วันจันทร์ที่ 25 กันยายน พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

หนุ่มป่วย ตัวร้อน-ไข้สูง ญาติโทรแจ้ง 1669 จนท.แนะกินพาราฯ สุดท้ายตาย

ญาติหนุ่มวัย 20 โพสต์ผ่านโซเชียล หลานตัวร้อน ไข้สูง โทรแจ้ง 1669 โรงพยาบาลประจวบคีรีขันธ์ รับตัว จนท.รับสาย แนะทานพาราฯ ถ้าไม่ดีขึ้น เช้าจะมารับ ก่อนญาติเห็นท่าไม่ดี เพราะชักเกร็ง ต้องรีบพาส่ง รพ. กันเอง สุดท้ายเสียชีวิต ติดเชื้อในกระแสเลือด 

วันที่ 15 กันยายน 2560 จากกรณี มีผู้ใช้เฟซบุ๊ก 'Api Brahman Land' โพสต์ในกลุ่มประจวบคีรีขันธ์ ระบุ ‘หนึ่งชีวิตต้องจากไป ผลจากการทำงานที่ล่าช้าของสายด่วน 1669 ประจวบ คือไม่ยอมจัดส่งรถมารับผู้ป่วยหลังได้รับแจ้ง บอกแต่เพียงให้กินยาพารา แล้วเข้าจะส่งรถมารับ ขณะนี้ผู้ป่วยเสียชีวิตแล้ว สาเหตุติดเชื้อในกระแสเลือด มาถึง รพ.ช้าเกินไป ผมอยากให้เจ้าหน้าที่ คนที่รับเรื่องในวันที่ 12 เวลาประมาณตีหนึ่งมาขอขมาศพ หากไม่มาผมจะตามเอาเรื่องให้ถึงที่สุดครับจึงขออนุญาตเพจนี้ช่วยตามให้หน่อยครับ’ ทำให้มีกระแสวิพากษ์วิจารณ์เป็นจำนวนมาก

ล่าสุด ผู้สื่อข่าวได้เดินทางไปที่ วัดวังไทรติ่ง หมู่ที่ 12 ตำบลอ่าวน้อย อำเภอเมืองประจวบคีรีขันธ์ จ.ประจวบคีรีขันธ์ ที่ตั้งสวดพระอภิธรรมศพของ นายสันติสุข พรรณไวย หรือ น้องลูกชิด อายุ 20 ปี เป็นคืนวันที่ 3 

นางสาวสายฝน พรรณไวย อายุ 43 ปี อาของผู้ตาย เปิดเผยว่า หลานชายบ่นว่าปวดหัวตั้งแต่ช่วงหัวค่ำในคืนวันที่ 12 ตนจึงให้ยาแก้ปวด แต่อาการไม่ทุเลา แถมมีไข้ขึ้นอีก ตนเองจึงได้เช็ดตัว เพื่อให้ไข้ลด และโทรไปที่สายด่วน 1669 เพื่อให้มารับตัวหลานชายไปโรงพยาบาลประจวบคีรีขันธ์ ซึ่งทางเจ้าหน้าที่ได้ถามอาการ จึงบอกว่าปวดหัว ตัวร้อน ไข้ขึ้นสูงมาก ได้รับคำตอบมาว่า ให้กินยาพาราเซตามอลไปก่อน แต่ถ้าอาการไม่ดีขึ้น ช่วงเช้าจะนำรถกู้ชีพฉุกเฉินไปรับ จากนั้น จึงโทรหาน้องชายให้พาไปโรงพยาบาล ขณะที่รอรถหลานชายเกิดอาการตัวชักเกร็ง จึงโทรไปที่ 1669 อีกครั้ง และใช้เวลาคุยกับเจ้าหน้าที่อยู่นาน กระทั่งน้องชายเดินทางมาถึง จึงรีบนำตัวไปส่งโรงพยาบาล

นายอภิเชษฐ์ พรรณไวย อายุ 41 ปี อาของน้องลูกชิด กล่าวว่า ตนเองได้รับโทรศัพท์จากพี่สาวว่า หลานอาการหนัก จึงได้รีบขับรถจากตัวเมืองประจวบฯ กลับไปที่บ้าน ซึ่งใช้เวลาประมาณครึ่งชั่วโมง เมื่อถึงบ้านพบว่าหลานมีอาการชักเกร็ง ตัวแข็ง ส่วนพี่ชายอีกคนก็กำลังคุยโทรศัพท์อยู่กับเจ้าหน้าที่ 1669 และถามไปว่าตกลงจะมารับคนป่วยหรือไม่ ซึ่งขณะนั้นก็ยอมรับว่า ใช้น้ำเสียงที่ไม่พอใจเป็นอย่างมาก เพราะเห็นอาการของหลานแล้วก็เกิดอารมณ์เสีย จนเจ้าหน้าที่ถามกลับมาว่าทำไมพูดจาไม่ดีเลย หลังจากนั้นตนจึงวางโทรศัพท์และรีบนำหลานส่งโรงพยาบาล

ระหว่างทางรถกู้ชีพได้มารับตัว เมื่อถึงโรงพยาบาลทีมแพทย์รีบนำเข้าห้องฉุกเฉินทันที จากนั้นอีก 1 ชั่วโมง แพทย์บอกว่าหลานติดเชื้อในกระแสเลือด และมาเสียชีวิตเวลา 15.00 น. ของวันต่อมา แต่ตนเอง ก็ต้องขอชื่นชมแพทย์และบุคลากรโรงพยาบาลที่ให้การดูแล และรักษาอย่างเต็มที่ เพียงแต่ติดใจเจ้าหน้าที่ ที่รับสายในคืนนั้นว่า ทำไมถึงไม่รีบส่งรถมารับ และต้องการให้เจ้าหน้าที่ทั้งสองรายมาขอขมาศพ พร้อมทั้งให้ทางหน่วยงานกลั่นกรองเจ้าหน้าที่ที่ทำหน้าที่รับโทรศัพท์ด้วย

ส่วนเรื่องการชดใช้ต่างๆ ตนเองไม่เรียกร้องอะไรทั้งสิ้น และขอให้กรณีนี้เป็นตัวอย่าง และไม่อยากให้เกิดขึ้นกับคนอื่นอีก

ด้าน นายแพทย์ทรงฉัตร ศิริโยธิพันธุ์ รองผู้อำนวยการโรงพยาบาลประจวบคีรีขันธ์ กล่าวว่า กรณีที่เกิดขึ้นทางโรงพยาบาลได้เรียกเจ้าหน้าที่ทั้งสองราย มาสอบถามข้อเท็จจริงแล้ว และขณะนี้อยู่ในขั้นตอนของการตรวจสอบ ซึ่งตนเองคิดว่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเป็นการสื่อสารที่ไม่เข้าใจกัน ซึ่งในส่วนของทางโรงพยาบาลเอง ก็จะมีขั้นตอนในการปฏิบัติ โดยเมื่อมีการโทรเข้ามาแจ้งเคสเจ้าหน้าที่จะถามอาการของผู้ป่วย ถ้าอาการไม่หนักก็จะให้คำแนะนำ แต่ถ้ามีอาการวิกฤติ เจ้าหน้าที่จะรีบออกไปรับทันที

นอกจากนี้ทางศูนย์วิทยุสั่งการจะจัดส่งเจ้าหน้าไปอบรมและสอบอยู่ตลอด ซึ่งถ้าสอบไม่ผ่านเกณฑ์ ก็จะต้องไปฝึกอบรมใหม่ ทั้งนี้ทางโรงพยาบาลจะนำเจ้าหน้าที่ปฏิบัติงานวิทยุในวันเกิดเหตุ ไปขอขมาต่อหน้าศพ และในวันอาทิตย์ทางโรงพยาบาลจะเป็นเจ้าภาพสวดอภิธรรมศพ พร้อมกันนี้ขอให้ประชาชนมั่นใจในการให้บริการของเจ้าหน้าที่โรงพยาบาลประจวบคีรีขันธ์ ตามสถิติทางโรงพยาบาลได้รับคำชมจากส่วนกลางในเรื่องความรวดเร็วในการให้บริการของ 1669 ในเขตนี้.