วันศุกร์ที่ 22 กันยายน พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ซัดอบต.บ้านดง ปลอม‘ลายเซ็น’ ช่วยกระทิงแดง ให้เช่าที่ห้วยเม็ก

รองอธิบดีกรมที่ดินลงพื้นที่ อ.อุบลรัตน์ จ.ขอนแก่น หาข้อมูลการให้เช่าที่ดินสาธารณะห้วยเม็ก ขณะที่ประธานสภาองค์กรชุมชน ต.บ้านดง มาให้ข้อมูล ยืนยันเอกสารการทำประชาคมมีการสร้างหลักฐานเท็จ นำรายชื่อของผู้ที่ไม่เคยเข้าร่วมการทำประชาคมมาประกอบรายงานการประชุม อบต.บ้านดง ที่อ้างเป็นมติของชาวบ้านอนุญาตให้บริษัทฯ เช่าพื้นที่สาธารณะห้วยเม็ก ผู้เสียหายยกโขยงเข้าแจ้งความพนักงานสอบสวนลงบันทึกไว้เป็นหลักฐาน

จากข่าวอื้อฉาวกรณี พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย เซ็นอนุมัติให้บริษัท เคทีดี พร็อพเพอร์ตี้ ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด บริษัทลูกในเครือกระทิงแดงเช่าที่ดินสาธารณะห้วยเม็ก บ้านหนองแต้ หมู่ 6 ต.บ้านดง อ.อุบลรัตน์ จ.ขอนแก่น เนื้อที่จำนวน 31 ไร่ 2 งาน ใช้ประโยชน์เป็นที่กักเก็บน้ำโรงงาน โดยระบุที่ดินแปลงดังกล่าวมีสภาพแห้งแล้ง ไม่มีแหล่งน้ำธรรมชาติ ราษฎรไม่ได้ใช้ประโยชน์ร่วมกัน และมีการทำประชาคมถูกต้องตามขั้นตอน ต่อมาชาวบ้านในพื้นที่หลายรายออกมายืนยันไม่เคยเข้าร่วมทำประชาคม แต่ถูกนำชื่อไปแอบอ้าง ส่วนที่ดินสาธารณะห้วยเม็ก ตรวจสอบพบเป็นป่าที่อุดมสมบูรณ์ มีต้นไม้ใหญ่ขึ้นหนาแน่น ไม่ได้เป็นพื้นที่แห้งแล้งตามที่กล่าวอ้าง ขณะที่ พล.อ.อนุพงษ์สั่งการให้เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องลงพื้นที่ตรวจสอบข้อเท็จจริง หากพบมีการใช้เอกสารประชาคมปลอม หรือเป็นเท็จ ก็จะยกเลิกสัญญาเช่า และดำเนินคดีผู้รับผิดชอบ

ความคืบหน้าเมื่อเวลา 11.00 น. วันที่ 14 ก.ย. นายทรงวุฒิ สายแก้ว รองอธิบดีกรมที่ดิน เดินทางไปยังที่ว่าการอำเภออุบลรัตน์ จ.ขอนแก่น เพื่อรวบรวมข้อมูลเรื่องการเช่าที่ดินสาธารณะห้วยเม็ก โดยนายณัฐภัทร พลอยสุภา นอภ.อุบลรัตน์ นำเอกสารเกี่ยวข้องกับการให้เช่าที่สาธารณะห้วยเม็ก มามอบให้นายทรงวุฒิตรวจสอบ ขณะเดียวกัน ได้เชิญนายไพบูลย์ บุญลา ประธานสภาองค์กรชุมชน ต.บ้านดง มาให้ข้อมูลเกี่ยวกับเรื่องการคัดค้านการใช้พื้นที่ป่าห้วยเม็ก ใช้เวลาพูดคุยประมาณ 1 ชั่วโมง นายทรงวุฒิได้ออกจากห้องประชุมบอกเพียงว่าขอเก็บข้อมูลทั้งหมดก่อน จากนั้นเดินทางกลับไป

นายไพบูลย์ บุญลา ประธานสภาองค์กรชุมชน ต.บ้านดง เปิดเผยว่า รองอธิบดีกรมที่ดิน มาติดตามข้อมูลและเอกสารต่างๆ เกี่ยวกับเรื่องขอเช่าพื้นที่ป่าห้วยเม็ก เอกสารที่ร้องคัดค้านต่างๆที่ส่งไปยังศูนย์ดำรงธรรมจังหวัดขอนแก่น และเอกสารรายงานประชุมประชาคม เพื่อรับฟังความคิดเห็นของประชาชนบ้านหนองแต้ หมู่ 5 และหมู่ 6 ที่เคยใช้ประโยชน์ร่วมกันในที่ดินของรัฐ ประเภททางสาธารณประโยชน์ และแปลงห้วยเม็ก สาธารณประโยชน์ ทั้งนี้ เอกสารการทำประชาคมมีการสร้างหลักฐานเท็จ นำรายชื่อของผู้ที่ไม่เคยเข้าร่วมการทำประชาคมมาประกอบรายงานการประชุมของ อบต.บ้านดง เพื่อเป็นมติของชาวบ้านในการอนุญาตให้บริษัทฯใช้พื้นที่สาธารณะห้วยเม็ก

ต่อมาเวลา 15.00 น. นายไพบูลย์ บุญลา ประธานสภาองค์กรชุมชน ต.บ้านดง นำชาวบ้าน 13 คน ที่ถูกนำชื่อไปใช้ในการทำประชาคม หรือประชาพิจารณ์ ให้บริษัทดังกล่าวใช้พื้นที่ป่าสาธารณะห้วยเม็ก เข้าพบ พ.ต.ท.ครอง ยอดสง่า สว. (สอบสวน) สภ.อุบลรัตน์ เพื่อลงบันทึกประจำวันไว้เป็นหลักฐาน

นายไพบูลย์กล่าวว่า ในรายงานบันทึกการประชุมระบุ มีชาวบ้านหนองแต้ หมู่ 5 รวม 149 ครัวเรือน จำนวน 659 คน และบ้านหนองแต้ หมู่ 6 รวม 200 ครัวเรือน จำนวน 711 คน เข้าร่วมประชุม สรุปว่า อบต.บ้านดง ให้หมู่บ้านหนองแต้ทั้ง 2 หมู่ จัดประชุมประชาคม ว่าจะให้บริษัท เคทีดี พร็อพเพอร์ตี้ ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด เข้ามาขอใช้ประโยชน์ในที่ดินของรัฐ ประเภททางสาธารณะ และห้วยเม็กสาธารณประโยชน์ เพื่อขอใช้เป็นที่กักเก็บน้ำและใช้เป็นสถานที่ประกอบกิจการโรงงานอุตสาหกรรมผลิตน้ำดื่ม และเครื่องดื่มที่ไม่มีแอลกอฮอล์ อ้างมติในที่ประชุมว่า ชาวบ้านทั้ง 2 หมู่บ้าน มีมติเป็นเอกฉันท์ เห็นชอบให้บริษัทฯขอใช้ที่ดินได้ ไม่มีผู้เข้าร่วมประชุมแสดงความคิดเห็นแม้แต่คนเดียว และได้ปิดประชุมเวลา 21.00 น. ในเอกสารแนบท้ายรายชื่อผู้เข้าร่วมประชุมประชาคม มีผู้เข้ารับฟังความคิดเห็นจำนวน 81 คน

นายไพบูลย์กล่าวต่อว่า การประชุมครั้งนี้ชาวบ้านที่มีรายชื่อในเอกสารหลายคนไม่มีส่วนรู้เห็น และไม่ได้เข้าร่วมประชุมประชาคมแต่อย่างใด หลังจากที่ได้เห็นเอกสารต่างตกใจ และงงไปตามๆกัน เนื่องจากชื่อบางคนซ้ำกันสองชื่อ ลายเซ็นก็ไม่เหมือนกัน บางรายบ้านเลขที่ไม่ถูกต้อง ลายเซ็นในช่องบ้านเลขที่ หมู่ที่ บางคนเขียนแต่หมู่ที่ แต่ไม่เขียนบ้านเลขที่ เป็นไปไม่ได้ที่คนที่มาลงชื่อจะจดจำบ้านเลขที่ของตนเองไม่ได้ เมื่อเป็นเช่นนี้เท่ากับว่า อบต.บ้านดง ปลอมลายมือชื่อของผู้เข้าร่วมประชุมประชาคม ทำให้ได้รับความเสียหาย จึงพากันมาลงบันทึกประจำวันไว้เป็นหลักฐาน

ที่ศูนย์ดำรงธรรมจังหวัดขอนแก่น นายชูชาติ ผิวสวาท รองประธานสภาชุมชน จ.ขอนแก่น พร้อมชาวบ้านในพื้นที่ป่าสาธารณะห้วยเม็ก เดินทางมาขอพบนายพงษ์ศักดิ์ ปรีชาวิทย์ ผวจ.ขอนแก่น เพื่อชี้แจงเรื่องดังกล่าว แต่นายพงษ์ศักดิ์ ติดราชการ ส่วนรอง ผวจ.ขอนแก่น ที่รับผิดชอบเรื่องดังกล่าวติดภารกิจเช่นกัน นายชูชาติและชาวบ้านจึงขอคัดสำเนาหนังสือเรื่องที่ชาวบ้านเคยร้องคัดค้าน เพื่อเป็นการยืนยันกับ ผวจ. และรอง ผวจ.ขอนแก่น ที่รับผิดชอบเรื่องนี้อีกครั้ง เพราะการคัดค้านของชาวบ้าน มีเอกสารหลักฐานชัดเจน โดยเฉพาะขั้นตอนของการทำประชาคมที่อ้างว่าทำถูกต้อง โดยลายเซ็นของชาวบ้านที่ถูกกล่าวอ้างหลายคน ตรวจสอบพบไม่ใช่ลายเซ็นของตน ไม่รู้ว่าชื่อมาอยู่ในเอกสารได้อย่างไร