วันเสาร์ที่ 23 กันยายน พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ได้หลักฐานสําคัญ ปืนเตาแก๊สใช้จุดระเบิด ตู้เอทีเอ็มหน้าห้างโลตัส

น.1 เรียกประชุมชุดสืบสวนไล่ล่าคนร้ายบึมตู้เอทีเอ็มหน้าห้างโลตัส สาขากรุงเทพกรีฑา ฉกกล่องเงินใส่แบงก์ 3 แสนกว่าบาท เชื่อขี่รถ จยย.หนีไปตามเส้นถนนพระรามเก้า และถนนรามคำแหง อยู่ระหว่างเช็กกล้องวงจรปิด พบหลักฐานสำคัญ ปืนจุดเตาแก๊ส คาดใช้จุดชนวนระเบิด ด้านรองโฆษก ตร.ยัน คนร้ายประสงค์ต่อทรัพย์ ไม่เกี่ยวความมั่นคง

จากเหตุคนร้ายร่างท้วมบุกเดี่ยว ใช้ซีโฟร์ 200 กรัม บึมตู้เอทีเอ็มแบงก์กรุงเทพ หน้าห้างโลตัส สาขากรุงเทพกรีฑา ท้องที่ สน.ประเวศ ก่อนลากกล่องนิรภัยใส่แบงก์ 1,000 บาท และ 100 บาท บรรจุเงินรวมกัน 314,100 บาท ขึ้นรถ จยย.หลบหนี เหตุเกิดเช้ามืดวันที่ 13 ก.ย.ที่ผ่านมา ตำรวจนครบาลอยู่ระหว่างไล่ล่าด้วยการสืบจากกล้อง ตามที่เสนอข่าวไปนั้น

ความคืบหน้าเรื่องนี้ เมื่อเวลา 15.15 น. วันที่ 14 ก.ย. ที่ สน.ประเวศ พล.ต.ท.ศานิตย์ มหถาวร ผบช.น. เดินทางมาติดตามความคืบหน้า พร้อมเรียกประชุมชุดสืบสวนคลี่คลายคดีประกอบด้วย พล.ต.ต.นันทชาติ ศุภมงคล ผบก.น.4 พ.ต.อ.นพศิลป์ พูลสวัสดิ์ รอง ผบก.สส.บช.น. พ.ต.อ.มานพ น่วมลิวงศ์ รอง ผบก.น.4 พ.ต.อ.ศุภชัชจ์ เปี่ยมมนัส ผกก.สส.บก.น.4 พ.ต.อ.อลงกรณ์ ศิริสงคราม ผกก.สน.ประเวศ ใช้เวลาประชุมกว่า 2 ชั่วโมง

จากนั้น พล.ต.ท.ศานิตย์เปิดเผยว่า เส้นทางหลบหนีของคนร้าย อยู่ระหว่างเร่งตรวจสอบกล้องวงจรปิด ยังไม่พบจุดที่หายไป ส่วนความชัดเจนในเรื่องระเบิด ต้องรอผลจากห้องปฏิบัติการจากกองพิสูจน์หลักฐาน โดยอาจจะต้องจำลองเหตุการณ์ของคนร้ายในการก่อเหตุ ระยะเวลาในการเข้าออก ระยะเวลาในการระเบิด ทั้งนี้ ได้สอบพยานไปแล้ว 10 ปาก ทราบว่าผู้ก่อเหตุทำเพียงคนเดียว และนำกล่องเงินไว้หน้ารถจักรยานยนต์ เชื่อว่าหลบหนีไปตามเส้นถนนพระรามเก้า และถนนรามคำแหง ส่วนถังแก๊สที่พบในที่เกิดเหตุ เป็นของร้านไก่ย่างห้าดาวที่อยู่ใกล้เคียงกัน แต่ปืนจุดเตาแก๊สที่พบในที่เกิดเหตุ และเชื่อว่าใช้เป็นตัวจุดสายชนวนระเบิด เจ้าของร้านไก่ย่างห้าดาวยืนยันไม่ใช่ของร้าน ได้ให้ตำรวจเก็บดีเอ็นเอ เจ้าของร้านไว้เพื่อเทียบเคียงเป็นข้อมูลต่อไป

รายงานข่าวแจ้งว่า จากการตรวจสอบพบว่า คนร้ายขี่ จยย.หนีไปตามเส้นทางซอยรามคำแหง 60 (สวนสน) ทะลุออกถนนรามคำแหง ออกทางหมู่บ้านพฤกษชาติ หรือออกทางหมู่บ้านเศรษฐกิจ ก่อนที่จะหายไปในพื้นที่ สน.หัวหมาก ขณะนี้อยู่ระหว่างประสาน สน.ข้างเคียง ตรวจสอบกล้องวงจรปิดหาเส้นทางที่คาดว่าคนร้ายใช้หลบหนี

วันเดียวกัน ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ พ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนเจริญ รองโฆษก ตร.กล่าวว่า จากการสืบสวนสอบสวน รวบรวมพยานหลักฐานอย่างต่อเนื่อง คนร้ายที่ก่อเหตุมีเพียงคนเดียว มุ่งประสงค์ต่อทรัพย์สิน ไม่เกี่ยวข้องในด้านความมั่นคง อีกทั้งพื้นที่ดังกล่าวไม่ใช่สถานที่สำคัญในเชิงสัญลักษณ์ การวางระเบิด เป็นเพียงส่วนหนึ่งของแผนประทุษกรรมของคนร้าย เจ้าหน้าที่ได้เร่งตรวจสอบเส้นทางหลบหนีจากกล้องวงจรปิด ตรวจสอบยานพาหนะที่คนร้ายใช้ก่อเหตุ เพื่อจะได้จับกุมมาดำเนินคดีตามกฎหมาย ขอพี่น้องประชาชนอย่าตื่นตระหนกกับเหตุดังกล่าว หากพบเห็นวัตถุหรือสิ่งของต้องสงสัยอยู่ในที่ที่ไม่ควรอยู่ ไม่มีผู้ใดแสดงตัวเป็นเจ้าของ มีลักษณะภายนอกผิดปกติ หรือเป็นวัตถุที่ไม่เคยพบเห็น ณ ที่นั้นมาก่อน ให้สงสัยว่าเป็นวัตถุอันตราย ให้รีบแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจ หรือโทร.แจ้งสายด่วน 191 ดำเนินการตรวจสอบต่อไป

ก่อนหน้านี้ เมื่อเวลา 08.30 น. ที่โรงเรียนเสนาธิการทหารบก พล.อ.เฉลิมชัย สิทธิสาท ผบ.ทบ. และ เลขาธิการคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.)เปิดเผยเรื่องการกวาดล้างวัตถุระเบิด หลังมีคนร้ายนำระเบิดวางตู้เอทีเอ็ม หน้าห้างโลตัส ซอยกรุงเทพกรีฑา 35 ว่า เรามีกระบวนการในการติดตามกวาดล้างตามข้อมูลแหล่งข่าวที่มีอยู่ทั้งในส่วนของกลุ่มผู้มีอิทธิพล อาวุธสงคราม และวัตถุระเบิดก็สามารถควบคุมได้มาส่วนหนึ่ง แต่ในช่วงที่ผ่านมามีการสะสมลักลอบเก็บเอาไว้พอสมควร ขณะนี้พยายามดำเนินการในเรื่องนี้อยู่ เข้าใจว่าเป็นความกังวลของสังคม ส่วนกรณีที่มีกำลังพล เข้าไปเกี่ยวข้องในสิ่งผิดกฎหมายนั้น ยืนยันว่าขณะนี้ไม่มีกำลังพลเข้าไปเกี่ยวข้อง และหากพบว่ามี จะลงโทษตามกฎหมาย โดยในพื้นที่ กทม.มี พล.ท.อภิรัชต์ คงสมพงษ์ แม่ทัพภาคที่ 1 ดูแลอยู่ เชื่อว่าท่านไม่ปล่อยปละละเลย