วันอาทิตย์ที่ 24 กันยายน พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

อียูส่งทีมตรวจเข้มระบบประมงไทย “ฉัตรชัย” มั่นหน้าไทยมาตรฐานเป๊ะ!

พล.อ.ฉัตรชัย สาริกัลยะ รมว.เกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยว่า ในช่วงปลายเดือน ต.ค.60 นี้ กรรมาธิการยุโรปด้านประมงและทะเล (DG MARE) ของสหภาพยุโรปหรืออียู จะเดินทางมาประเทศไทย เพื่อตรวจสอบการทำประมงผิดกฎหมาย ขาดการรายงาน และไร้การควบคุม หรือไอยูยู โดยเฉพาะระบบตรวจสอบย้อนกลับ (Traceability) ซึ่งปัจจุบันประเทศไทยดำเนินการแล้วมากกว่า 50% โดยมีกรมประมงเป็นหน่วยงานหลัก และมีหน่วยงานอื่นๆ ช่วยกันสนับสนุน อาทิ ท่าขึ้นปลา ก็จะมีองค์การสะพานปลา (อสป.) กรมเจ้าท่าช่วยกันดูแล เป็นต้น

“เรื่องระบบตรวจสอบย้อนกลับ ไทยได้ดำเนินการตามมาตรฐานที่ได้วางแผนไว้ โดยเข้มงวดตั้งแต่ท่าเรือ การนำเข้า ควบคุมปริมาณนำเข้าและการแปรรูปส่งออกทั้งกระบวนการ นอกจากนี้ไทยยังจะพัฒนากระบวนการแก้ไขปัญหาประมงของไทยให้เทียบเคียงกับหลายๆ ประเทศ อาทิ เกาหลีใต้ เป็นต้น เพื่อให้กระบวนการที่ทำไว้เป็นมาตรฐานเดียวกัน”

ผู้สื่อข่าวรายงานจากกรมประมงว่า นอกจากระบบตรวจสอบย้อนกลับแล้ว อียูยังเข้ามาตรวจเรื่องเรือกลุ่มสีเทา (Gray Area) ที่จะต้องขายออกไปต่างประเทศด้วย โดยปัจจุบันมีอยู่จำนวน 433 ลำ แบ่งเป็น 1.เรือประมงขนาดใหญ่ตั้งแต่ 150 ตันกรอสขึ้นไป 196 ลำ ซึ่งถูกถอนทะเบียนเมื่อเดือน พ.ค.58 และ 2.เรือที่ถูกขายไปกัมพูชา 237 ลำ ซึ่งเกิดปัญหาเรือไม่เปลี่ยน ธงชาติ และไม่เปลี่ยนสีเรือ ซึ่งไทยต้องให้คำตอบกับอียูว่า เรือออกไปจากประเทศไทยจริงแล้วหรือไม่ อาทิ เปลี่ยนธงเรือไปเป็นกัมพูชาแล้วกี่ลำ เจ้าของเดิมที่ขายเรือมีสัญญาซื้อขายหรือไม่ เป็นต้น เพื่อให้มั่นใจว่าเรือกลุ่มนี้ได้ออกจากการเป็นเรือสัญชาติไทยแล้ว ซึ่งขณะนี้กรมเจ้าท่ากำลังดำเนินการติดตามอยู่

สำหรับเรื่องที่อียูให้ข้อเสนอแนะ และต้องการให้ไทยแก้ปัญหาหรือปรับปรุง คือ เรื่องสินค้าประมงที่เข้ามาในประเทศไทยโดยเฉพาะปลานำเข้า การันตีไม่ได้ว่ามาจากการจับปลาที่ถูกกฎหมายหรือไม่ ดังนั้นสิ่งที่ไทยต้องชี้แจง คือขณะที่นำปลาขึ้นท่าเรือต่างๆ เจ้าหน้าที่ตรวจเอกสารอะไรบ้างที่สามารถยืนยันได้ เพื่อตรวจสอบว่าปลานั้นๆมาจากการทำประมงถูกกฎหมาย เป็นต้น ซึ่งอียูอยากให้ไทยมีเกณฑ์กำกับของตนเองเพื่อตรวจสอบ ไม่อยากให้ใช้กฎระเบียบของอียูอย่างเดียว.