วันพุธที่ 22 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ศาลอุทธรณ์สั่ง จําคุก7ปี ‘ศุภชัย’ ยักยอก

คดีสหกรณ์ดังเข้าเรือนจําต่อทนายเล็งฎีกา

ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้ศาล ชั้นต้นตัดสินจำคุกนายศุภชัย ศรีศุภอักษร อายุ 60 ปี อดีตประธาน กรรมการสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนคลองจั่น จำเลยในความผิดฐานยักยอกทรัพย์ 14 ปี จำเลยรับสารภาพ ลดโทษให้กึ่งหนึ่ง เหลือโทษจำคุก 7 ปี เจ้าหน้าที่ราชทัณฑ์คุมตัวกลับเข้าเรือนจำ

ที่ศาลอาญาวันที่ 14 ก.ย. ศาลอ่านคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ คดีหมายเลขดำ อ.1739/2558 ที่พนักงานอัยการฝ่ายคดีพิเศษ 4 เป็นโจทก์ยื่นฟ้อง นายศุภชัย ศรีศุภอักษร อายุ 60 ปี อดีตประธานกรรมการสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนคลองจั่น เป็นจำเลยในความผิดฐานยักยอกทรัพย์ผู้อื่น และจัดการทรัพย์สินผู้อื่นโดยทุจริตในฐานะเป็นผู้มีอาชีพหรือธุรกิจอันย่อมเป็นที่ไว้วางใจของประชาชน ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 353 และ 354 คดีนี้ศาลชั้นต้นตัดสินจำคุกไป 32 ปี จำเลยอุทธรณ์

อัยการโจทก์ฟ้องว่า เมื่อวันที่ 9 เม.ย. 2556 สหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนคลองจั่น จำกัด จัดประชุมใหญ่สามัญประจำปี 2555 ที่ประชุมมีมติเลือกนายศุภชัย จำเลย เป็นประธานกรรมการดำเนินการสหกรณ์ชุดที่ 29 อยู่ในตำแหน่ง 2 ปี ต่อมานายทะเบียนสหกรณ์ได้ตรวจสอบพบว่าการเรียกประชุมใหญ่ไม่เป็นไปตามข้อบังคับและกฎหมาย นายทะเบียนจึงมีหนังสือ ลงวันที่ 23 เม.ย. 2556 ไม่รับรองตำแหน่งประธานกรรมการจากการประชุม ต่อมาสหกรณ์ยูเนี่ยนฯได้ประชุมใหญ่วิสามัญและมีมติให้การรับรองนายศุภชัย จำเลย เป็นประธานกรรมการดำเนินการสหกรณ์อีกครั้ง และยังเปิดประชุมคณะกรรมการดำเนินการชุดที่ 2 สมัยสามัญ ครั้งที่ 1/2556 และมีมติแต่งตั้งนายศุภชัย จำเลย ปฏิบัติหน้าที่ผู้จัดการสหกรณ์ฯ อีกตำแหน่ง

กระทั่งวันที่ 10 เม.ย.-8 ต.ค. 2556 จำเลย ซึ่งเป็นประธานกรรมการสหกรณ์ยูเนี่ยนคลองจั่นฯ ได้กระทำการทุจริต โดยให้เจ้าหน้าที่บัญชีเบิกเงินสดของสหกรณ์ ผู้เสียหายรวม 8 ครั้ง ตั้งแต่ 184,000-6,000,000 บาท รวม 22,132,000 บาท เข้าบัญชีจำเลยหรือบุคคลที่ 3 โดยทุจริต เหตุเกิดที่ทำการสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนคลองจั่น แขวงคลองจั่น เขตบางกะปิ กทม. จำเลยให้การปฏิเสธมาโดยตลอดต่อมาวันที่ 8 มี.ค. 2559 จำเลยได้ให้การรับสารภาพ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 352 วรรคแรก, 353, 354 เป็นความผิด หลายกรรมต่างกันรวม 8 กระทง จำคุกกระทงละ 3-5 ปี รวมจำคุก 32 ปี คำให้การจำเลยรับสารภาพเป็นประโยชน์แก่การพิจารณา ลดโทษให้กึ่งหนึ่ง คงจำคุกจำเลยไว้ 16 ปี พิเคราะห์พฤติการณ์แห่งคดีแล้วนับเป็นเรื่องร้ายแรง โทษจำคุกจึงไม่มีเหตุให้รอลงอาญา

ศาลอุทธรณ์พิเคราะห์แล้วเห็นว่า ตามที่จำเลยอุทธรณ์ว่าได้ชดใช้ค่าเสียหายก่อนถูกฟ้องและผู้เสียหายได้รับเงินคืนแล้ว ถือเป็นเรื่องทางแพ่งที่มีการชดใช้ครบถ้วนแล้ว อุทธรณ์ข้อนี้ฟังไม่ขึ้น ส่วนที่อุทธรณ์ขอให้ลงโทษสถานเบาจากการที่ได้ชดใช้ค่าเสียหายเมื่อปี 2557 ขอให้ปราณีจากการที่ศาลชั้นต้นลงโทษสูงไปนั้น อุทธรณ์ของจำเลยฟังขึ้น ส่วนที่ขอรอการลงโทษได้หรือไม่ ศาลเห็นว่า จำเลยเป็นประธานสหกรณ์ฯ เป็นที่ไว้วางใจของประชาชน การที่จำเลยยักยอกทรัพย์มีผลกระทบต่อกิจการของสหกรณ์ ทำให้ขาดความไว้วางใจ การยักยอกทรัพย์ดังกล่าวยังทำให้เกิดความเสียหายร้ายแรง จนต้องฟื้นฟูกิจการ แม้มีการชดใช้ค่าเสียหายแล้ว ก็ไม่มีเหตุสมควรรอการลงโทษ และที่จำเลยอุทธรณ์ในประเด็นข้อเท็จจริง ไม่มีการยกมากล่าวตั้งแต่ศาลชั้นต้น จึงต้องห้ามอุทธรณ์ ไม่รับวินิจฉัย

ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้ว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 353 ประกอบ 354 เป็นความผิดหลายกรรมต่างกัน รวม 8 กระทง กระทงละ 1-2 ปี รวมจำคุก 14 ปี จำเลยให้การรับสารภาพ ลดโทษให้กึ่งหนึ่ง คงจำคุกจำเลย 7 ปี หลังจากนั้นเจ้าหน้าที่ราชทัณฑ์คุมตัวนายศุภชัยกลับเข้าเรือนจำทันที

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ก่อนหน้านี้เมื่อวันที่ 28 มิ.ย. ศาลได้อ่านคำสั่งศาลอุทธรณ์ที่สหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนคลองจั่นฯ ยื่นคำร้องขอถอนฟ้องและการร้องทุกข์นายศุภชัย โดยศาลได้ยกคำขอถอนฟ้อง

ด้านนายวันชัย บุนนาค ทนายความ เผยว่าศาลอุทธรณ์เห็นว่า การกระทำของนายศุภชัยเป็นการกระทำความผิดฐานเป็นผู้มีหน้าที่จัดการทรัพย์สินของผู้อื่นมาตราเดียว ศาลเห็นว่าจำเลยมีการชดใช้เงินที่ยักยอก 27 ล้านบาท คืนผู้เสียหายเป็นการบรรเทาความร้ายแรง เป็นเหตุให้ลดโทษเหลือ 14 ปี ประกอบกับจำเลยรับสารภาพ ลดโทษจำคุกเหลือ 7 ปี ในส่วนนี้ตนเคยแย้งคัดค้านเรื่องชดใช้ค่าเสียหาย จนเป็นเหตุในการถอนฟ้อง แต่ศาลอุทธรณ์เคยไม่รับพิจารณาในประเด็นนี้ เนื่องจากเห็นว่าการถอนฟ้องคดีเป็นอำนาจของนายทะเบียน ตนจึงจะนำข้อโต้แย้งขึ้นสู่ศาลฎีกาพิจารณาวินิจฉัยต่อไป