วันศุกร์ที่ 20 ตุลาคม พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

สนามพระ 17/09/60

โดย สีกาอ่าง

ธรรมะสนามพระวิภาวดี วันนี้ มาจาก หลวงพ่อจรัญ ว่า “ชีวิตไม่ได้ขึ้นอยู่กับดวง แต่อยู่ที่การกระทำของเรา อย่ามัวรอฤกษ์ รอเวลา อยากได้ดี ก็ต้องสร้างความดี ไม่ใช่นั่งรอความดี”จริงกว่านี้ ไม่มีอีกแล้ว ท่านผู้ชม

ต่อเข้าสนาม ดู พระสมเด็จบางขุนพรหม พิมพ์อกครุฑ (ใหญ่) กรุวัดใหม่อมตรส ของ พ.ต.อ.ทรงโปรด สิริสุขะ ผกก.ตม.ชลบุรี ที่กำลังสร้างสีสันให้แฟนคลับสนามพระ กับพระเครื่องแบรนด์เนมองค์แซ่บเว่อร์

ครั้งนี้เป็น พระสมเด็จบางขุนพรหม พิมพ์อกครุฑ ซึ่งแยกเล่นเป็น ๓ พิมพ์มาตรฐาน ใหญ่ กลาง เล็ก องค์นี้ เป็นพระพิมพ์ใหญ่ที่มีน้อยหายากสุด และก็สุดยากที่จะได้พบเจอองค์งามๆ ที่เคยเห็นมีไม่ถึง ๑๐ องค์ ยิ่งถ้าเอาเฉพาะองค์คลีนๆ ไม่มีหมกเม็ดเมกอัพอุดเติมเสริมแต่ง เป็นพระสภาพเดิมๆงามอย่างมีคุณค่า ที่เคยผ่านตา ก็น่าจะมีไม่เกิน ๕ องค์

แต่ละองค์ถูกเก็บเงียบ อยู่ในรังใหญ่ จึงยากจะตัดสินว่าองค์ไหนสวยสุด องค์นี้เป็นหนึ่งในจำนวนนั้น ที่ถ้าไม่มีการเคลื่อนไหว ก็คงไม่ได้ดู

มีดีมาให้ดู ก็ต้องถือโอกาสใช้เป็น องค์ครู ชี้ชัดจุดสังเกตหลักๆ ของพิมพ์ใหญ่ ให้ศึกษา คือ ๑.องค์พระจะดูใหญ่ ๒.พระเกศยาวจรดซุ้ม ๓.เส้นซุ้มครอบแก้วจะคมบางโย้ไปทางขวา ๔.พระพาหาจากไหล่ถึงศอก จะกางกว้างออกมาก ๕.พระอังสาซ้าย จะยกสูงกว่าด้านขวา ๖.จุดโค้งหักข้อศอกขวาองค์พระ จะอยู่สูงกว่าด้านซ้าย ๗.พระชานุ (เข่า) ซ้ายเชิดสูงงอนกลมมน ฯลฯ
จำแม่นๆแค่นี้ ก็พอเอาตัวรอด

ต่อไปเป็น พระผงสุพรรณ พิมพ์หน้าแก่ กรุวัดพระศรีรัตนมหาธาตุ สุพรรณบุรี ของ เสี่ยอิทธิ ชวลิตธำรง พระเอกสนามพระอีกคน ที่กำลังกลับมาฟิตปั๋ง ดังเปรี้ยง กับการแสวงหาพระเครื่องชั้นยอดองค์เยี่ยมๆ แนวคอลเลกชั่น ครบพิมพ์ครบเนื้อที่มีองค์ใหม่มาให้ดูกันทุกอาทิตย์

แต่ละองค์ก็จะมีเรื่องเล่าให้ฟัง อย่างองค์นี้บอกว่า เปิดอินเตอร์เน็ต เห็นพระสมเด็จลงภาพขาย ก็อยากได้ พอโทร.ไปไม่ทัน เจ้าของบอกขายไปแล้ว

พอฟังเสียงคนขายว่ามีความเกรงใจ และรู้ว่ามี พระผงสุพรรณ องค์หวงนี้เก็บอยู่ จึงลองเลียบเคียงถามดู เขาจึงเกรงใจ ยอมตัดใจขายให้แทนพระสมเด็จ

พระองค์นี้แม้ไม่สวยเลิศระดับเบอร์ ๑ และมีริ้วรอยสัมผัสใช้เสียผิวไปบ้างบางส่วน แต่ก็ยังคงความงามอยู่ในระดับพระแชมป์ เบอร์รอง ที่มีจุดเด่นที่ การตัดขอบแบบ ๕ เหลี่ยม ที่ถือเป็นแบบนิยมสุด อีกเรื่องสำคัญคือ มีประวัติเป็นพระองค์รองในรังใหญ่ของเมืองสุพรรณ ที่มีคนตามจีบมากไม่แพ้กัน

องค์ต่อไปคือ พระเลี่ยง บัวเหลี่ยม เนื้อชมพู กรุวัดดอนแก้ว อ.เมืองลำพูน อาทิตย์ก่อนลงภาพองค์แชมป์ของกรุประตูลี้ ที่มีคนเรียก “องค์ตากลม” ไป วันนี้ส่งภาพมาอีก เป็น องค์แชมป์กรุวัดดอนแก้ว ที่ดูความงามเป็นรอง แต่ได้ความเด่นที่ สีเนื้อเป็นสีชมพู ที่เชื่อกันว่าเป็นสีมงคลด้านความสมบูรณ์พูนสุข ที่มีพบน้อยมากหายากสุดๆที่สำคัญเป็น พิมพ์บัวเหลี่ยม ที่ต่างกัน

ไหนๆก็ได้องค์ยอดสุดของกรุประตูลี้ ที่เป็น พิมพ์บัวลูกแก้ว (ตุ่ม) มาแล้ว จะปล่อยให้องค์ยอดสุดของกรุดอนแก้ว ที่เป็น พิมพ์บัวเหลี่ยม ผ่านมือไปก็จะผิดวิสัยนักสะสม จึงนิมนต์มาอยู่คู่กันเรียบร้อย ต้องขอยกนิ้วให้ว่าคุณน้อง เสี่ยเพชรอิทธิ มาแรงจริงๆ

รายการต่อไปคือ พระบาง เนื้อเขียว กรุวัดดอนแก้ว ลำพูน องค์นี้เห็นแล้วก็อู้เป็นคำเมืองได้ว่า งามขะหนาด ดูทรงก็งามหลาย ดูพิมพ์ก็งามเหลือ ดูเนื้อก็งามล้ำ สมกับเป็นพระของ “พี่หริ” ศิริ คูวิบูลย์ศิลป์ มือ ๑ เมืองเหนือ

ซึ่งก็เป็น พระกรุวัดดอนแก้ว ที่มีบันทึกการค้นพบในยุคสงครามอินโดจีน พร้อมพระสกุลลำพูนอื่นๆมากมาย อาทิ พระเลี่ยง พระบาง พระสิบสอง ฯลฯ ล้วนเป็น เนื้อดินผสมผง ที่มีลักษณะเนื้อละเอียดหนึกนุ่ม

พระบาง มีจำนวนมากสุด ถือเป็นกรุต้นกำเนิดพระบาง ที่ค้นพบได้ครั้งแรก ลักษณะพระส่วนใหญ่ กดพิมพ์ติดชัดลึก สวยงาม รายละเอียดบนพระพักตร์ ปรากฏครบ ปรกโพธิ์พลิ้วได้ลีลาศิลปะพระปาละ คมชัดกว่าในกรุอื่นๆ

เกี่ยวกับพระสกุลลำพูน ที่กำลังเป็นเทรนด์นิยม ยังมีเกร็ดความรู้ที่น่าสนใจในมุมของนักวิชาการโบราณคดียุคเก่า ที่บันทึกไว้ “พระคง” เป็นพระศักรพุทธปฏิมาของวัดอาพัทธาราม (พระคง) คำว่า อาพัทธ มีความหมายว่า ผูกพัน มั่นคง ถาวร คงกระพัน สร้างไว้โดย สุเทวฤๅษี ซึ่งมีความหมายว่า ผู้เป็นเทพหรือเทวะผู้ประเสริฐ และผู้เป็นอมร คือผู้มีชีวิตอันยืนยงคงกระพัน ไม่รู้จักตาย

พระบาง เป็นพระศักรพุทธปฏิมาของวัดดอนแก้ว ซึ่งเรียกอีกอย่างว่า “พระคงงาม” มีความหมาย เป็นพระที่มีลักษณะคล้ายพระคง แต่งามกว่า อีกทางหนึ่ง มีข้อคิดว่าคำว่า บาง อาจได้มาจากชื่อเมืองว่า อาลัมพางค์ หรือลำปาง ชื่อเมืองของพระสุพรหมฤๅษี ผู้สร้าง พระบาง กับ พระเปิม ที่เรียกเพี้ยนจากพระลำปางมาเป็น พระบาง

ส่วนเรื่องชื่อ พระเลี่ยง พระฤๅ ก็มีบันทึกว่า สร้างโดย พระสุกกทันตฤๅษี แห่งเมืองลพบุรี ภาษาเมืองเรียกว่า “พระเลี่ยม” มีลักษณะสัณฐาน ฐานกว้างและยอดแหลมนามเรียก พระเลี่ยง เป็นมงคลนามจากภาคกลาง ที่ได้จากประสบการณ์คุ้มครองป้องกันภัยทำนองเดียวกับ พระรอด

ต่อด้วย พระพิฆเนศวร เนื้อสัมฤทธิ์ หน้าตัก ๓ นิ้ว ศิลปะเขมร บายน พุทธศตรรษที่ ๑๘

มีข้อมูลว่า พระพิฆเนศวร ศิลปะบายน มีมากกว่า พระพิฆเนศวร ที่สร้างขึ้นในยุคสมัยก่อนหน้าของเขมรรวมกัน โดยเฉพาะ เนื้อสัมฤทธิ์ ทั้งแบบสองกรและสี่กร ถือสิ่งของต่างๆ พร้อมรูปองค์พระวิษณุกรรมบนด้าม
จับกระดิ่ง

พระพิฆเนศวร เป็นเทพแห่งความสำเร็จ เผยแพร่สู่พระพุทธศาสนาแบบหินยาน ในไทยสมัยลพบุรี องค์นี้ของ เสี่ยพานิช แก้วประสิทธิ์ เป็นศิลปะเขมร สมัยบายน ที่คงสภาพความสมบูรณ์ดีเยี่ยม สนิมเขียว น้ำเงินคราม ไขขาวที่ขึ้นคลุมทั่วองค์เป็นเครื่องบอกอายุความเก่าได้ว่าถึงยุคชัวร์

ตามมาด้วย พระนาคปรก ๒ ถอด หน้าตัก ๓.๕ นิ้ว ศิลปะเขมร บายน พุทธศตวรรษที่ ๑๗ ก็ของ เสี่ยพานิช เป็นพระสร้างแบบ ๒ ถอด คือ ๑.องค์พระ ๒.ฐาน ที่แยกสร้างเป็นชิ้นเดียวกับนาคปรก ซึ่งเป็นเทคนิคการสร้างตามยุคสมัย ที่สร้างปัญหากับนักสะสม เพราะอายุการสร้างหลายร้อยปี การค้นพบมักจะได้ไม่ครบส่วน องค์นี้จึงถือเป็นองค์ที่มีความสมบูรณ์ เพราะฐานกับองค์พระเป็นชุดเดียวกัน แบบนี้ราคาถึงหลักแสน

สุดท้ายคือ พระร่วงนั่ง หลังลิ่ม กรุวัดช้างล้อม ศรีสัชนาลัย สุโขทัย ของ เสี่ยพิศิษฐ์ สันติรักษ์สกุล ได้มาหมาดๆ ก็ส่งมาในสภาพเลี่ยมพลาสติก แรกเห็นรีบบอกให้เจ้าของเอาพระออกมาถ่ายภาพแบบเปลือยๆ ส่งมาใหม่ แต่ไม่ทัน ก็ลงไปอย่างนี้ก่อน พอเห็นชัด องค์พระก็สวยดีด้วย

ต่อเข้าสนามพระใหม่ ที่ดังสุดตอนนี้ ก็ต้องนี่เรยย์ เหรียญทรงงาน ที่ได้รับพระบรมราชานุญาตให้จัดสร้างในมหามงคลสมัยเจริญพระชนมพรรษา 6 รอบ 72 พรรษา 5 ธันวาคม 2542 ผลิตโดยบริษัท เพิร์ธ มิ้นท์ (ไทยแลนด์) เป็นเหรียญทองแดงขัดเงา พิงค์โกลด์ ขนาด3 ซม. และ เหรียญทรงยินดี ได้รับพระบรมราชานุญาตให้จัดสร้างในมหามงคลสมัยครองสิริราชสมบัติ ครบ 60 ปี 9 มิถุนายน 2549 ออกแบบและผลิตโดยสำนักกษาปณ์ เป็นเหรียญทองแดงพ่นทรายรมดำ ขนาด 3 ซม.

เพราะเปิดจองบูชา ก็ทำให้ผู้มีกุศลบริจาคทรัพย์สร้างศูนย์แพทยศาสตร์และการเรียนรู้เพื่อผู้สูงอายุ ตึกพระเทพประสิทธิมนต์ โรงพยาบาลราชพิพัฒน์ เขตทวีวัฒนา เพื่อถวายเป็นพระราชกุศลแด่รัชกาลที่ ๙ แห่ไปจองที่วัดบวรฯแน่น เพราะเหรียญประวัติดีเยี่ยมแบบนี้ บริจาค 300 บาท ก็ได้รับเหรียญทรงงานเนื้อทองแดงขัดเงา พิงค์โกลด์ และบริจาค 300 บาท ได้รับ เหรียญทรงยินดี เนื้อทองแดง พ่นทรายรมดำ

และที่ไม่ควรพลาด คือ พระกำลังแผ่นดิน มวลสารจิตรลดา จัดสร้างไว้ เมื่อทรงครองสิริราชสมบัติครบ 50 ปี เมื่อ 9 มิถุนายน 2539 โดย สมเด็จพระเจ้าภคินีเธอ เจ้าฟ้าเพชรรัตนราชสุดา สิริโสภาพัณณวดี เสด็จทรงประกอบพิธีเททอง และพระบาทสมเด็จ พระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 9 โปรดฯให้สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร (ขณะดำรงพระอิสริยยศเป็นสมเด็จพระบรม โอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร) เสด็จฯทรงเป็นประธานจุดเทียนชัยพิธีมหาพุทธาภิเษก ณ วัดพระแก้ว เมื่อ 2 ธันวาคม 2539 และอธิษฐานจิตโดย สมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราช และพระเกจิ 109 รูป พระสงฆ์เจริญพระพุทธมนต์รอบพระอุโบสถอีกกว่า 1,000 รูป

ตอนนี้พระเหลือจำนวนไม่มาก และวันนี้คงหมดเพราะเป็นวันอายุวัฒนมงคล ครบ ๘๑ ปี ท่านเจ้าประคุณสมเด็จพระวันรัต ที่ศิษยานุศิษย์ไปถวายมุทิตาสักการะก็ต้องบูชาแน่บริจาคได้ที่หน้าพระอุโบสถวัดบวรฯ บางลำพู ถึงวันที่ 19 ก.ย. หรือสอบถามที่วัดศรีสุดารามฯ บางขุนนนท์ 09-0678-6500, 08-1833-3353, 08-1527-6524

บอกลาอารมณ์ดี ถึงเรื่องฮาๆในงานเทศกาลพันธุ์ไม้ ที่ศูนย์การค้าชานเมือง ซึ่งจัดขึ้นตอนเจอพายุเดือนก่อน ทำให้งานเงียบเหงา มีคนเข้างานน้อย เจ้าของร้านบ่นพึมว่าแย่ แบบนี้ขายพันธุ์ไม้ได้ไม่พอค่าเช่าแน่

คนอื่นบ่นระงม มีแต่ เสี่ยวิทยา เซียนพระเดินสาย ที่มาเฝ้าร้านแทนเมีย ไม่เดือดเนื้อร้อนใจ นั่งส่องพระอยู่กับร้าน โดยมีคนสนใจขอดูไม่ขาด

เมียโทร.มาถาม ก็บอกว่าไม่มีปัญหา ขายได้ รายได้ดี เมียก็ถามย้ำว่า เพื่อนๆร้านต้นไม้โทร.มาบอกว่าขายไม่ดี ไม่มีคน แล้วทำไมเธอบอกว่าดีล่ะ มีลูกค้าที่ไหนหรือเสี่ยวิทยา หัวเราะตอบว่า ต้นไม้ของเธอขายไม่ได้ แต่พระของชั้นขายดีเพราะบรรดาสามีทุกร้าน เพื่อนๆเมีย ที่เมียใช้ให้ฝ่าลมฝ่าพายุไปเฝ้าร้านแทน ไม่รู้จะทำอะไร เลยซื้อพระดีกว่าเจ้าค่ะ อามิตตพุทธ.

สีกาอ่าง