วันพุธที่ 20 กันยายน พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ปอกเปลือกทุเรียน'พบพระ' จิบกาแฟ..(แล)ดอกไม้งาม

“ไปเที่ยวเมืองตากกันไหม ฉันจะเป็นไกด์นำเที่ยว จะลืมไม่ลงเลยเชียว ถ้าคุณมาเที่ยวเมืองตาก”

เสียงเพลงรอสายของ พี่หน่อง...ธมลวรรณ เจริญวงศ์พิสิฐ ผู้อำนวยการ ททท.สำนักงานตาก ทำให้อดใจไม่ไหว ต้องขอให้ท่าน ผอ.ททท.พาไปเที่ยวเมืองตากแบบจริงๆจังๆ

ทริปนี้ ผอ.หน่องนำเสนอการเที่ยวเชิงเกษตรในเขตอำเภอพบพระ ที่ไม่เชื่อก็ต้องเชื่อว่า ทุเรียนหมอนทองของที่นี่ ลูกใหญ่ไม่แพ้ทุเรียนจันทบุรีหรือนนทบุรีเลย

พบพระ เป็นชื่อของอำเภอหนึ่งในจังหวัดตาก ที่ไม่ได้มาจากการมีพระมาก หรือขุดพบพระพุทธรูปอะไรแต่อย่างใด แต่มีที่มาจากคำว่า “ขี้เปรอะเพอะพะ” ที่แปลว่า ขี้โคลนเปรอะเลอะเทอะ เนื่องจากสมัยก่อนการเดินทางไปอำเภอพบพระ ยังเป็นถนนลูกรัง เวลาที่ฝนตกที แทบไม่ต้องพูดถึง ขี้โคลนกระเด็นใส่จนเปรอะเลอะเทอะ จนเป็นที่มาของชื่ออำเภอนั่นเอง

นอกจากจะมีแหล่งท่องเที่ยวที่สวยงามตื่นตา ตื่นใจ อย่างน้ำตกพาเจริญ ซึ่งตั้งอยู่ในเขต อุทยานแห่งชาติน้ำตกพาเจริญ ซึ่งเป็นน้ำตกหินปูน ที่ลำห้วยหลายสายไหลมารวมกับน้ำซับบนเขาก่อนจะไหลเป็นสายน้ำตกลงสู่เบื้องล่าง ความงดงามของน้ำตกแห่งนี้ คือสายน้ำที่ไหลลดหลั่นกันเป็นชั้นเล็กชั้นน้อยมากถึง 97 ชั้น

ในช่วงหน้าฝน นอกจากเราจะได้ชมความงามของน้ำตกที่มีน้ำไหลวนต่อกันเป็นชั้นๆแล้ว ยังมีดอกกระเจียวสีส้ม ที่จะบานต้อนรับนักท่องเที่ยวในช่วงหน้าฝนไปจนถึงปลายฝนต้นหนาว นับเป็นดอกกระเจียวที่ใหญ่และสวยงามอีกแห่งหนึ่ง

นอกจากดอกกระเจียวแล้ว ที่พบพระ ยังเป็นแหล่งปลูกกุหลาบที่ใหญ่ที่สุดของประเทศ ที่หลายคนอาจยังไม่รู้ว่า กุหลาบที่ขายกันอยู่แถวปากคลองตลาดนั้น ส่งมาจากอำเภอพบพระ จังหวัดตากแทบทั้งสิ้น ทั้งยังเป็นกุหลาบสีสวย ดอกโต โดยไร่ที่ปลูกกุหลาบมากที่สุดแห่งหนึ่ง คือ “ไร่ปฐมเพชร” ที่คุณภราดร กานดา เจ้าของไร่บอกว่า มาจากการที่ตัวเขาเองเป็นคนนครปฐม ส่วนภรรยาเป็นคนเพชรบุรี เลยเอาชื่อหลังกับชื่อแรกของสองจังหวัดมารวมกันเป็นปฐมเพชร

คุณภราดร บอกว่า มีความรู้เรื่องการปลูกกุหลาบ เพราะเคยทำไร่กุหลาบที่สามพราน แต่ต่อมามีคนบอกว่า ที่พบพระ จ.ตาก ดินดี อากาศดี น่าจะปลูกกุหลาบได้ จึงย้ายถิ่นฐานมาทำไร่กุหลาบอยู่ที่นี่ตั้งแต่ปี 2538 ถึงวันนี้ก็มากกว่า 22 ปีแล้ว

นอกจากกุหลาบแล้ว ที่นี่ยังปลูกผลไม้หลายอย่าง ทั้ง กล้วยหอม กล้วยเล็บมือนาง มะม่วง ชมพู่ ทับทิม ละมุด กาแฟ ปาล์มน้ำมัน รวมทั้งทุเรียนด้วย โดยถือเป็นไร่แรกๆใน อ.พบพระที่บุกเบิกเรื่องของการท่องเที่ยวเชิงเกษตร มีการเปิดไร่ให้นักท่องเที่ยวเข้ามาเที่ยวชม และให้ความรู้เรื่องของการปลูกพืช โดยเฉพาะกุหลาบ เรียกว่า ถ้าไปเที่ยวที่นี่แล้ว ถ้ามีที่ดินก็อยากจะกลับไปทำเกษตรที่บ้านเลยทีเดียว เพราะทั้งเจ้าของไร่และลูกชาย เล่าถึงการทำเกษตรได้อย่างสนุกสนาน ออกรส แถมมีผลผลิตเป็นเครื่องการันตีความสำเร็จอีกด้วย

สำหรับทุเรียนที่พบพระนั้น เป็นทุเรียนหมอนทอง ที่เริ่มต้นมีการปลูกมาประมาณกว่า 5 ปีแล้ว ปัจจุบันมีการปลูกทุเรียนที่นี่มากกว่า 2,000 ไร่ โดยเปิดตัวทุเรียนตากของพบพระให้คอทุเรียนทั้งหลายได้รู้จักไปเมื่อปีที่แล้ว จนกลายเป็นที่กล่าวขานถึงความหอมและหวาน ของทุเรียนหมอนทองที่พบพระ เรียกว่า ถ้ามาในช่วงฤดูผลผลิต...ก็จะมีโอกาสได้ชิมทุเรียนหอมๆหวานๆ นุ่มลิ้น

ซึ่งพี่หน่องบอกว่า แม้แต่ฝรั่งยังยกนิ้วให้ ทุเรียนเมืองตาก...ว่าไม่น้อยหน้าทุเรียนจากแหล่งผลิตที่มีชื่อเสียงมาก่อนหน้านี้ และทุกวันนี้ พูดอย่างไม่ได้โม้ ถ้าอยากชิมทุเรียนพบพระ ถึงขนาดต้องจองคิวกันข้ามปี...ทีเดียว

เหตุที่สามารถปลูกทุเรียนหมอนทองที่นี่ได้ ผอ.ททท.สำนักงานตาก บอกว่า อาจเป็นเพราะอำเภอพบพระตั้งอยู่ในที่สูง มีฝนตกชุกตลอดทั้งปี จึงได้ในเรื่องของทั้งน้ำ และอากาศที่เอื้อต่อการให้ผลผลิตของทุเรียน และที่พิเศษอีกอย่างคือ ทุเรียนที่พบพระเกือบทั้งหมดปลูกแบบเกษตรอินทรีย์ ตามแนวพระราชดำริของพ่อหลวง ซึ่งการปลูกด้วยวิธีนี้ แม้ผลผลิตจะไม่สวย หมายถึงผิวเปลือกของทุเรียน แต่รสชาติไม่มีผล แถมยังปลอดภัยในการบริโภคอีกด้วย

นอกจากทุเรียนหมอนทองแล้ว ที่พบพระยังมีการนำทุเรียนก้านยาวและทุเรียนพันธุ์พวงมณีจากจันทบุรีมาปลูกด้วย ผลผลิตไม่แพ้กัน เช่นเดียวกับรสชาติที่ไม่ผิดเพี้ยน

สำหรับคนที่จะไปชิมทุเรียนที่พบพระ แนะนำให้ไปในช่วงเดือน มิ.ย.-ต.ค. ซึ่งเป็นช่วงเก็บเกี่ยวผลผลิต

อ้อ! สำหรับคนที่เหม็นทุเรียน บอกเลยว่า ทุเรียนที่นี่ แกะเปลือกออกมาแล้ว บางทียังไม่ได้กลิ่นเลย ถือเป็นจุดขายด้านการท่องเที่ยวอีกอย่างของจังหวัดตาก

หลังจากฟินกับทุเรียนแล้ว ก็ได้เวลาไปจิบกาแฟเบาๆกันที่ ร้านกาแฟโรชา หรือ Rocha Cafe ร้านกาแฟสุดชิคที่ทำเป็นโรงนาอยู่บนเนินเล็กๆ มีสองชั้น ตกแต่งทุกมุมแบบที่เรียกว่า เซียนเซลฟี่ทั้งหลายอาจจะถ่ายรูปกันไม่ทัน แถมด้านหน้าปลูกดอกทานตะวันเหลืองอร่าม...มองเผินๆ นี่มันนิวซีแลนด์...ชัดๆ

พระอาทิตย์ใกล้จะตกดินแล้ว ได้เวลากลับไปพักกันที่แม่สอด ที่ ผอ.ททท.ตาก บอกว่า มีเรื่องราวน่าค้นหาอีกมาก

โดยเฉพาะคนที่ชื่นชอบการปั่นจักรยาน รับรองว่า ทริปนี้...ได้จักรยานกลับบ้านกันคนละคันแน่ๆ.