วันอังคารที่ 19 กันยายน พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

'มัลลิกา' จี้รัฐตามทวงเงิน คดี 'กรุงไทย' ปล่อยกู้ 'กฤษดามหานคร'

"มัลลิกา" แถลงจี้ รบ.เร่งตามคดี "กรุงไทย" ปล่อยกู้ "บริษัทในเครือกฤษดามหานคร" ยกท้ายคำพิพากษาศาลสั่งคืนเงินรวม 3.7 หมื่นล้าน เปรียบปล่อยกู้คนจนหัว 5 หมื่นได้ 7.4 แสนราย

เมื่อวันที่ 15 ก.ย.60 นางมัลลิกา บุญมีตระกูล มหาสุข รองโฆษกพรรคประชาธิปัตย์ แถลงถึงคดีธนาคารกรุงไทยปล่อยกู้ให้บริษัทในเครือกฤษดามหานคร ว่า กรณีนี้มีการปล้อยเงินกู้ให้ทั้งที่บริษัทดำเนินการขาดทุนมาโดยตลอด และเมื่อได้กู้แล้วบริษัทในเครือฯ นี้กลับนำเงินไปซื้อหุ้นบุริมสิทธิแปลงสภาพบริษัทกฤษดามหานครคืนจากสถาบันการเงินต่างๆ และโอนให้บุคคลในกลุ่มกับโอนให้บุคคลภายนอกอีกหลายคน ผิดวัตถุประสงค์ในการขอสินเชื่อจากธนาคารกรุงไทย โดยจำเลยคดีนี้มี 27 คนในคดี แบ่งหน้าที่กันทุจริตทำธนาคารกรุงไทยซึ่งเป็นธนาคารของรัฐเสียหายกว่าหมื่นล้าน พบว่า นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ สั่งการให้ผู้บริหารธนาคารอนุมัติสินเชื่อตามที่เอกชนเสนอ โดยมีการเบียดบังยักยอกเงินให้แก่เอกชนโดยทุจริตละเว้นไม่ปฏิบัติตามกฎหมายและกฎระเบียบ เมื่อเอกชนได้สินเชื่อก็ไม่นำไปใช้ตามวัตถุประสงค์ ทำให้ประชาชนผู้ถือหุ้นและผู้ฝากเงินของธนาคารกรุงไทยได้รับความเสียหาย จึงลงโทษจำเลย 27 คน (พ.ร.บ.ว่าด้วยความผิดของพนักงานในองค์การหรือหน่วยงานของรัฐ พ.ศ.2502-พ.ร.บ.หลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ พ.ศ.2535 และประมวลกฎหมายอาญา) นอกจากนี้ยังขอให้ร่วมกันคืน หรือใช้เงินคืนคือ 10,054.46 ล้านบาท แก่ธนาคารกรุงไทยผู้เสียหาย

นางมัลลิกา กล่าวต่อว่า ที่สำคัญคือ ท้ายคำพิพากษาศาลให้จำเลยซึ่งถูกพิพากษาจำคุกนั้นคือ บริษัทกฤษดามหานคร โดย นางประนอม แสงสุวรรณเมฆ นายธเนศวร สิงคาลวณิช นายรัชฎา กฤษดาธานนท์ นายวิชัย กฤษดาธานนท์ ร่วมกันคืนเงิน 10,004.46 ล้านบาท ให้แก่ธนาคาร และสั่งให้จำเลยที่เหลือต้องร่วมกันรับผิดชอบความเสียหายแต่ละส่วนที่มีความผิด ซึ่งได้สร้างความเสียหายรวมตามที่ศาลสั่งอีกรวม 27,191 ล้านบาท 

ดังนั้น นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกฯ ฝ่ายเศรษฐกิจ นายอภิศักดิ์ ตันติวรวงศ์ รมว.คลัง ประธานกรรมการบริหารธนาคารกรุงไทยคนปัจจุบัน-กรรมการบริหารธนาคารกรุงไทยชุดหลังคำพิพากษาศาล จะต้องดำเนินการเร่งออกคำสั่ง ออกมาตรการเพื่อนำเงินมาคืน โดยทั้งธนาคารและกระทรวงการคลังต้องชี้แจงความคืบหน้าต่อสังคม ถ้าย้อนกลับไปเงินกู้รายเดียวของกลุ่มทักษิณเอื้อ (กฤษดามหานคร) นี้ 10,000 ล้านบาท ถ้าธนาคารใช้ปล่อยกู้ให้ประชาชนทั่วไปรายละ 50,000 บาท เพื่อสร้างอาชีพ จะสามารถช่วยประชาชนได้ถึง 200,000 ราย แต่ถ้าหลังจากนี้กระทรวงการคลังและธนาคารกรุงไทยสามารถนำค่าเสียหายกับเงินกู้กลับคืนมาได้รวม 37,195 ล้านบาท ก็จะสามารถนำปล่อยกู้ให้ประชาชนทั่วไปสร้างอาชีพรายละ 50,000 บาท ได้จำนวนถึง 743,900 รายเลยทีเดียว จึงขอกราบเรียน พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ และหัวหน้า คสช. ว่าอย่าให้ใครละเว้น หรือปล่อยปละละเลยตามมาตรา 157 ต้องติดตามทวงทั้งสองก้อนคืนแก่กระทรวงการคลังและธนาคารของรัฐ

(ข้อมูลบุคคลที่ต้องร่วมรับผิดชอบความเสียหายตามคำสั่งศาล)

นายวิโรจน์ นวลแข อดีตกรรมการผู้จัดการธนาคารกรุงไทย จำเลยที่ 3 บริษัทแกรนด์คอมพิวเตอร์แอนด์คอมมูนิเคชั่น จำกัด โดย นายสุบิน แสงสุวรรณเมฆา จำเลยที่ 22 นายไมตรี เหลืองนิมิตมาศ จำเลยที่ 27 ร่วมรับผิดชอบ 9,554.46 ล้านบาท

นายไพโรจน์ รัตนโสภา นายประพันธ์พงษ์ ปราโมทย์กุล นางกุลวดี สุวรรณวงศ์ นางสุวรัตน์ ธรรมรัตนพคุณ นายประวิทย์ อดีตโต นางศิริวรรณ ชินอิสระยศ จำเลยที่ 12-17 และบริษัทโบนัสบอร์น จำกัด โดย นายชุมพร เกิดไพบูลย์รัตน์ จำเลยที่ 21 นายสุบิน แสงสุวรรณเมฆา จำเลยที่ 23 และนายบัญชา ยินดี จำเลยที่ 24 ร่วมกันรับผิดชอบเงิน 8,818.73 ล้านบาท

บริษัทอาร์เคฯ โดย นายบัญชา ยินดีและนายสุบิน แสงสุวรรณเมฆา จำเลยที่ 18 รับผิดชอบ 450 ล้านบาท

และ ร.ท.สุชาย เชาว์วิศิษฐ์ อดีตประธานกรรมการบริหารธนาคารกรุงไทย จำเลยที่ 2 นายมัชฌิมา กุญชร ณ อยุธยา นายพงศธร สิริโยธิน จำเลยที่ 4-5 และ นายโสมนัส ชุติมา นายสุวิทย์ อุดมทรัพย์ นายวันชัย ธนิตติราภรณ์ นายบุญเลิศ ศรีเจริญ จำเลยที่ 8-11 นายสุบิน แสงสุวรรณเมฆา จำเลยที่ 18 ร่วมรับผิดชอบ 8,368.73 ล้านบาท.