วันพฤหัสบดีที่ 21 กันยายน พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

เห็นดำเห็นแดง

กาญจนาคพันธุ์ อธิบายคำ “เห็นดำเห็นแดง” ไว้ในหนังสือ สำนวนไทยว่า มีที่มาจากเครื่องเล่นการพนันชนิดหนึ่ง เป็นหีบมีลิ้นเป็นสีดำกับสีแดง จะแทงดำหรือแทงแดงก็สุดแต่ใจถูกก็ได้เงิน

เครื่องเล่นพนันชนิดนี้ เป็นที่มาของอีกสำนวน จับดำถลำแดง ซึ่งหมายความว่า เก็งผิด ต้องการจะได้อย่างหนึ่ง กลายเป็นได้ อีกอย่างหนึ่ง

การพนันอีดำอีแดง น่าจะมีขึ้นในสมัยรัชกาลที่ 3 หรือ รัชกาลที่ 4

สมัยกาญจนาคพันธุ์ ยังเป็นหนุ่ม หีบอีดำอีแดง ก็เปลี่ยนแปลง เป็นตู้อีดำอีแดง เป็นตู้เหล็กสูงราว 3 ศอก ตอนบนเป็นหน้าปัดกลม กว้างราวศอกหนึ่ง

ตอนริมแบ่งเป็นช่องเล็กๆ ทาสีเป็นสีต่างๆ ดำ แดง เขียว เหลือง ขาว สีแดงมี 30-40 ช่อง สีเขียว 20 ช่อง สีเหลือง 10 ช่อง สีขาว 5 ช่อง รูปตุ๊กตามีช่องเดียว

ข้างตู้เจาะเป็นช่องเล็กๆกว้างราวนิ้วครึ่ง ยาวลงมาเกือบศอก มีคันยื่นจากภายในโผล่ออกมาทางช่องสำหรับกด หรือเหนี่ยวด้าน บนลงมาสุดล่าง

ใต้หน้าปัดทำเป็นกระพุ้งยื่นออกมา เป็นรูปครึ่งวงกลม เหมือนขันครึ่งซีก ขอบหน้าปัดด้านบนมีเข็มชี้ เหนือหน้าปัดขึ้นไปมีช่องเล็กๆ ขนาดสอดอัฐอันละไพ เข้าไปในช่อง

จะแทงอะไร ก็สอดแล้วก็ดึง หรือกดคันลงมาจนสุดข้างล่าง หน้าปัดก็จะหมุนไปด้วยกลไก แล้วหยุด...เข็มชี้ตรงช่องริมหน้าปัดสีอะไร ก็ออกสีนั้น

ถ้าถูก อัฐอันละไพ ก็จะร่วงจากในตู้กราวลงมากระพุ้ง

สีดำกับสีแดงได้ 1 ไพ สีเขียวได้ 3 ไพ สีเหลืองได้ 5 ไพ สีขาวได้ 10 ไพ ตุ๊กตาได้ 40 ไพ

ถ้าแทงไม่ถูก อัฐก็ไม่ร่วงลงมา

ทุกอย่างในตู้ กลไกจัดให้เสร็จ เจ้าของตู้ไม่ต้องออกมาดู ตู้อีดำอีแดงตั้งริมถนนตรงหน้าร้าน

นิราศปะเหลียน เขียนไว้ตอนหนึ่ง “มีตู้ตั้งเรียงรายในชายคา ล่อคนมาเล่นพนันกันหลายแห่ง จนขึ้นชื่อลือชาว่าดำแดง ให้คนแทงเล่นได้ตามใจรัก”

ตู้นี้แม้มีหลายสี แต่ก็เอาชื่อเก่า อีดำอีแดงมาเรียก เพราะมีสีตรงกัน

ส่วนสำนวนเห็นดำเห็นแดง จะมีมาเก่า หรือเพิ่งเกิดมาจากตู้ก็ไม่ทราบแน่ จับดำถลำแดง เข้าใจว่าได้มาจากหีบอีดำอีแดง

สำนวนเห็นดำเห็นแดง สื่อความหมาย เรื่องที่อยากรู้ความจริง เรื่องที่อยากรู้ดีรู้ชั่ว เรื่องที่อยากรู้ผิดรู้ถูก ได้ประจักษ์เรื่องที่ยังมัวมน ไม่กระจ่างแจ้ง ฯลฯ

ซึ่งว่ากันตามความจริง ทุกเรื่อง ก็ใช่ว่าจะตัดสินกันให้ “เห็นดำ เห็นแดง” ได้ง่ายๆ เช่น เรื่องที่ตัดสินกันด้วยมโนธรรมสำนึก ความรัก ความชัง ความศรัทธา คุณธรรม ความดี ความชั่ว

โดยเฉพาะเรื่องฉาวๆ ผิดเมียผิดผัว

เรื่องทำนองนี้ เป็นอย่างที่โบราณว่า เป็นเรื่องในที่ลับ ไม่เอามาไขกันในที่แจ้ง ถึงมีเหตุให้ต้องการ “ไข” แต่หลักฐานก็มักไม่มียืนยัน ยิ่งชักชวนกันไข เหนื่อยใจไปกันเปล่าๆ

เรื่องรักเรื่องใคร่ ทั้งถูกผิดทำนองคลองธรรม มีในทุกยุคทุกสมัย เสมียนมี เขียนไว้ในนิราศเดือน สมัยต้นรัตนโกสินทร์ ตอนหนึ่งว่า

“ถ้ารักกันลั่นเปรี้ยงเหมือนเสียงฟ้า หูจะชาเสียงดังฟังไม่ไหว”

สมัยนี้มีโซเชียลเน็ตเวิร์ก มีออนไลน์ ฯลฯ เป็นหอกระจายข่าวสำคัญ ถ้าเผลอไปฟังฟ้าผ่าทุกวันๆ ผมว่าจะมีคนหูแตกเข้าสักคน.


กิเลน ประลองเชิง