วันจันทร์ที่ 25 กันยายน พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ลาลับไม่กลับมา

วันที่ 15 ก.ย.2560 นับเป็นอีกวันหนึ่งที่ต้องจดจำชื่อของ ยานอวกาศแคสสินี (Cassini) ไว้ร่วมกับยานอวกาศในอดีตหลายลำที่เคยออกไปปฏิบัติภารกิจนอกโลก ซึ่งมีอยู่ 2 ประเภทคือมีนักบินอวกาศควบคุมยาน และอีกแบบคือไร้มนุษย์เป็นตัวขับเคลื่อน แต่ใช้การควบคุมระยะไกลจากพื้นโลกแทน ส่วนยานอวกาศ แคสสินีนั้นอยู่ในประเภทหลัง และกำลังจะปิดฉากลงโดยไม่หวนกลับมายังโลกนี้อีกตลอดกาล

ยานอวกาศแคสสินีถูกส่งออกจากโลกเมื่อปี 2540 เพื่อทำภารกิจสำรวจดาวเสาร์ อันเป็นดาวเคราะห์ดวงที่ 6 อยู่ถัดจากดวงอาทิตย์ในระบบสุริยะจักรวาลของเรา ใช้เวลา 7 ปีเดินทางถึงวงโคจรดาวเสาร์ และใช้เวลาอีก 13 ปีจนถึงวันนี้ในการสำรวจวงแหวนและบรรดาดวงจันทร์บริวาร ตลอดเวลาที่ผ่านมา ยานก็ทำหน้าที่เหมือนนักวิทยาศาสตร์คนหนึ่งที่จดจ่อต่อการเก็บข้อมูลวิทยาศาสตร์จนได้มาถึง 635 กิกะไบต์ และถ่ายภาพด้วยกล้องความละเอียดสูงที่ติดตั้งบนยานแล้วส่งงานกลับมายังโลกมากกว่า 453,000 ภาพ ที่สำคัญทำให้นักดาราศาสตร์บนโลกพบว่าดวงจันทร์บริวารที่ชื่อเอนเซลาดัสและไททัน อาจเอื้อต่อการอาศัยอยู่ของสิ่งมีชีวิต เนื่องจากพบว่ามีแหล่งน้ำอยู่บนดวงจันทร์ทั้ง 2 ดวง

จริงๆแล้วยานอวกาศแคสสินีอาจมีโอกาสได้ไปต่อ แต่ก็ไม่มีวันนั้นเสียแล้ว หลังจากเมื่อ 7 ปีก่อน ทีมนักวิทยาศาสตร์ผู้ควบคุมภารกิจ พบว่าเชื้อเพลิงของยานกำลังจะหมด และหากปล่อยไปตามยถากรรม เป็นไปได้มากที่ยานจะมีโอกาสพุ่งชนบรรดาดาวบริวารรายรอบดาวเสาร์ และจะทำให้จุลินทรีย์จากโลกที่ติดอยู่บนตัวยานไปปนเปื้อนดาวบริวารเหล่านั้น โดยเฉพาะดวงจันทร์เอนเซลาดัสที่ระบุว่ามีน้ำพวยพุ่งขึ้นมา และดวงจันทร์ไททันที่มีทะเลสาบ ซึ่งสำคัญอย่างยิ่งต่อการศึกษาไขความกระจ่างเกี่ยวกับสิ่งมีชีวิตนอกโลก

ดังนั้น ทางออกที่ดีที่สุดคือการมอบชะตากรรมให้ยานร่วงหล่นเผาตัวเองจนมอดไหม้ลงไปที่ดาวเสาร์ และก่อนจะเข้าสู่วาระสุดท้าย ยานก็จะยังทำหน้าที่เก็บข้อมูลจนถึงที่สุดถ้าเป็นคนก็คงเรียกได้ว่าทำงานจนหมดลมหายใจ เป็นการยุติการเดินทางไกลถึง 7,900 ล้านกิโลเมตรที่ใช้เวลานานถึง 2 ทศวรรษของยานอวกาศแคสสินี ที่จะเหลือเพียงชื่อและผลงานถูกจารึกไว้ในประวัติศาสตร์.

ภัค เศารยะ