วันพฤหัสบดีที่ 21 กันยายน พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

งัดมาตรการภาษีบังคับใช้จริงจัง เช็กบิลแก๊งหมวกกันน็อก ปล่อยกู้ดอกโหด

ปลัด ยธ.พร้อมอธิบดีดีเอสไอ ส่งข้อมูลนายทุนเงินกู้นอกระบบ หมุนเวียน 1.4 พันล้านบาท 6 กลุ่มสำคัญ ให้คลังปราบปรามนายทุนเงินกู้นอกระบบใช้มาตรการทางภาษีมาบังคับใช้อย่างจริงจัง 

เมื่อช่วงบ่ายวันที่ 15 ก.ย.60 ที่กระทรวงการคลัง กทม. นายวิศิษฎ์ วิศิษฎ์สรอรรถ ปลัดกระทรวงยุติธรรม พร้อมด้วย พ.ต.อ.ไพสิฐ วงศ์เมือง อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ และ พ.ต.ท.วิชัย สุวรรณประเสริฐ เลขานุการศูนย์ช่วยเหลือลูกหนี้และประชาชนที่ไม่ได้รับความเป็นธรรม กระทรวงยุติธรรม (ศนธ.ยธ.) เข้าพบหารือกับ นายสมชัย สัจจพงษ์ ปลัดกระทรวงการคลัง นายประสงค์ พูนธเนศ อธิบดีกรมสรรพากร เพื่อส่งมอบข้อมูลและประสานความร่วมมือในการปราบปรามนายทุนเงินกู้ที่เอารัดเอาเปรียบประชาชน ภายใต้ภารกิจแก้ไขปัญหาหนี้สินภาคประชาชน ที่มีปลัดกระทรวงการคลังเป็นประธานคณะกรรมการ

นายวิศิษฎ์ เปิดเผยว่า หลังดีเอสไอ ได้ดำเนินการกับทุนเงินกู้รายใหญ่ในความผิดอาญาฐานเรียกดอกเบี้ยเกินอัตราที่กฎหมายกำหนด ทางการสืบสวนยังพบว่ามีเงินหมุนเวียนจากการปล่อยกู้จำนวนมาก จึงได้ประสานข้อมูลให้กรมสรรพากร เพื่อนำมาตรการทางภาษีมาบังคับใช้กับนายทุนกลุ่มนี้อย่างจริงจัง เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนจากการถูกเอารัดเอาเปรียบจากนายทุนด้วยวิธีการอำพรางการให้กู้ยืมเงิน เพื่อหวังดอกเบี้ยหรือผลประโยชน์ตอนแทนในจำนวนเงินที่สูง โดยส่วนใหญ่เป็นเกษตรกรทำให้เสี่ยงต่อการสูญเสียที่ดินทำกินที่อยู่อาศัย กรอบการหารือในวันนี้ ต้องการให้มีการบูรณาการแลกเปลี่ยนข้อมูลและวิธีการประสานงานเพื่อให้ดำเนินการได้อย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น 

"อธิบดีกรมดีเอสไอ ได้ส่งมอบบัญชีรายชื่อนายทุนเงินกู้นอกระบบ 6 กลุ่ม ที่พบข้อมูลว่ามีเงินหมุนเวียนในระบบกว่า 1,400 ล้านบาท ยึดที่ดินชาวบ้านรวมกันกว่า 3,400 ไร่ และฟ้องร้องบังคับคดีลูกหนี้กว่า 1,800 รายให้กับ อธิบดีกรมสรรพากร เพื่อดำเนินมาตรการทางภาษี ซึ่งการบูรณาการและแลกเปลี่ยนข้อมูลร่วมกันอย่างใกล้ชิดเป็นการดำเนินงานตามนโยบายของรัฐบาลเรื่องการแก้ไขปัญหาหนี้นอกระบบอย่างบูรณาการและยั่งยืน ในมิติของการดำเนินการอย่างจริงจังกับเจ้าหนี้เงินกู้นอกระบบ" ปลัดกระทรวงยุติธรรม กล่าว

ด้าน นายสมชัย กล่าวว่า กระทรวงการคลังเล็งเห็นความเดือดร้อนของประชาชนที่ต้องการเงินเพื่อใช้จ่ายยามฉุกเฉิน จึงได้เพิ่มช่องทางการเข้าถึงสินเชื่อในระบบพิโกไฟแนนซ์ หรือ PICO Finance (ดึงนายทุนนอกระบบ มาเข้าระบบปล่อยสินอย่างถูกต้อง ภายใต้การกำกับดูแลกระทรวงการคลัง) เชื่อเป็นสินเชื่อรายย่อยภายในจังหวัดให้กู้ยืมได้รายละไม่เกิน 50,000 บาท และเปิดโอกาสให้ผู้ที่ประสงค์ประกอบกิจการให้กู้ยืมเงินอย่างถูกต้องตามกฎหมาย

"ซึ่งต้องมีคุณสมบัติเป็นนิติบุคคล มีทุนจดทะเบียนชำระแล้วไม่น้อยกว่า 5 ล้านบาท สามารถยื่นคำขออนุญาตเป็นผู้ประกอบการสินเชื่อพิโกไฟแนนซ์กับสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง กระทรวงการคลังโดยตรง หรือยื่นเอกสารผ่านธนาคารออมสินและธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตรทุกสาขาทั่วประเทศ ทั้งนี้ สามารถศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมได้จาก www.1359.go.th หรือโทรศัพท์สายด่วน 1359 ของสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง" นายสมชัยกล่าว

ต่อมาเวลา 17.40 น. ด้าน พ.ต.อ.ไพสิฐ วงศ์เมือง อธิบดีดีเอสไอ เปิดเผยว่า จากการตรวจสอบพบว่า ขณะนี้มีนายทุนเงินกู้ขนาดใหญ่ 7 กลุ่ม กลุ่มนายทุนใหญ่สุดคือ กลุ่มนายทุน จ.ปทุมธานี ของนายวิชัย ปั้นงาม ที่ถูกเจ้าหน้าที่ดีเอสไอบุกจับก่อนหน้านี้ โดยนายวิชัย ยังหลบหนีอยู่ในต่างประเทศ และเจ้าหน้าที่กำลังรวบรวมพยานหลักฐานออกหมายจับ หัวหน้าที่รองลงมาจากนายวิชัย ต่อไปอยู่ ส่วนนายทุนเงินกู้ 6 กลุ่ม ประกอบด้วย จ.เพชรบูรณ์ 2 กลุ่ม จ.เชียงราย 1 กลุ่ม จ.ชัยภูมิ 1 กลุ่ม จ.ขอนแก่น 1 กลุ่ม และจ.ประจวบคีรีขันธ์ 1 กลุ่ม

"จึงนำข้อมูลดังกล่าวมาส่งมอบให้กระทรวงการคลัง เพื่อให้กรมสรรพากร ประเมินภาษีย้อนหลัง เนื่องนายทุนบางรายไม่เคยเสียภาษีเลย อาจต้องเสียภาษีกว่า 100 ล้านบาท หากยังไม่ยอมเข้ามาร่วมมือกับรัฐ โดยเฉพาะกลุ่มนายทุนที่ จ.ชัยภูมิ หลังประเมินภาษีแล้วอาจโดนเรียกเก็บภาษีย้อนหลัง 230 ล้านบาท และจะดึงนายทุนพวกนี้ เข้ามาอยู่ในระบบของรัฐ เพื่อปล่อยสินเชื่อให้ประชาชนอย่างถูกต้อง ซึ่งดีเอสไอจะยังไม่ดำเนินคดีอาญากับนายทุน 6 กลุ่มนี้ แต่จะใช้มาตรการทางกฎหมาย
โดย" พ.ต.อ.ไพสิฐ กล่าว.