วันศุกร์ที่ 24 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ผู้บังคับบัญชาโทรบอกว่า สามีตายแล้ว! เปิดใจภรรยา 'ดาบยักษ์' จากนี้อยู่เพื่อลูก

"ไม่ทันตั้งตัวสามีด่วนจาก ปกติคุยไลน์ด้วยทุกวันกระทั่งก่อนตายสามีเงียบไป" ภรรยาดาบยักษ์ตำรวจที่ถูกระเบิดเล่าทั้งน้ำตา ระบุสามีอยากทำเพื่อชาติ จากนี้ไป ต้องอยู่ให้ได้เพื่อลูก"

ความสูญเสียเกิดขึ้นกับครอบครัวเจ้าหน้าที่ๆ ปฏิบัติงานอยู่ในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนใต้ครั้งแล้วครั้งเล่าตลอดระยะเวลานับสิบกว่าปีที่ผ่านมา "ไฟใต้ยังไม่เคยสงบมอดลงอย่างแท้จริง" เจ้าหน้าที่ทหาร ตำรวจ ประชาชน กลายเป็นเหยื่อกระสุน เศษซากระเบิด ท่ามกลางความเศร้าโศกของคนทั้งประเทศ

กระทั่งเหยื่อรายล่าสุด ด.ต.อนิรุทธ จันทะวงษ์ หรือดาบยักษ์ อายุ 49 ปี ผบ.หมู่ กองกำกับการสืบสวน กองบังคับการตำรวจภูธร จ.เลย ช่วยราชการ ศวบ.ศปภ.ตร.สน. สามจังหวัดชายแดนภาคใต้เจ้าหน้าที่ตำรวจเก็บกู้วัตถุระเบิด ต้องมาจบชีวิตลงขณะปฏิบัติหน้าที่เพื่อชาติ ต้องเสียสละทิ้งลูกเมียห่างไกลครอบครัวจนวันสุดท้ายของชีวิต มีเพียงร่างไร้วิญญาณปกคลุมด้วยธงชาติ ส่งกลับมายังครอบครัว มีเพียงเสียงร้องไห้ระงมจมอยู่กับน้ำตาของลูกหลาน ต้อนรับกลับบ้านหลังสุดท้ายของชีวิต

วันนี้ (15 กันยายน 2560) บ้านเลขที่ 335 หมู่ 1 ต.น้ำแคม อ.ท่าลี่ จ.เลย บ้านของ ด.ต.อนิรุทธ จันทะวงษ์ หรือดาบยักษ์ เสียชีวิตจากเหตุการณ์ลอบวางระเบิดที่ อ.ยะหา จ.ยะลา เมื่อเวลา 14.30 น. วันที่ 14 กันยายน 2560 บรรยากาศเป็นไปอย่างโศกเศร้า มีเพื่อนตำรวจ ญาติ และเพื่อนบ้านได้มาช่วยกันเตรียมพื้นที่จัดงานศพ ซึ่งจะเดินทางมาถึงโดยเฮลิคอปเตอร์ในช่วงเวลา 15.00 น.

"หลังทราบข่าวว่าสามีเสียชีวิต ก็รู้สึกเสียใจมาก ไม่เชื่อว่าเรื่องแบบนี้จะเกิดกับครอบครัว ขณะนั้นตนกำลังนั่งรีดผ้าอยู่ในบ้านพักที่ จ.พิษณุโลก ปกติจะเปิดทีวีดูข่าวทุกวัน แต่เมื่อวานนี้รู้ว่าไม่อยากเปิดดูข่าว และรู้สึกว่าร่างกายร้อนรุ่มผิดปกติ แล้วก็มีผู้บังคับบัญชาโทรมาบอกว่าสามีเสียชีวิตแล้ว ซึ่งทุกวันก็จะโทร และเล่นไลน์คุยกันตลอด แต่วันเกิดเหตุ ช่วงบ่ายไม่เห็นตอบไลน์ แต่ก็ไม่ได้คิดอะไร คิดคงทำงานอยู่" นางผ่องศรี จันทะวงษ์ อายุ 41 ปี ภรรยา เล่าทั้งน้ำตา

"สำหรับการสูญเสียสามีไปในครั้งนี้ ไม่ทันตั้งตัว ทำตัวไม่ถูก และไม่เคยคิดว่าเขาจะด่วนจากไปเร็วขนาดนี้ แม้จะเสียใจมาก แต่ลึกๆ แล้วรู้สึกภูมิใจในตัวสามี ยังไม่รู้ว่าชีวิตจะดำเนินอยู่ต่อไปอย่างไรเพราะเหลือเพียงดิฉันกับลูกสาว แต่ก็ต้องอยู่ให้ได้เพื่อลูก"

เธอบอกเราด้วยว่า สามีได้ขอทำเรื่องไปทำงานที่สามจังหวัดชายแดนภาคใต้หลายครั้ง เพราะอยากไปหาประสบการณ์ด้านการเก็บกู้วัตถุระเบิด พร้อมปกป้องประเทศชาติให้พ้นภัยจากผู้ไม่หวังดี กระทั่งผู้บังคับบัญชาการได้สั่งให้ไปปฏิบัติหน้าที่อยู่จังหวัดยะลา ตามความต้องการ

ขณะที่ลูกสาว รู้สึกช็อกกับการสูญเสียครั้งนี้ บอกความรู้สึกผ่านเราเพียงสั้นๆว่า "เสียใจมากที่พ่อต้องมาจากไป พ่อเป็นทั้งพ่อทั้งเพื่อน ใจดี ไม่เคยโกหกลูก ซื่อสัตย์ต่อครอบครัว จะยึดถือคุณงามความดีของพ่อเป็นตัวอย่างในการดำรงชีวิตต่อไป" นางสาวพัทธนันท์ จันทะวงษ์ หรือน้องน้ำขิง บุตรสาววัย 17 พูดทิ้งท้าย