วันจันทร์ที่ 25 กันยายน พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

โทษอาญาไทยเฟ้อ สร้างผู้ต้องหาติดอันดับ 6 โลก

วันเสาร์สบายๆวันนี้ไปคุยกันเรื่อง “โทษอาญา” กันสักวันนะครับ ตั้งแต่ คสช. แต่งตั้ง สภาปฏิรูปประเทศ สภานิติบัญญัติแห่งชาติ เพื่อออกกฎหมายมาปฏิรูปประเทศให้มั่งคั่งยั่งยืนศิวิไลซ์ แต่สองสภากลับพ่วงเอา “โทษทางอาญาติดคุก” เข้าไปในกฎหมายมากมาย ส่งผลให้ ประเทศไทยมีผู้ต้องหาอาญามากติดอันดับ 6 โลก ไปแล้ว

ถ้าไม่มีการแก้ไขปรับปรุงกฎหมายเหล่านี้ ในอนาคตประเทศไทยอาจแซงหน้าประเทศอื่น เป็นประเทศที่มีผู้ต้องหาอาญามากที่สุดในโลกก็เป็นไปได้

ข้อมูลเหล่านี้ ผมนำมาจากเวทีเสวนาเรื่อง “หลักเกณฑ์การกำหนดโทษอาญาในการตรากฎหมาย” การเสวนาครั้งนี้ ผมไม่แน่ใจใครเป็นเจ้าภาพจัด เพราะสื่อที่เสนอข่าวไม่ได้ระบุ เข้าใจว่าน่าจะเป็น “คณะกรรมการพิจารณาปรับปรุงประมวลกฎหมายอาญา” เพราะผู้เสวนาส่วนใหญ่เป็นกรรมการในชุดนี้ หลายประเด็นฟังแล้วก็เป็นอึ้ง

คุณปกป้อง ศรีสนิท หนึ่งในกรรมการกล่าวว่า รัฐธรรมนูญปี 60 ได้กำหนดใน มาตรา 77 ระบุว่า การกำหนดความผิดอาญา ควรมีเฉพาะกรณีที่ร้ายแรง ปัจจุบันคณะกรรมการเห็นว่า สังคมเรามีสภาวะกฎหมายเฟ้อ สร้างผลเสีย คดีล้นศาล นักโทษล้นเรือนจำ บางคนมีประวัติอาชญากรติดตัวโดยไม่จำเป็น ทุกอย่างล้วนเป็นต้นทุนสังคม ประเทศไทยเองก็มีจำนวนผู้ต้องหามากเป็นอันดับ 6 ของโลก ประมาณ 300,000 คน

ในมุมมองของรัฐ การดำเนินคดีนั้น ค่าใช้จ่ายในการยับยั้งไม่ให้เกิดการละเมิดกฎหมายโทษทางอาญาจะมีค่าใช้จ่ายสูงกว่าการดำเนินการทางแพ่ง สถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย (ทีดีอาร์ไอ) เคยทำวิจัยเชิงตัวเลขเอาไว้ว่า รัฐดำเนินคดีอาญา 1 คน เสียค่าใช้จ่ายทั้งจ้างตำรวจ ผู้พิพากษา เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง ประมาณ 100,000 บาทต่อคดี ในขณะที่ รัฐอำนวยความยุติธรรมทางแพ่งให้กับคู่กรณี รัฐเสียค่าใช้จ่ายประมาณ 6,000 บาทต่อคดี

คุณปกป้อง กล่าวว่า อนุกรรมการฯเตรียมเสนอ ข้อเสนอเบื้องต้นต่อ ครม. ให้มีมติให้ส่วนราชการถือปฏิบัติ ก่อนเสนอฐานความผิดอาญาใหม่ในอนาคตว่า โทษที่สมควรเป็นความผิดทางอาญา เช่น การกระทำที่กระทบต่อความสงบเรียบร้อยหรือศีลธรรมอันดีของประชาชน หรือกรณีอื่นที่ไม่สามารถใช้กฎหมายอื่นบังคับอย่างได้ผล เป็นต้น ส่วนความผิดอื่นที่เป็นอาญา แต่ไม่ส่งผลกระทบต่อส่วนรวม ก็ใช้โทษทางปกครองได้ เช่น ความผิดเกี่ยวกับเช็ค ความผิดเกี่ยวกับลิขสิทธิ์ เป็นต้น

คุณประธาน วัฒนวาณิชย์ กรรมการพิจารณาปรับปรุงกฎหมายอาญาอีกคน กล่าวว่า ขณะนี้ กฎหมายอาญาบ้านเราเฟ้อมาก ผู้ร่างกฎหมายยังไม่ค่อยรู้จักโทษทางปกครอง เรื่องนี้ก็ยังเป็นที่ถกเถียงในทางสากลว่า โทษทางปกครองควรมีหลักเกณฑ์อย่างไร คิดอะไรไม่ออก ก็กำหนดโทษเป็นอาญาไว้ก่อน คณะกรรมการกฤษฎีกาเองก็ยังไม่มีหลักเกณฑ์ดังกล่าว กลายเป็นว่าประเทศไทยอยู่ในสภาพบังคับอาญาแทบทุกเรื่อง เกิดผลกระทบต่อสังคม รัฐธรรมนูญ 2560 มาตรา 77 จึงเป็นก้าวสำคัญในการเปลี่ยนแปลงโทษทางอาญา

ไปดู มาตรา 77 เสียหน่อยนะครับ ถือเป็น “ของดี” ที่ซ่อนอยู่ใน รัฐธรรมนูญใหม่

“มาตรา 77 รัฐพึงจัดให้มีกฎหมายเพียงเท่าที่จำเป็น และยกเลิกหรือปรับปรุงกฎหมายที่หมดความจำเป็น หรือไม่สอดคล้องกับสภาพการณ์ หรือเป็นอุปสรรคต่อการดำรงชีวิตหรือการประกอบอาชีพโดยไม่ชักช้า เพื่อไม่ให้เป็นภาระแก่ประชาชน และดำเนินการให้ประชาชนเข้าถึงตัวบทกฎหมายต่างๆได้โดยสะดวก และสามารถเข้าใจกฎหมายได้ง่าย เพื่อปฏิบัติตามกฎหมายได้อย่างถูกต้อง...” และใน วรรค 3 ท่อนท้าย ระบุว่า “...พึงกำหนดโทษอาญาเฉพาะความผิดร้ายแรง”

ไม่ใช่กำหนดโทษอาญากันพร่ำเพรื่อ โทษเล็กโทษน้อย ให้มีโทษอาญาติดคุกหมด การ แก้ไขโทษอาญา ครั้งนี้ ผมเห็นด้วยอย่างยิ่งครับ อยากให้รีบออกมาโดยเร็ว.

“ลม เปลี่ยนทิศ”