วันพฤหัสบดีที่ 19 ตุลาคม พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

แอปเปิล เปิดโรงละคร "สตีฟ จ็อบส์" - "ไอโฟน X" พลิกมิติสู่อนาคต

แอปเปิลอวด “โรงละคร Steve Jobs Theater” พร้อมเปิดตัวไอโฟน 3 รุ่นใหม่รวด ไฮไลต์อยู่ที่ไอโฟน X หรือไอโฟน 10 ที่ใช้เทคโนโลยีสแกนใบหน้าเพื่อรักษาความปลอดภัย ในราคาสุดเสียงสังข์ที่เครื่องละ 999 เหรียญสหรัฐฯ

“ทิม คุก” ซีอีโอแอปเปิล กล่าวเปิดงานในบริเวณโรงละคร Steve Jobs Theater ซึ่งถูกใช้แถลงข่าวเป็นครั้งแรก ระบุ หากสตีฟ จ็อบส์ ผู้ร่วมก่อตั้งแอปเปิล ยังมีชีวิตอยู่ เขาจะต้องเป็นคนกล่าวเปิดงานและแนะนำผลิตภัณฑ์ใหม่ที่เต็มไปด้วยนวัตกรรมและเทคโนโลยีแห่งอนาคตด้วยตัวของเขาเอง

โดยนอกจากทัพผลิตภัณฑ์ใหม่ ที่พาเหรดกันออกมาเผยโฉมในโอกาสแห่งความยิ่งใหญ่ ที่ไอโฟนมีอายุครบ 10 ปีบริบูรณ์ในปีนี้แล้ว ทิม คุก และพลพรรคแอปเปิล ยังได้ถือโอกาสอวดแลนด์มาร์กสำคัญแห่งใหม่ของพวกเขา อันได้แก่ แคมปัสแห่งใหม่ โรงละคร Steve Jobs Theater ซึ่งตั้งอยู่ใน Apple Park บนเนื้อที่ 175 เอเคอร์ โดย ณ วันนี้ ได้เริ่มเปิดทยอยให้พนักงานบางส่วนเข้าไปทำงานได้แล้ว

โรงละคร “สตีฟ จ็อบส์” หรือ Steve Jobs Theater แห่งนี้ ถูกสร้างขึ้นตามจินตนาการของ “สตีฟ จ็อบส์” เพื่อให้เป็นศูนย์กลางของความคิดสร้างสรรค์รูปวงแหวน ที่คนทั่วไปเรียกว่า Mother Ship หรือ “ยานแม่” มีพื้นที่ 2.8 ล้านตารางฟุต ล้อมรอบด้วยแผงกระจกโค้งที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในโลก ตั้งอยู่บนยอดเขาซึ่งเป็นจุดที่สูงที่สุดภายใน Apple Park ทำให้สามารถมองทิวทัศน์ทุ่งหญ้าและต้นไม้ที่รายล้อมอยู่ถึง 9,000 ต้น รวมทั้งอาคารหลักในมุมที่สวยที่สุด

หอประชุมซึ่งเป็นสถานที่จัดงานในครั้งนี้ มีขนาด 1,000 ที่นั่ง ตั้งอยู่ชั้นใต้ดิน ล่างลงไปจากล็อบบี้รูปวงกลม ซึ่งมีโครงสร้างเป็นกระบอกแก้วสูง 20 ฟุต กว้าง 165 ฟุต หลังคาทำจากคาร์บอนไฟเบอร์

โดยพลังงานทั้งหมดที่ใช้ในอาคารแห่งใหม่นี้ 100% เป็นพลังงานที่ถูกนำมาใช้ใหม่ แถมยังมีระบบพลังงานแสงอาทิตย์ที่ใหญ่ที่สุดด้วย

“วิสัยทัศน์ของสตีฟ ตั้งใจที่จะสร้าง Apple Park ให้เป็นบ้านของนวัตกรรมสำหรับคนรุ่นใหม่ สถานที่ทำงานและสวน ได้รับการออกแบบเพื่อสร้างแรงบันดาลใจและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ทำให้อาคารนี้เป็นหนึ่งในอาคารที่ประหยัดพลังงานมากที่สุดในโลก ด้วยหลังคาแผงโซลาร์เซลล์ 17 เมกะวัตต์ถือเป็นขนาดที่ใหญ่ที่สุดในโลก และยังมีศูนย์บริการนัก–ท่องเที่ยว ที่มีร้านแอปเปิลสโตร์และคาเฟ่เปิดให้ประชาชนทั่วไป รวมทั้งศูนย์ออกกำลังกายขนาด 100,000 ตารางฟุตสำหรับพนักงาน”

ผลิตภัณฑ์ใหม่ทั้งหมด ที่ถูกเปิดเผยต่อหน้าสื่อมวลชนและแขกเหรื่อทั้งหมดในโรงละครสตีฟ จ็อบส์แห่งนี้ นำโดย iPhone X (อ่านว่า ไอโฟน 10) สมาร์ทโฟนแห่งอนาคตกับการออกแบบที่ใช้กระจกทั้งหมด รับกับดีไซน์แบบโค้งทั้งด้านหน้าและด้านหลัง จอภาพ Super Retina ขนาด 5.8 นิ้ว เป็นจอ OLED รองรับ Dolby Vision และ HDR10 ขุมพลังชิพใหม่ A11 Bionic มาพร้อม CPU แบบ 6 คอร์ เร็วกว่าชิพเดิม 70% ประหยัดพลังงาน ทำให้ใช้งานได้นานกว่า iPhone 7 ถึง 2 ชั่วโมง

พร้อมด้วยเทคโนโลยีไฮไลต์สำคัญ นั่นคือระบบสแกนใบหน้า หรือ Face ID ผ่านการปลดล็อกแบบใหม่ด้วยกล้องหน้า TrueDepth รวมถึง Animoji เพิ่มความมีชีวิตชีวาในรูปแบบใหม่ให้กับ imoji กล้องนี้ยังบันทึกและวิเคราะห์การเคลื่อนไหวของกล้ามเนื้อบนใบหน้าที่แตกต่างกันได้กว่า 50 รูปแบบ แล้วจำลองการแสดงออกทางใบหน้าเหล่านั้นบน Animoji ที่เคลื่อนไหวได้ ไม่ว่าจะเป็นยิ้ม ขมวดคิ้ว ฯลฯ โดยสามารถบันทึกและส่งข้อความ Ani– moji โดยใช้เสียงของตนเองได้ด้วย

ส่วนกล้องหลังเป็นกล้องคู่ ขนาด 12 ล้านพิกเซล การประมวลผลพิกเซลสามารถบันทึกภาพด้วยขอบเขตสีกว้าง ออโต้โฟกัสในสภาพแสงน้อยได้เร็วขึ้น ในโหมดการถ่ายภาพ Portrait ถูกพัฒนาขึ้นด้วยเอฟเฟกต์ระยะชัดตื้น 5 แบบ ส่วนการถ่ายวีดิโอระดับ 4K สูงสุด 60fps และสโลว์โมชั่นแบบ 1080p สูงสุด 240 fps รวมทั้งการชาร์จแบตแบบไร้สาย มี 2 สีคือ สีเงินและสีเทาสเปซเกรย์ในรุ่นความจุ 64GB และ 256GB ราคาเริ่มต้น 999 ดอลลาร์สหรัฐฯ เปิดจองตั้งแต่วันที่ 27 ต.ค.และวางจำหน่ายวันที่ 3 พ.ย.เป็นต้นไป

ขณะที่ iPhone 8 และ 8 Plus ดีไซน์ใหม่ ผลิตจากกระจกและอะลูมิเนียม มาพร้อมจอภาพ Retina HD ชิพ A 11Bionic มี 2 ขนาดคือ 4.7 นิ้วและ 5.5 นิ้ว พร้อมคุณสมบัติกล้องใกล้เคียงกับรุ่น X เปิดจองแล้วและจะวางจำหน่ายวันที่ 22 ก.ย. มี 3 สีให้เลือกคือ สีเทาสเปซเกรย์, สีเงินและสีทอง มีรุ่นคือ 64GB และ 256 GB ราคาเริ่มต้นตั้งแต่ 699 ดอลลาร์สหรัฐฯ

ส่วนนาฬิกา Apple Watch 3 ได้เพิ่มคุณสมบัติใส่ซิมพิเศษ ช่วยให้เป็นนาฬิกาที่โทรศัพท์ได้ราคาเริ่มต้นที่ 11,900 บาท ขณะที่ Apple TV 4K ออกแบบมาให้รองรับทั้ง 4K และ HDR ให้ภาพที่คมชัดยิ่งขึ้นทั้งฉากมืดและสว่าง ราคาจำหน่ายเริ่มต้นที่ 8,500 บาท โดยทั้งสองผลิตภัณฑ์เปิดให้จองแล้วและวางจำหน่ายวันที่ 20 ก.ย. สำหรับตลาดในประเทศไทย รวมทั้งการเปิดอัพเดต iOS 11 และ WatchOS 4 ในวันเดียวกัน.