วันเสาร์ที่ 21 ตุลาคม พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

อยู่ไหนก็ลำบาก เสี่ยงชีวิต! เสียงวีรบุรุษกู้ระเบิด EOD ปลายด้ามขวานไทย ตายในหน้าที่ก็ยอม

จากเหตุกลางดึกวันที่ 14 ก.ย. 60 ที่ อ.ยะหา จ.ยะลา โจรใต้สุดอำมหิตใช้แผนเดิม ลอบวางระเบิดเสาไฟฟ้าเพื่อล่อเจ้าหน้าที่มาตรวจสอบพื้นที่ในรุ่งเช้า แต่ขณะที่ผู้การยะลานำเจ้าหน้าที่หน่วยชุดเก็บกู้และทำลายระเบิด EOD (Explosive Ordnance Disposal) เข้าเก็บหลักฐาน กลับถูกคนร้ายจุดชนวนระเบิดซ้ำอีกลูก ทำให้ตำรวจชุดอีโอดีเสียชีวิต นับเป็นข่าวเศร้าและสะเทือนใจของสังคม

ประสบการณ์เศร้าสุดในชีวิต สูญเสียทั้งหัวหน้าชุดและเพื่อนร่วมงาน

กับเหตุการณ์สุดสลดครั้งนี้ ร.ต.อ.พลวัฒน์ เทพษร รอง สว.ตรวจพิสูจน์และเก็บกู้วัตถุระบิด หัวหน้าชุดเก็บกู้และทำลายวัตถุระเบิด จ.นราธิวาส บอกกับทีมข่าวเฉพาะกิจไทยรัฐออนไลน์ว่ารู้สึกเสียใจ ไม่อยากให้เกิดเหตุการณ์เศร้าใจแบบนี้กับคนอาชีพเดียวกันอีก และตั้งแต่ตนทำงานเก็บกู้ระเบิดมา 12 ปี เคยเจอเหตุการณ์ระเบิดในลักษณะล่อเป้า จนทำให้ต้องสูญเสียหัวหน้าชุด ซึ่งเป็นคนนราธิวาสเหมือนกัน และเพื่อนร่วมงานกันมาหลายปีอีก 3 คน เมื่อ 3 ปีที่ผ่านมา ที่ อ.บาเจาะ จ.นราธิวาส

เหตุการณ์เกิดขึ้นโดยได้รับแจ้งว่าเป็นวัตถุต้องสงสัยที่หมู่บ้านหนึ่ง พอไปถึงพื้นที่เกิดเหตุ สักพักมีระเบิดอีก 2-3 ลูก และตนเกือบต้องเสียชีวิตในการกู้ระเบิดที่ อ.รือเซาะ เมื่อหลายปีก่อน ได้รับบาดเจ็บที่ขาด้านซ้าย อยู่รักษาตัว รพ.มอ. 20 กว่าวัน ส่วนน้องร่วมงานก็เหยียบกับระเบิดอีก 2 คน ตอนนั้นเหตุการณ์ก่อการร้ายเกิดขึ้นในหลายอำเภอ ต้องวิ่งวุ่นลงพื้นที่กันทั้งวัน

ป้องกันเข้มงวดระหว่างเดินทางไปเก็บกู้ระเบิด แต่ก็แพ้อันตรายแอบแฝง

ปัจจุบันในนราธิวาส เหตุก่อการร้ายเกิดไม่บ่อย แต่ในความเงียบก็ไม่น่าไว้ใจเพราะมีอันตรายแฝงเหมือนกัน ก่อนลงพื้นที่กู้ระเบิดจะมีการระวังป้องกันอย่างเข้มงวดรัดกุม โดยเมื่อได้รับแจ้งแล้วจะเช็กยอด เช็กแถวแจ้งภารกิจให้ทุกคนรู้เพื่อช่วยกันคิดและศึกษาถึงการวางระเบิดในรูปแบบต่างๆ ซึ่งในบางพื้นที่เกิดเหตุต้องมาพูดคุยถึงสถานการณ์ที่เกิดขึ้น หรือที่เคยเจอมาในอดีตว่าควรระวังอันตรายอย่างไร โดยวิเคราะห์จากสาเหตุ ส่วนการเข้าพื้นที่เกิดเหตุ อุปสรรคและภัยเงียบแฝง คือ ถูกลอบวางระเบิดระหว่างการเดินทาง

เดิมพันชีวิตทุกขณะจิต เครียดหนัก และกดดันสูง

การทำหน้าที่เก็บกู้ระเบิด เป็นการทำงานร่วมกันเป็นทีม ต้องรักและสามัคคีซึ่งกันและกัน ทีมหนึ่งมี 8-9 คน ซึ่งมีหน้าที่แตกต่างกันไป ไม่สามารถกำหนดว่าแต่ละคนทำหน้าที่อะไร เมื่อลงพื้นที่ทุกคนต้องใช้สายตาช่วยกันสอดส่อง อาศัยเครื่องมือในการทำงานอย่างเดียวไม่ได้ เพราะนอกจากต้องระวังถูกลอบวางระเบิดแล้ว ยังต้องระวังถูกซุ่มยิงด้วย เป็นงานที่เครียดหนัก และกดดัน

สิ่งของขาดแคลน และจำเป็นต้องใช้ เพื่อช่วยลดการสูญเสีย

สำหรับเงินเดือนเป็นที่รู้ๆ กันว่าน้อย บางคนมีหนี้สินและเป็นคนต่างถิ่น ชุดทำงานจึงเก่าจากการตรากตรำทำงานมาหลายปี หน่วยงานราชการสนับสนุนเฉพาะอุปกรณ์การกู้ในการปฏิบัติหน้าที่เท่านั้น สิ่งของที่ขาดแคลน คือ ชุดหมีใส่ทำงานราคาสูงเกือบ 3-4 พัน ซึ่งยังไม่รวมเครื่องหมาย บางตัวกันไฟไหม้ได้ด้วย รองเท้าคู่ละเกือบ 2 พัน หมวกกันสะเก็ด หากเป็นของนอกราคาหลายพัน ซึ่งบางหน่วยงานราชการและช่อง 3 เคยสนับสนุนให้ แต่เอามาใส่แล้วปิดหน้าได้นิดเดียว เพราะไม่ได้วัดขนาดจริงกับผู้ใช้ นอกจากนี้สิ่งจำเป็นอีกอย่างในการทำงานที่ขาดแคลนคือของใช้ส่วนตัว


มุ่งมั่นกู้ระเบิดต่อไป ไม่คิดหยุดทำ แม้ตายในหน้าที่ก็ภูมิใจ

ร.ต.อ.พลวัฒน์ กล่าวว่า “แม้ไปทำอยู่ในจังหวัดอื่นๆ ของภาคใต้ ก็มีความเสี่ยงตายเหมือนกัน เราทำด้วยใจ ทุกคนมีชีวิต แต่เมื่อสมัครใจมาทำ ไม่ว่าอยู่ไหนก็ลำบากและเสี่ยงเหมือนกัน ต้องสู้กันต่อไป ถึงจะมีเหตุการณ์ไม่สงบสุข แต่เราก็ได้ช่วยให้คนในสังคมอยู่กันอย่างปลอดภัยและอุ่นใจ ไม่กลัวว่าวันหนึ่งจะตายในหน้าที่ เพราะไม่เคยคิด และไม่เลิกทำ แม้ตายในหน้าที่ก็ภูมิใจ”

3 จว.ชายแดนใต้ เป็นพื้นที่พิเศษ ผู้มาทำงานในที่แห่งนี้ ล้วนเกิดจากความสมัครใจ มาช่วยราชการด้วยจิตวิญญาณของผู้ให้อย่างแท้จริง ยอมเสียสละแม้กระทั่งชีวิตของตัวเองเพื่อชาติ แม้เจ้าหน้าที่กู้ระเบิดจำนวนไม่น้อยต้องจบชีวิตขณะปฏิบัติหน้าที่ พวกเขาคือ วีรบุรุษตัวจริง แม้กายจากไปแต่คุณความดีในภารกิจเสี่ยงตายถูกสรรเสริญและตรึงใจคนไทยตลอดกาล.

ทีมข่าวเฉพาะกิจไทยรัฐออนไลน์ รายงาน