั่งล้อมเป็นรูปวงรีรอบองค์หมอเหยา ขณะเดียวกันนั้นจะมีหมอแคน หมอพิณ และหมอปี่ คอยบรรเลงเพลงเป็นสื่อสัญญาณถึงผีบรรพบุรุษ คือ ผีปู่ผีย่า ผีบ้านผีเฮือน ผีตาแฮก(ผู้รักษานาข้าว) และพระแม่ธรณี

เมื่อพิธีกรรมเสร็จสิ้น หมอเหยาจะปล่อยให้ผู้รับการรักษาได้พักผ่อนร่างกายจนฟื้นคืนสู่ปกติ โดยไม่น่าเชื่อว่าจะไร้อาการป่วยไข้ได้ราวอัศจรรย์ อันเกิดจากมนต์พิธีเหยาและหมอเหยา

พิธีเหยาในยุคนี้ ไม่น่าจะใช่เรื่องเวทมนตร์หรืออิทธิฤทธิ์ปาฏิหาริย์ ที่ช่วยให้อาการป่วยไข้หายขาดได้ แต่คงเป็นเพราะความเชื่อ ที่ดลบันดาลให้เกิดขึ้นจากอุปาทานสมานจิตใต้สำนึก จึงช่วยให้โรคภัยที่เกิดขึ้นกับสุขภาพร่างกายทุเลาบรรเทาและคลายลงได้ สมบัติ สมสวย รองประธานกลุ่มสหกรณ์ฯ และผู้ใหญ่บ้านโคกโก่ง ยอมรับ แต่พวกเราไม่ได้หยุดนิ่งอยู่กับสิ่งที่บรรพบุรุษเริ่มต้นไว้ให้ ทุกวันนี้ลูกบ้านคนไหนป่วยไข้เราก็ส่งไปรักษายังสถานพยาบาลก่อน แล้วถึงค่อยกลับมาทำพิธีเหยาอีกครั้งยังหมู่บ้าน เท่ากับว่าเราปรับทัศนคติใหม่ด้วยการเลือกรักษาตามแผนปัจจุบัน แล้วรักษาจิตใจไปกับพิธีเหยาโบราณ

บ้านโคกโก่งยังมีงานสืบสานงานประเพณีที่ยังถือปฏิบัติ อย่างเช่น พิธีจัดเลี้ยงผีเซ้อหรือผีเสอ บ้างก็เรียกผีเซื้อ อันหมายถึงผีบรรพบุรุษคือหมอเหยาใหญ่ ประจำทุกปีช่วงเทศกาลสงกรานต์ โดยจะมีหมอเหยาทั้งพ่อเมืองแม่เมือง ภายในชุมชนและต่างชุมชนเชื้อสายผู้ไทมาร่วมงานจำนวนมากและคึกคักแน่นขนัดหมู่บ้าน”

ส่วนในช่วงเดือน 6 ยังมีพิธีบูชาหอเจ้าปู่ตามเหศักดิ์ ที่ตั้งอยู่กลางหมู่บ้าน เพื่อขอน้ำขอฝนให้ตกต้องตามฤดูกาล และเพียงพอสำหรับการทำนา อีกทั้งยังสามารถบนบานขอสิ่งซึ่งพึงปรารถนา ได้ด้วย “เหล้าไห ไก่ตัว” โดยมีผู้สมประสงค์มาแก้บนแล้วมากมาย

ขณะเดียวกันวันนี้...พิธีเหยายังมีการขยายผล เข้าสู่การรับขวัญสู่ขวัญแก่ชาวผู้ไทที่ไปเจริญก้าวหน้าในการดำรงชีวิต ตลอดจนหน้าที่การงานในถิ่นอื่น อีกทั้งยังใช้เป็นพิธีการต้อนรับอาคันตุกะผู้มาเยือนเพื่อความเป็นสิริมงคล เนื่องจากบ้านโคกโก่งได้ถูกจัดให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวประเภทชุมชน ททท. สำนักงานขอนแก่น ได้ส่งเสริมให้นักท่องเที่ยวเดินทางไปท่องเที่ยว โดยสามารถพักแรมคืนแบบโฮมสเตย์ในชุมชนที่มีอยู่ 20 หลัง กับร่วมทำกิจกรรมทอผ้าพื้นบ้าน ร่วมทำอาหารพื้นถิ่นแล้วก็กินอยู่แบบผู้ไทต้นฉบับ

การสัมผัสพิธีต้อนรับด้วย “พิธีเหยา” ก็เพื่อความเป็นสิริมงคลของแขกผู้มาเยือน.

รัก–ยม