วันพุธที่ 20 กันยายน พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ระดมไล่ล่าโจรใต้ ลอบบึมยะลาดับ2 ส่งร่าง2วีรบุรุษกลับบ้านเกิด

สั่งกองกำลัง 4 ฝ่ายทั้งทหาร ตำรวจ อส.และกำลังภาคประชาชน เพิ่มความเข้มในการตรวจค้นพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนใต้ หลังกลุ่มก่อความไม่สงบลอบวางระเบิดบึมถล่มเจ้าหน้าที่ 3 จุดใน จ.ยะลา ทำให้มีทหาร ตำรวจ พลีชีพ 2 นาย และบาดเจ็บระนาวกว่า 20 คน ขณะที่หน่วยข่าวความมั่นคงแจ้งเตือนอีก วันที่ 16 ก.ย. ตรงกับวันครบรอบการก่อตั้งขบวนการ “กลุ่มมูจาฮีดีนอิสลามปัตตานี” ถือเป็นวันสำคัญสมาชิกอาจก่อเหตุเชิงสัญลักษณ์ทั้งลอบวางเพลิงและวางระเบิดป่วนเมือง ให้กองกำลังทุกหน่วยเพิ่มความเข้มเต็มพิกัด ด้านนายกฯสั่งห้ามนักข่าวเข้าใกล้ชิดจุดเกิดเหตุเด็ดขาด

กรณีกลุ่มก่อความไม่สงบในพื้นที่จังหวัดชายแดนใต้ลอบวางระเบิดถล่มเจ้าหน้าที่ภายในหมู่บ้านลาเตาะ บ้านย่อยบ้านลาแล หมู่ 5 ต.กาบัง อ.กาบัง จ.ยะลา และบริเวณหัวสะพานทางหลวงหมายเลข 4070 ยะหา-กาบัง เขตรอยต่อบ้านอาเส็น หมู่ 6 กับบ้านปาแดรู หมู่ 1 ต.กาตอง อ.ยะหา รวม 3 ลูก เมื่อวันที่ 14 ก.ย.ที่ผ่านมา แรงระเบิดทำให้เจ้าหน้าที่เสียชีวิต 2 นาย คือ ส.ต.ธเนตร พุทโธ ผบ.ชุดปฏิบัติการ ฉก.กรมทหารพรานที่ 47 ยะลา กับ ด.ต.อนิรุทธ จันทะวงษ์ ผบ.หมู่ กก.สส.บก.ภ.จ.เลย ปฏิบัติราชการศูนย์ข้อมูลวัตถุระเบิดสำนักงานตำรวจแห่งชาติส่วนหน้า และมีผู้บาดเจ็บระนาว 23 รายนั้น

เกี่ยวกับเรื่องนี้ เมื่อเวลา 09.30 น. วันที่ 15 ก.ย. ที่ศาลาการเปรียญวัดพุทธภูมิ พระอารามหลวง เขตเทศบาลนครยะลา นายกู้เกียรติ วงศ์กระพันธุ์ รอง ผวจ.ยะลา อัญเชิญพวงมาลาหลวงของสมเด็จ พระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร พวงมาลาของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรม ราชินีนาถ ในรัชกาลที่ 9 และพวงมาลาพระบรม วงศานุวงศ์ วางหน้าหีบศพ ด.ต.อนิรุทธ จันทะวงษ์ กับหน้าหีบศพ ส.ต.ธเนตร พุทโธ สองเจ้าหน้าที่ผู้พลีชีพ พร้อมทำพิธีรดน้ำศพก่อนเคลื่อนศพไปขึ้นเครื่องบินซี 130 ลำเลียงกลับบ้าน

ต่อมา พล.ต.ท.รณศิลป์ ภู่สาระ รรท.ผบช.ภ. 9 และคณะเดินทางไปที่ รพ.ศูนย์ยะลา เพื่อเยี่ยมให้กำลังใจตำรวจที่ได้รับบาดเจ็บ โดยมี นพ.กิตติศักดิ์ อักษรวงศ์ ผอ.รพ.ศูนย์ยะลา รายงานว่า ผู้บาดเจ็บที่เข้ารับการรักษาในโรงพยาบาล ขณะนี้มี 13 ราย ในจำนวนนี้อาการสาหัส 3 ราย แพทย์ต้องดูแลอย่างใกล้ชิดในห้องไอซียู แต่ภาพรวมอาการพ้นขีดอันตรายแล้ว จากนั้น พล.ต.ท.รณศิลป์เผยว่า เจ้าหน้าที่พอรู้ตัวกลุ่มผู้ก่อเหตุแล้ว แต่ยังไม่สามารถเปิดเผยรายละเอียดได้ ต้องรอผลตรวจดีเอ็นเอให้ชัดเจนอีกครั้ง กลุ่มผู้ก่อเหตุเป็นกลุ่มเดิมๆ ที่ยังคงเคลื่อนไหวพยายามสร้างอิทธิพลในพื้นที่ มีนายอุไบดิละห์ ภูมิลำเนา ต.ปะแต อ.ยะหา จ.ยะลา เป็นแกนนำ

ขณะที่ พล.ต.ต.กฤษฎา แก้วจันดี ผบก.ภ.จ.ยะลา สั่งการทางวิทยุให้ทุกท้องที่เพิ่มความระมัดระวังให้เพิ่มความเข้ม ตั้งด่านตรวจทั้งในพื้นที่และรอยต่อแต่ละท้องที่ เพื่อสกัดกั้นการนำวัตถุระเบิดเข้าไปก่อเหตุ โดยกำชับให้ผู้บังคับบัญชาของทุกหน่วยดำเนินการควบคุมและตรวจสอบการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่แต่ละจุดให้มีความพร้อมทั้งการตั้งรับและการตอบโต้อย่างเต็มความสามารถ

ที่ จ.นราธิวาส เจ้าหน้าที่ 4 ฝ่าย ตำรวจ ทหาร อส.และกำลังภาคประชาชน ตั้งด่านตรวจเข้ม 4 มุมเมือง ทั้งขาเข้าและออกตัวเมืองนราธิวาส โดยมีการตรวจเข้มทั้งรถยนต์ รถจักรยานยนต์ และบุคคลที่อาศัยมากับรถยนต์ทุกชนิด รวมทั้งตรวจบัตรประชาชนทุกคน เน้นบุคคลนอกพื้นที่ที่เข้ามาในเขตพื้นที่เป็นพิเศษ เพื่อสกัดบุคคลที่มีหมายจับลักลอบเข้ามาแฝงตัวแอบซ่อนตัวกบดานในพื้นที่ ส่วนถนนสายรองเชื่อมต่อระหว่างอำเภอนั้น เจ้าหน้าที่ทหาร ชรบ.ร่วมกันจัดชุดลาดตระเวน และจัดชุดดักซุ่มพร้อมตั้งจุดสกัดได้ตลอดเวลาเมื่อมีการร้องขอจากหน่วยอื่น

ด้านหน่วยข่าวความมั่นคงแจ้งเตือน วันที่ 16 ก.ย. ตรงกับวันครบรอบการก่อตั้งขบวนการกลุ่ม มูจาฮีดีนอิสลามปัตตานี ถือเป็นวันสำคัญของกลุ่มก่อความไม่สงบ คาดสมาชิกจะใช้วันดังกล่าวก่อเหตุเชิงสัญลักษณ์ของกลุ่มขบวนการทุกกลุ่มในพื้นที่ จะมีการสร้างสถานการณ์ในทุกรูปแบบทั้งลอบวางเพลิง หรือลอบวางระเบิดหลายจุดพร้อมกัน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ เพื่อแสดงศักยภาพว่ากลุ่มขบวนการก่อความไม่สงบยังคงเดินหน้าทำลายความน่าเชื่อถือในการปฏิบัติหน้าที่ของภาครัฐ ล่าสุดพบความเคลื่อนไหวของนายอุเซ็ง แกนนำกลุ่มตลาดเก่า ที่เคลื่อนไหวและก่อเหตุในเขตเมืองยะลา พร้อมสมาชิกแนวร่วมใช้รถยนต์ 3 คัน โดย 1 ในนั้นเป็นรถกระบะอีซูซุ สีบรอนซ์เงิน ขับวนเวียนในตัวเมืองยะลา คาดอาจมีการประกอบระเบิดแสวงเครื่องหนัก 50 กก. เตรียมก่อเหตุคาร์บอมบ์ในพื้นที่เป้าหมาย

นอกจากนี้ ยังพบความเคลื่อนไหวของกลุ่มก่อความไม่สงบและแนวร่วมในพื้นที่ อ.สะบ้าย้อย อ.เทพา จ.สงขลา คาดเตรียมก่อเหตุรุนแรงในพื้นที่ และเขตรอยต่อ อ.โคกโพธิ์ จ.ปัตตานี เป้าหมายคือการทำร้ายเจ้าหน้าที่และเป้าหมายอ่อนแอ ขอให้ทุกหน่วยเฝ้าระวังป้องกัน โดยเฉพาะเป้าหมายเขตเศรษฐกิจ สถานที่ราชการ เจ้าหน้าที่รัฐ ระบบสาธารณูปโภค อาจมีการก่อเหตุพร้อมกันหลายจุด

บ่ายวันเดียวกันเจ้าหน้าที่ลำเลียงศพ ส.ต.ธเนตร ถึงสนามบินกองบิน 4 อ.ตาคลี จ.นครสวรรค์ มีเจ้าหน้าที่ทหาร มทบ.31 พร้อมทหารกองเกียรติยศตั้งแถวรับอย่างสมเกียรติ โดยนายพีรภัทร พุทโธ อายุ 54 ปี นางศรีอัมพร บุญเพชร อายุ 48 ปี พ่อแม่และญาติมารอรับศพไปบำเพ็ญกุศลที่วัดท่าจันทร์ ต.บ้านแดน อ.บรรพตพิสัย จ.นครสวรรค์ บรรยากาศเต็มไปด้วยความเศร้าสลด เช่นเดียวกันศพ ด.ต.อนิรุทธ เจ้าหน้าที่ลำเลียงไปถึงสนามบินเมืองเลย มีตำรวจตั้งแถวต้อนรับอย่างสมเกียรติ มีญาติพี่น้องมารอรับหลายสิบคน นำไปทำพิธีทางศาสนาที่บ้าน ต.น้ำแคม อ.ท่าลี่ จ.เลย บรรยากาศเต็มไปด้วยความเศร้าโศกเช่นกัน

นางผ่องศรี จันทะวงษ์ อายุ 41 ปี ภรรยา ด.ต.อนิรุทธ เผยด้วยสีหน้าที่เศร้าหมองว่า หลังทราบข่าวสามีเสียชีวิตรู้สึกเสียใจมาก ไม่เชื่อว่าเรื่องแบบนี้จะเกิดกับครอบครัว ตอนเกิดเหตุตนนั่งรีดผ้าที่บ้านพัก จ.พิษณุโลก ปกติจะเปิดทีวีดูข่าวทุกวัน แต่ตอนนั้นรู้สึกไม่อยากเปิดดูข่าว และร่างกายร้อนรุ่มผิดปกติ จากนั้นไม่นานผู้บังคับบัญชาโทร.มาบอกว่า สามีเสียชีวิตแล้ว ทุกวันสามีจะโทร.และไลน์คุยกันตลอด แต่วันเกิดเหตุช่วงบ่ายไม่เห็นตอบไลน์ ตนไม่ได้คิดอะไร คิดว่าคงทำงานอยู่ การสูญเสียสามีไปเช่นนี้ แม้จะเสียใจ แต่ก็รู้สึกภูมิใจในตัวสามี หลังจากนี้ยังไม่ได้เตรียมตัวเตรียมใจกับการใช้ชีวิต เหลือเพียงตนกับลูกสาวเพียงคนเดียว ต้องอยู่ให้ได้เพื่อลูก

พ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนเจริญ รองโฆษก สตช. กล่าวถึงกรณี ด.ต.อนิรุทธ จันทะวงษ์ ผบ.หมู่ กก.สส.บก.ภ.จ.เลย ถูกคนร้ายลอบวางระเบิดเสียชีวิตขณะปฏิบัติหน้าที่ที่ จ.ยะลา ว่า เหตุการณ์ที่เกิดขึ้น พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร.ขอแสดงความเสียใจกับครอบครัวของผู้สูญเสีย พร้อมสั่งให้ดูแลเรื่องสิทธิและสวัสดิการอย่างเต็มที่ และสั่งให้บูรณาการกับหน่วยความมั่นคงเพิ่มมาตรการการรักษาความสงบเรียบร้อย เน้นตรวจสอบยานพาหนะ และคัดกรองบุคคลเข้ามาในพื้นที่เป็นพิเศษ และได้รับรายงานจาก พล.ต.ท.รณศิลป์ ภู่สาระ รรท.ผบช.ภ.9 ว่า แนวทางการสืบสวนสอบสวน ขณะนี้รู้กลุ่มผู้ก่อเหตุแล้ว แต่ยังระบุเป็นตัวบุคคลไม่ได้ ต้องรอผลตรวจพิสูจน์ทางนิติวิทยาศาสตร์ ความเชื่อมโยงของพยานหลักฐาน และรวบรวมพยานหลักฐานที่เกี่ยวข้องก่อน

พ.อ.หญิง ศิริจันทร์ งาทอง รองโฆษกกองทัพบก กล่าวว่า กองทัพบกขอแสดงความเสียใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น และได้ดำเนินการเกี่ยวกับพิธีศพ ส.ต.ธเนตร พุทโธ ทหารที่พลีชีพอย่างสมเกียรติ พร้อมดูแลด้านสิทธิกำลังพลและมอบเงินช่วยเหลือตามสิทธิของทางราชการ เบื้องต้นจะได้รับเงินช่วยเหลือราว 2.6 ล้านบาท พร้อมปูนบำเหน็จเลื่อนขั้นเงินเดือนเป็นกรณีพิเศษ 7 ขั้น และขอรับพระราชทานเลื่อนยศสูงขึ้นเป็น “ร้อยโท” ด้วย

พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯและ หน.คสช.ให้สัมภาษณ์ถึงสถานการณ์รุนแรงชายแดนภาคใต้ว่า ที่ผ่านมาหลายอย่างดีขึ้น แต่เมื่อดีขึ้นอีกฝ่ายก็ทำให้แย่ลงถือเป็นเรื่องธรรมดาของคนที่หวังร้าย ฉะนั้นเราก็ต้องไม่ทำให้สถานการณ์รุนแรงมากไปกว่านี้ มีหลายคนแสดงความเห็นออกมาให้รัฐบาลใช้มาตรการรุนแรงมาปราบปราม เห็นหรือไม่ว่าเพื่อนบ้านเราก็ทำ ไทยก็ทำด้วยวิธี การทางกฎหมาย ไม่ใช่ใช้กำลังทหารเข้าไปปราบปรามทุกพื้นที่ ถ้าทำแบบนั้นก็เป็นสถานการณ์สู้รบซึ่งไม่ใช่ อันนี้ถือเป็นการลักลอบทำร้ายของผู้ที่ก่อเหตุรุนแรงไม่หวังดี ตนกำชับหน่วยงานด้านความมั่นคงไปแล้วว่าต้องระมัดระวังในทางเทคนิคยุทธวิธีตนก็เคยเป็นทหารมาก่อนก็ต้องหามาตรการลดความสูญเสียและการบาดเจ็บให้ได้มากที่สุด

“สิ่งสำคัญคือผมเป็นห่วงคนอื่นๆ ที่ชอบเข้าไปมุงดูเวลาเกิดสถานการณ์ขึ้น เช่น การเข้าไปเคลียร์ก็เข้าไปมุงดูพอเกิดระเบิดซ้ำก็เจ็บกันหมด ผมเตือนหลายครั้งแล้ว เวลาเขาห้ามเขาเตือน หรือปิดกั้นพื้นที่ก็ขอว่าอย่าเข้าไป ผมสั่งเจ้าหน้าที่ไปแล้วว่าต่อไปนี้นักข่าวห้ามเข้าไปชิดแบบนั้นเด็ดขาด” นายกฯกล่าว

ต่อมาเมื่อเวลา 19.20 น. วันเดียวกัน ร.ต.อ.เชาวลิต อาตเต้ง รอง สว.(สอบสวน) สภ.สายบุรี จ.ปัตตานี รับแจ้งเหตุยิงกันตายที่มัสยิดรูกาตือแล หมู่ 2 ต.ทุ่งคล้า จึงพร้อมด้วย พ.ต.อ.มานะ เดชาวริษฎ์ ผกก.นำกำลังตำรวจ ทหาร เดินทางไปตรวจสอบที่เกิดเหตุภายในมัสยิด พบศพนายย๊ะยอ ดือเระ อายุ 52 ปี อยู่บ้านเลขที่ 6/2 หมู่ 2 ต.ทุ่งคล้า อ.สายบุรี และเป็นผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้านหมู่ 2 ต.ทุ่งคล้า ถูกยิงด้วยกระสุนปืนไม่ทราบขนาดเข้าศีรษะ 1 นัด มันสมองปนเลือดทะลักไหลนอง จากการสอบสวนทราบว่า ขณะที่ผู้ตายกำลังทำละหมาด ถูกคนร้ายบุกจ่อยิงตายอนาถต่อหน้าผู้คนที่กำลังทำละหมาดหลายสิบคน หลังก่อเหตุคนร้ายวิ่งหนีไปขึ้นรถจักรยานยนต์ที่พวกติดเครื่องยนต์รออยู่ขี่หลบหนีไปอย่างรวดเร็ว ส่วนสาเหตุในชั้นนี้เจ้าหน้าที่เชื่อเป็นฝีมือกลุ่มก่อความไม่สงบสร้างสถานการณ์ ขณะที่ปมขัดแย้งส่วนตัวยังไม่ตัดทิ้ง จะได้สอบสวนคลี่คลายคดีให้แน่ชัดอีกครั้ง