วันพฤหัสบดีที่ 23 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

เว็บตรวจผลลงทะเบียนคนจน ใส่เลขบัตรประจำตัวประชาชน 13 หลัก

เช็กผลลงทะเบียนคนจน ตั้งแต่ 15 ก.ย.นี้ ทั้งทางเว็บ ให้พิมพ์เลขบัตรประจำตัวประชาชน 13 หลักลงไปในช่องที่กำหนด รวมถึงทางสายด่วน 6 หน่วยงาน เบอร์โทรสำนักงานเขตกทม.ทั้ง 50 เขต รวมถึงดูประกาศได้ยังที่ทำการกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน...

เร่ิมตั้งแต่วันที่ 15 ก.ย.เป็นต้นไป ผู้ลงทะเบียนในโครงการลงทะเบียนเพื่อสวัสดิการแห่งรัฐ สามารถตรวจสอบว่าผ่านคุณสมบัติโครงการลงทะเบียนเพื่อสวัสดิการแห่งรัฐ หรือไม่ จากผู้ลงทะเบียนในโครงการลงทะเบียนฯ ทั้งหมดจำนวน 14,176,170 คน มีผู้ที่ผ่านคุณสมบัติจำนวน 11,431,681 คน และมีผู้ที่ไม่ผ่านคุณสมบัติจำนวน 2,744,489 คน โดยผ่านทางเว็บไซต์ ได้แก่ www.epayment.go.th , www.mof.go.th และ www.fpo.go.th โดยพิมพ์เลขบัตรประจำตัวประชาชน 13 หลักลงไปในช่องที่กำหนด ระบบจะแจ้งผลการตรวจสอบ

นอกจากนี้ ยังสามารถตรวจสอบผ่านสายด่วน 6 หน่วยงาน ในเวลาราชการ ได้แก่ 1) Call center ของสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง 1359 2) Call center ของ ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร 0-2555-0555 3) Call center ของ ธนาคารออมสิน 1115 4) Call center ของ ธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน) 0-2111-1111 5) Call center ของกรมบัญชีกลาง 0-2270-6400 และ 6) เบอร์โทรศัพท์ของสำนักงานเขตกรุงเทพมหานครทั้ง 50 เขต

รวมถึงที่ทำการกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน หรือหน่วยงานอื่นตามที่กรมการปกครองเห็นสมควร และสำนักงานเขตกรุงเทพมหานคร โดยกระทรวงการคลัง จะส่งรายชื่อแยกตามจังหวัด อำเภอ และตำบล ส่งให้กระทรวงมหาดไทย และแยกเป็นรายเขตส่งให้กรุงเทพมหานคร เพื่อดำเนินการติดประกาศผู้มีสิทธิได้รับสวัสดิการต่อไป

สำหรับผู้ที่ผ่านการตรวจสอบสามารถไปรับบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ได้ที่หน่วยงาน/สาขาที่ได้ไปลงทะเบียนไว้ ตั้งแต่วันที่ 21 ก.ย. 2560 โดยได้รับความช่วยเหลือผ่านบัตรสวัสดิการแห่งรัฐจะมี 2 หมวด ได้แก่ หมวดการลดค่าใช้จ่ายในครัวเรือน ซึ่งประกอบด้วย 1.วงเงินค่าซื้อสินค้าอุปโภคบริโภคที่จำเป็น สินค้าเพื่อการศึกษา และวัตถุดิบเพื่อการเกษตร จากร้านธงฟ้าประชารัฐ โดยผู้ที่มีรายได้ต่ำกว่า 30,000 บาทต่อคนต่อปี จะได้รับ 300 บาทต่อคนต่อเดือน

ส่วนผู้ที่มีรายได้สูงกว่า 30,000 บาท จะได้รับ 200 บาทต่อคนต่อเดือน และ 2.วงเงินส่วนลดค่าซื้อก๊าซหุงต้มจากร้านค้าที่กระทรวงพลังงานกำหนด 45 บาทต่อคนต่อ 3 เดือน ส่วนหมวดการลดค่าใช้จ่ายในการเดินทาง ซึ่งประกอบด้วย 1.วงเงินค่าโดยสารรถเมล์/รถไฟฟ้า 500 บาทต่อคนต่อเดือน 2.วงเงินค่าโดยสารรถ บขส. 500 บาทต่อคนต่อเดือน และ 3.วงเงินค่าโดยสารรถไฟ 500 บาทต่อคนต่อเดือน

ส่วนผู้ที่ไม่ผ่านการตรวจสอบคุณสมบัติ สามารถยื่นขออุทธรณ์ได้ภายในวันที่ 29 ก.ย. 2560 โดยกระทรวงการคลัง จะประกาศผลการอุทธรณ์ในวันที่ 24 ต.ค. 2560 ผ่าน 2 ช่องทางเท่านั้น ได้แก่ www.epayment.go.th และสายด่วน 6 หน่วยงาน หากผลการอุทธรณ์ยืนตามผล ครั้งแรกคือไม่ผ่าน ผู้ยื่นอุทธรณ์จะไม่มีสิทธิได้รับบัตรสวัสดิการ.