วันศุกร์ที่ 24 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

คดี‘บ.โอเอ’ไม่จบ สรรพากรแจ้งจับ โกงภาษีอีก7,000ล.

(แฟ้มภาพ)

มหากาพย์คดีทัวร์ศูนย์เหรียญยังไม่จบง่ายๆ ล่าสุดกรมสรรพากรแจ้งความ เอาผิดบริษัท โอเอ ทรานสปอร์ต เพิ่มอีก คดี หลังตรวจพบหลบเลี่ยงภาษี ตั้งแต่ปี 54-59 รวม 6 ปี เป็นเงินกว่า 7,000 ล้านบาท เตรียมส่ง ปปง.ดำเนินการในข้อหาฟอกเงิน ด้านรอง ผบ.ตร.หัวหน้าชุดคณะสืบสวนสอบสวน เผยขณะนี้คดีอยู่ในขั้นตอนของพนักงานอัยการยื่นอุทธรณ์กับศาล พร้อมยืนยันที่ผ่านมาคณะทำงานทำตามหน้าที่ มีมาตรฐาน ไม่มีใครแทรกแซง ก่อนสรุปสำนวนส่งฟ้องให้อัยการ

จากกรณีศาลชั้นต้นยกฟ้องคดีทัวร์ศูนย์เหรียญ ปล่อยผู้ต้องหา ประกอบด้วย นายธงชัย โรจน์รุ่งรังสี อดีตกรรมการบริษัท ไทยเฮิร์บ จำกัด นางนิสา โรจน์รุ่งรังสี กก.ผจก.บริษัท รอยัลเจมส์ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด บริษัท รอยัล ไทยเฮิร์บ จำกัด บริษัท บางกอก แฮนดิคราฟท์ จำกัด และบริษัท รอยัล พาราไดซ์ จำกัด นายวสุรัตน์ โรจน์รุ่งรังสี กรรมการบริษัทโอเอทรานสปอร์ต จำกัด น.ส.สายทิพย์ โรจน์รุ่งรังสี ผู้จัดการทั่วไปบริษัท บ้านขนมทองทิพย์ จำกัด และนายสมเกียรติ คงเจริญ กรรมการผู้จัดการบริษัทฝูอัน ทราเวล จำกัด กับพวกร่วมกันเป็นจำเลยที่ 1-13 ฐานเป็นอั้งยี่ ความผิดตาม พ.ร.บ.ฟอกเงิน และ พ.ร.บ.นำเที่ยวและมัคคุเทศก์ หลังยกฟ้องคณะพนักงานสอบสวนเตรียมยื่นอุทธรณ์ เพราะมั่นใจในการสำนวนสอบสวน รวมทั้งพบการหลีกเลี่ยงภาษีมีมูลค่าสูง 7.5 พันล้านบาท อยู่ระหว่างขั้นตอนดำเนินการของกรมสรรพากร ตามที่เสนอข่าวไปแล้วนั้น

คืบหน้าเมื่อเวลา 14.00 น. วันที่ 15 ก.ย. ที่ กองบังคับการตำรวจท่องเที่ยว ถนนพระราม 1 แขวงวังใหม่ เขตปทุมวัน พล.ต.อ.รุ่งโรจน์ แสงคร้าม รอง ผบ.ตร. ในฐานะหัวหน้าคณะพนักงานสืบสวนสอบสวนคดีทัวร์ศูนย์เหรียญ พล.ต.ต.สุรเชษฐ์ หักพาล รรท. รอง ผบช.ทท. พล.ต.ต.ปิยะพันธ์ ปิงเมือง ผบก.ปอศ. พ.ต.อ.สมควร พึ่งทรัพย์ รอง ผบก.ป. พ.ต.อ.อาชยน ไกรทอง รอง ผบก.ทท.1 นายพีระพัฒน์ อิงพงษ์พันธ์ ผอ.กองคดี 1 สำนักงาน ปปง. นายวิทยา นิติธรรม ผอ.กองกฎหมาย ปปง. เรียกประชุมชุดทำงาน คดีทัวร์ศูนย์เหรียญ ประกอบด้วย บก.ปทส. บก.ปอศ. บช.ทท. และเจ้าหน้าที่กรมสรรพากรใช้เวลาประชุมติดตามคดีดังกล่าวนานกว่า 2 ชั่วโมง เพื่อตรวจสอบพยานหลักฐานการเสียภาษีของบริษัททัวร์ที่อยู่ในคดี

พล.ต.อ.รุ่งโรจน์กล่าวว่า การประชุมในวันนี้เป็นการประชุมเพื่อติดตามความคืบหน้า การวาง แนวทางในการทำงานในคดีทัวร์ศูนย์เหรียญ ขณะนี้เป็นขั้นตอนหน้าที่ของพนักงานอัยการที่อยู่ระหว่างยื่นอุทธรณ์ต่อศาล ทั้งนี้ ในการสืบสวนสอบสวนของคณะสอบสวน ที่ พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร. ตั้งขึ้นได้เสร็จสิ้นไปเรียบร้อยแล้ว ขอเรียนชี้แจงว่า ขั้นตอนการทำสำนวนเป็นไปด้วยมาตรฐาน ในชั้นพนักงานสอบสวนมีการรวบรวมพยานหลักฐานไปตามอำนาจหน้าที่ และปราศจากการแทรกแซง เมื่อสอบสวนเป็นที่แน่ชัดแล้วได้มีการประชุมร่วมกันว่า การสอบสวนเพียงพอหรือไม่ ก่อนสรุปสำนวนคดีพร้อมลงความเห็นในการสั่งฟ้องไปให้พนักงานอัยการ

รอง ผบ.ตร. กล่าวอีกว่า พนักงานอัยการเห็นว่า สำนวนและพยานหลักฐานทำความเห็นสั่งฟ้องตามหลักฐาน ทั้งนี้ ในขั้นตอนนี้เป็นอำนาจหน้าที่ของพนักงานอัยการที่เมื่อตรวจสอบสำนวนแล้ว เห็นสำนวนครบถ้วนถูกต้องก็ลงความเห็นสั่งฟ้อง แต่ถ้าสำนวนไม่ครบถ้วนจะไม่ทำความเห็นสั่งฟ้อง อย่างไร ก็ตาม คดีนี้จะเห็นได้ว่าพนักงานอัยการมีความเห็นว่า การสืบสวนสอบสวน พยานหลักฐานที่นำมา ประกอบสำนวนมีเพียงพอ ครบถ้วนถูกต้อง จึงทำความเห็นสั่งฟ้องตามขั้นตอน ถือว่าการทำงานของคณะพนักงานสอบสวนเป็นไปด้วยความถูกต้อง มาตรฐาน และพนักงานอัยการได้เล็งเห็นเช่นกันว่าพยานหลักฐานมีเพียงพอที่จะให้ศาลพิจารณาลงโทษได้ สำหรับเรื่องของมาตรการทางภาษีเป็นขั้นตอนของหน่วยราชการของสรรพากรที่ยังไม่ได้มาแจ้งเพิ่ม ทุกอย่างเป็นเรื่องการสืบสวนสอบสวน หากใครกระทำความผิดจะดำเนินการว่าไปตามข้อเท็จจริง

ต่อมาเวลา 17.00 น. ที่ กก.1บก.1 ทท. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า อธิบดีกรมสรรพากร ได้มอบหมายสั่งการให้นายศรีนรงค์ แกล้วทะนงค์ นิติกรชำนาญการพิเศษ กรมสรรพากร ตัวแทนในการร้องทุกข์กล่าวโทษดำเนินคดีกับบริษัทโอเอทรานสปอร์ต ในฐานความผิดตาม ม.37 แห่งบทบัญญัติแห่งประมวลรัษฎากรว่าด้วยเจตนาแจ้งข้อความเท็จ หรือให้ถ้อยคำเท็จ หรือตอบคำถามด้วยถ้อยคำอันเป็นเท็จหรือนำพยานหลักฐานเท็จมาแสดง เพื่อหลีกเลี่ยงการเสียภาษีอากรหรือเพื่อขอคืนภาษีอากรตามลักษณะนี้ หรือโดยความเท็จ โดยฉ้อโกงหรืออุบาย หรือโดยวิธีการอื่นใดทำนองเดียวกันหลีกเลี่ยงหรือพยายามหลีกเลี่ยงการเสียภาษีอากรหรือขอคืนภาษีอากร

ภายหลังการแจ้งความ พล.ต.อ.รุ่งโรจน์ แสงคร้าม รอง ผบ.ตร. ในฐานะหัวหน้าคณะพนักงานสืบสวนสอบสวนคดีทัวร์ศูนย์เหรียญ ได้เรียกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องประชุมหารืออีกรอบ ใช้เวลานานกว่า 30 นาที ก่อนที่ พล.ต.อ.รุ่งโรจน์จะเปิดเผยว่า กรมสรรพากรได้ตรวจสอบเบื้องต้นพบการกระทำความผิดเกี่ยวกับการหลบเลี่ยงภาษี คดีนี้เกี่ยวข้องกับการดำเนินคดีการประกอบธุรกิจนำเที่ยวโดยผิดกฎหมาย อีกทั้งการเข้าตรวจสอบการประกอบธุรกิจนำเที่ยวบริษัทแห่งหนึ่ง หรือที่เรียกว่าทัวร์ศูนย์เหรียญ ที่ผ่านมาเจ้าหน้าที่ได้ดำเนินการตรวจสอบหาพยานหลักฐาน ภายหลังกรมสรรพากรได้ขยายผลพบว่ามีการหลบเลี่ยงภาษี ตาม ม.37 แห่งประมวลกฎหมายรัษฎากร และได้ร้องทุกข์กล่าวโทษต่อพนักงานสอบสวนบก.ปอศ. เป็นที่เรียบร้อยแล้ว เพื่อให้ดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป พนักงานสอบสวนได้รับเอกสารที่เป็นหลักฐานในทางคดีเบื้องต้นมาเพื่อขยายผลและตรวจสอบข้อเท็จจริง

นายพีระพัฒน์กล่าวว่า จากการที่เจ้าหน้าที่กรมสรรพากรได้เข้าร้องทุกข์ให้ดำเนินคดีกับผู้ประกอบการบริษัทนำเที่ยว หลังพบกระทำความผิดใน ม.37 ตามประมวลรัษฎากร ในเรื่องของการหลีกเลี่ยงภาษีเป็นเวลานานกว่า 2 ปี ในส่วนนี้สำนักงาน ปปง. ยังไม่ลงในรายละเอียดต้องรอเอกสารที่ชัดเจนจากสรรพากรอีกครั้งว่าว่าเข้าข่ายการกระทำความผิดตามกฎหมายฟอกเงินหรือไม่ ตามความผิดมูลฐานตามกฎหมายว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน ที่เกี่ยวกับการหลบเลี่ยงภาษี ต้องมีองค์ประกอบเข้า 4 ข้อใหญ่ดังนี้

1.เป็นผู้กระทำความผิดตามมาตรา 37 มาตรา 37 ทวิ และมาตรา 90/4 แห่งประมวลรัษฎากร, 2.หลีกเลี่ยงภาษีอากร ฉ้อโกงภาษีอากร เป็นจำนวนตั้งแต่ 10 ล้านบาทขึ้นไป หรือขอคืนภาษีอากรโดยความเท็จ โดยฉ้อโกงหรืออุบาย หรือโดยวิธีการอื่นทำนองเดียวกันตั้งแต่ 2 ล้านบาทขึ้นไป 3.กระทำในลักษณะกระบวนการ หรือเป็นเครือข่าย โดยสร้างธุรกรรมอันเป็นเท็จหรือปกปิดรายได้เพื่อหลีกเลี่ยงหรือฉ้อโกงภาษี และ 4.มีพฤติกรรมปกปิดหรือซ่อนเร้นทรัพย์สินที่เกี่ยวกับการกระทำความผิดเพื่อมิให้ติดตามทรัพย์สินนั้นได้ เมื่อเข้าองค์ประกอบทั้ง 4 ประการข้างต้น ให้ถือว่าความผิดดังกล่าวเป็นความผิดมูลฐานตามกฎหมายว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน โดยกรมสรรพากรจะส่งข้อมูลให้สำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงินดำเนินการตามกฎหมายต่อไป

มีรายงานว่ากรมสรรพากรได้ตรวจสอบภาษีของบริษัทโอเอทรานสปอร์ต จำกัด ย้อนหลังตั้งแต่ปี 2554-2559 รวมทั้งสิ้น 6 ปี เบื้องต้นกรมสรรพากรได้ตรวจสอบภาษีมูลค่าเพิ่ม หรือ VAT 7% ในรอบปี 2558-2559 พบว่ามีการหลบเลี่ยงภาษีของบริษัทโอเอทรานสปอร์ต จำกัด เป็นเงินมากกว่า 7,000 ล้านบาท