วันศุกร์ที่ 22 กันยายน พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

หมดสภาพใช้งาน ทบ.โละ! เรือเหาะเรือเหี่ยว (คลิป)

บิ๊กตู่ปัดตอบ-บิ๊กป๊อกโบ้ยส่ง มีชัยพลิ้วไม่มัดคอวันเลือกตั้ง นปช.แถลงบุกอสส.คดีม็อบ53

ทบ.ปิดตำนานโละเรือเหาะ 350 ล้าน ตรวจการณ์ชายแดนใต้ “บิ๊กเจี๊ยบ” รับระงับใช้เพราะหมดอายุเสี่ยงอันตราย แยกกล้องไฮเทคไปใช้กับอากาศยานอื่น ปล่อยรถลากจูง 70 ล้าน ประมูลขายทอดตลาด “บิ๊กป๊อก” โบ้ยพ้นตำแหน่ง 7 ปีแล้ว ไม่ทราบบอลลูนเสื่อมสภาพ โยนถาม ผบ.ทบ.ปัจจุบัน “บิ๊กตู่” รู้แกวตัดบทเรื่องอดีตยังไม่ต้องมาพูดถึง “เลขาฯ คสช.” ชี้ “ปู”มุดชายแดนสระแก้วหลังด่านปิดกล้องซีซีทีวีจับภาพไม่ได้นั่งในรถต้องสงสัยพาหนี “มีชัย” วอนอย่าถามผูกมัดเลือกตั้งปี 61 พลิ้ววันเริ่มนับหนึ่งกำหนดวันกาบัตรไม่ตายตัว พท.จับพิรุธจุดพลุรัฐบาลแห่งชาติ ส่อเค้าเลื่อนยาวไม่ได้เลือกตั้ง “มาร์ค” โยน “เทือก” คิดตั้งพรรคเหมาะหรือไม่ “สุเทพ” แทงกั๊กถ้าจำเป็นก็ไม่ปิดโอกาสตัวเอง นปช.นัดบุก อสส.บี้รื้อคดีสลายม็อบปี 53 ดีเอสไอจ่อเรียก“โอ๊ค” รับทราบข้อหาฟอกเงิน

จากกรณีการจัดซื้อเรือเหาะตรวจการณ์ในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ มูลค่า 350 ล้านบาท ของกองทัพบก ที่จัดซื้อมาตั้งแต่เมื่อปี 2552 และถูกวิพากษ์วิจารณ์ถึงความคุ้มค่า ล่าสุด พล.อ.เฉลิมชัย สิทธิสาท ผบ.ทบ.ออกมายอมรับว่าเรือเหาะดังกล่าวหมดอายุการใช้งาน เนื่องจากผืนผ้าที่ใช้ทำบอลลูนหมดอายุ ต้องแยกกล้องตรวจการณ์ไปใช้กับอากาศยานอื่น ส่วนรถลากจูงนำไปประมูลขายทอดตลาด

ทบ.โละเรือเหาะ 350 ล้านหมดอายุ

เมื่อเวลา 08.30 น. วันที่ 14 ก.ย. ที่โรงเรียนเสนาธิการทหารบก พล.อ.เฉลิมชัย สิทธิสาท ผบ.ทบ.กล่าวถึงกรณีสื่อบางสำนักเสนอข่าวการจัดซื้อยุทโธปกรณ์ ของกองทัพบกไร้ประสิทธิภาพ โดยเฉพาะเรือเหาะประจำการในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ว่า ยังไม่ทราบ ส่วนการใช้งานตัวเรือเหาะที่เป็นบอลลูนครบอายุการใช้งานแล้ว เพราะเป็นผืนผ้าหมดอายุการใช้งาน แต่กล้องตรวจการณ์ราคาแพงยังใช้งานได้ กำลังทดลองไปประยุกต์ใช้กับอากาศยาน กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า (กอ.รมน.ภาค 4 สน.) กำลังดำเนินการอยู่ แต่ตัวบอลลูนหมดอายุการใช้งาน จะให้คนขึ้นไปอยู่บนนั้นเสี่ยงอันตราย จึงระงับการใช้งานไว้ก่อน ยืนยันว่าจะไม่มีการซื้อบอลลูนใหม่

แยกกล้องไปใช้ต่อ–ขายทิ้งรถลาก

เมื่อถามว่าแสดงว่าปิดฉากการใช้เรือเหาะในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ใช่หรือไม่ พล.อ.เฉลิมชัยกล่าวว่า “ใช่ครับ แต่ส่วนประกอบอื่นก็นำไปใช้กับอากาศยานได้ ส่วนรถลากเรือเหาะที่มีข่าวว่าจะมีการนำไปประมูลขายทอดตลาดนั้น อยู่ในขั้นตอนของกรมขนส่งทหารบกดำเนินการ เพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อไป เพราะทิ้งไว้ไม่ได้ใช้งานจะเสียหาย เมื่อถามว่า จะเรียกว่า “เรือเหี่ยว” ได้หรือไม่ พล.อ.เฉลิมชัยกล่าวว่า ที่ผ่านมาก็ใช้ได้นะ สมัยที่ลงไปปฏิบัติหน้าที่ในจังหวัดชายแดนภาคใต้ เมื่อปี 2554 เรือเหาะตรวจการณ์ใช้งานได้อยู่

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ทบ. ซื้อเรือเหาะและระบบตรวจการณ์ 350 ล้านบาท เป็นตัวเรือเหาะ 260 ล้านบาท กล้องตรวจการณ์และระบบภาคพื้น รถต่างๆ 70 ล้านบาท เข้าประจำการเมื่อปี 2552 แต่ต่อมาเกิดปัญหารั่วและต้องเติมก๊าซฮีเลียมราคาแพง จนต้องจอดเก็บในโรงจอด ที่กองพลทหารราบที่ 15 (พล ร.15) อ.หนองจิก จ.ปัตตานี จนในยุค พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เป็น ผบ.ทบ.ได้จ้างบริษัทมาดูแลรักษาซ่อมบำรุงปีละ 50 ล้านบาท และนำออกมาบินตรวจการณ์บ้าง แต่ถูกวิจารณ์ว่าบินต่ำกว่ามาตรฐานที่กำหนด จนที่สุดต้องจอดเก็บไว้จนหมดอายุ

“บิ๊กป๊อก” โบ้ยไม่รู้ของเสื่อมสภาพ

เมื่อเวลา 13.30 น. ที่สโมสรทหารบก พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย ในฐานะอดีต ผบ.ทบ.กล่าวถึงกรณีเรือเหาะตรวจการณ์ จ.ชายแดนภาคใต้ ที่จัดซื้อเมื่อปี 2552 สมัยดำรงตำแหน่ง ผบ.ทบ.และกองทัพบกได้ยกเลิกใช้งานเนื่องจากผืนผ้าบอลลูนหมดสภาพว่า “ผมไม่ทราบ เพราะออกมา 7 ปี แล้ว ให้ไปถาม ผบ.ทบ.” เมื่อถามอีกว่า เรือเหาะหมดอายุใช้งานจริงๆ หรือเป็นเรื่องของประสิทธิภาพ พล.อ.อนุพงษ์ มีสีหน้าเรียบเฉยไม่ตอบคำถาม แล้วเดินออกไปจากวงสัมภาษณ์ทันที

“บิ๊กตู่” ชิ่งอ้างเรื่องอดีตไม่ต้องมาพูดถึง

เมื่อเวลา 16.20 น. ที่สโมสรทหารบก ถนนวิภาวดีรังสิต พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้า คสช. กล่าวกับผู้สื่อข่าวภายหลังรับฟังยุทธศาสตร์ชาติ-ยุทธศาสตร์ทหารของ นศ.วปอ.รุ่น 59 โดยออกตัวว่า สัปดาห์นี้มีเรื่องสำคัญอยู่ 2 เรื่อง คือเรื่องของพื้นที่ระเบียงเศรษฐกิจภาคตะวันออก (อีอีซี) และยุทธศาสตร์ชาติ ส่วนเรื่องอดีตยังไม่ต้องมาพูดถึง ขอบคุณและสวัสดี

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ก่อนหน้าที่ พล.อ.ประยุทธ์ จะเข้าฟังยุทธศาสตร์ชาติ-ยุทธศาสตร์ทหารจาก นศ.วปอ.59 ผู้สื่อข่าวพยายามสอบถามเรื่องของการปลดประจำการของเรือเหาะตรวจการณ์รุ่น Aeros 40D S/ N 21 หรือ sky dragon เพราะหมดอายุการใช้งาน แต่ พล.อ.ประยุทธ์ ปฏิเสธที่จะตอบคำถามดังกล่าว

นายกฯมอบโอวาท ขรก.เกษียณ

ก่อนหน้านี้ เมื่อเวลา 09.00 น. ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.วิลาศ อรุณศรี เลขาธิการนายกรัฐมนตรี นำข้าราชการ ลูกจ้างประจำ สำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรี (สลน.) ที่เกษียณอายุราชการประจำปี 2560 จำนวน 12 คน เข้าพบรับโอวาทจาก พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคสช. เพื่อเป็นขวัญกำลังใจหลังเกษียณอายุราชการ โดย พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวตอนหนึ่งว่า การทำงานมีทั้งสิ่งที่ดีและไม่ดี ขอให้ช่วยกันรักษาชื่อเสียง รักษาสิ่งที่ดีของหน่วยงานตลอดไป วันนี้แม้จะพ้นหน้าที่ไป ขอให้วางแผนการใช้ชีวิตให้มีความสุข ใช้ความรู้ความสามารถเป็นที่ปรึกษากับข้าราชการรุ่นใหม่ และให้มีสติในการครองตน ครองเรือน มีชีวิตความเป็นอยู่อย่างพอเพียง จากนั้น พล.อ.ประยุทธ์ ร่วมถ่ายรูป พร้อมมอบเหรียญที่ระลึกพระบาทสมเด็จ พระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช และสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ในหลวงรัชกาลที่ 9 และผ้าไหมจิตรลดาให้เป็นที่ระลึก

ฟัง นศ.วปอ.โชว์ยุทธศาสตร์ชาติ

ต่อมาเวลา 14.00 น. ที่สโมสรทหารบก ถนนวิภาวดีฯ พล.อ.ประยุทธ์ เป็นประธานร่วมรับฟังการแถลงยุทธศาสตร์ชาติระยะ 20 ปี ตั้งแต่ปี 2561-2580 ของนักศึกษาวิทยาลัยป้องกันราชอาณาจักร (วปอ.) รุ่นที่ 59 ประจำปี 2560 โดยยุทธศาสตร์ของนักศึกษา วปอ. ระบุถึงผลประโยชน์แห่งชาติและเป้าหมายระยะยาวของชาติ พร้อมกำหนดวิธีหรือแนวทางที่ชัดเจนเพื่อบรรลุเป้าหมาย ใช้กำลังอำนาจแห่งชาติเป็นเครื่องมือดำเนินการการจัดทำยุทธศาสตร์ระยะ 20 ปีตามรัฐธรรมนูญ พร้อมกันนี้ยังวิเคราะห์สภาพแวดล้อมทั้งภายนอกและภายในประเทศ พบปัญหาสำคัญระดับชาติ 6 ด้าน อาทิ ปัญหาความขัดแย้งภายใน การค้าการลงทุนของภาคเอกชนชะลอตัว หนี้ภาคครัวเรือนเพิ่มขึ้น การเมืองการปกครองขาดเสถียรภาพ ระบบบริหารจัดการภาครัฐไม่สอดคล้องหรือเพื่ออำนวยต่อการพัฒนาประเทศในระยะยาวตามยุทธศาสตร์ชาติ นอกจากนี้ยังเสนอให้นายกฯแต่งตั้งคณะที่ปรึกษานายกฯเพื่อกำหนดยุทธศาสตร์ชาติ แต่งตั้งคณะกรรมการจัดทำยุทธศาสตร์ชาติ เพื่อกำหนดยุทธศาสตร์ชาติในรายละเอียด เพื่อจัดทำภาพอนาคตของประเทศในอีก 20 ปีข้างหน้า

ติง วปอ.อย่ามาสร้างคอนเน็กชั่น

จากนั้น พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวระหว่างแสดงข้อคิดเห็นเสนอแนะว่า การตัดไม้ทำลายป่ายังมีอยู่ขอให้ทหาร-ตำรวจจับตัวใหญ่ให้ได้ เรื่องยาเสพติด การทุจริตต้องเอาจริงจัง ส่วนการปลูกป่าเป็นหน้าที่ประชาชนทุกคน ถ้าป่ามีเยอะ งูเหลือมจะไม่มีมาเข้าห้องน้ำ วันก่อนจับงูเหลือมได้ที่ทำเนียบฯบอกว่ารัฐบาลแย่แล้ว มีตัวเงินตัวทองเป็นร้อยเป็นพันอยู่ด้วยกันมานานแล้ว ไม่ได้เป็นศัตรูกัน น่าจะมองว่าทำเนียบฯ มีความสมบูรณ์เข้มแข็งขึ้น มองให้เป็นเรื่องดีๆบ้าง วันนี้โหรทำนายกันไปทำนายกันมาจนเละไปหมด ส่วนเรื่องการเมืองการปกครองเรากำลังจะทำให้ถูกต้อง มีโรดแม็ปชัดเจน การทุจริตกำลังสอบทุกเรื่อง กระบวนการยุติธรรมต้องจัดการไม่ใช่ใช้แต่มาตรา 44 อย่างเดียว สำหรับการเป็นนักศึกษา วปอ.ไม่ใช่มาเพื่อสร้างคอนเน็กชั่น มาทำความดีร่วมกัน ขับเคลื่อนประเทศร่วมกัน การจะคบกับคนเลือกคบคนไม่ได้มีทั้งมีคนดีและคนไม่ดี แต่จะเติมความรู้ให้คนไม่ดีเหล่านั้นให้มาดีให้ได้ ต่อให้ตัดหัวมันก็คือเพื่อน ท้ายสุดมันยังไม่ดีขึ้นก็ตัดหางปล่อยวัด อย่าให้เขามาใช้คอนเน็กชั่นเพื่อผลประโยชน์ในวันหน้า

ผบ.ทบ.ชี้“ปู” มุดชายแดนหลังด่านปิด

อีกเรื่อง ที่โรงเรียนเสนาธิการทหารบก พล.อ.เฉลิมชัย สิทธิสาท ผบ.ทบ.ในฐานะเลขาธิการคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) กล่าวถึงความคืบหน้าการติดตาม น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ที่หลบหนีออกนอกประเทศทางด่าน จ.สระแก้วว่า รถต้องสงสัยคาดว่านำ น.ส.ยิ่งลักษณ์ไปทาง อ.อรัญประเทศ ได้สั่งการให้กองกำลังบูรพาติดตามตรวจสอบกล้องวงจรปิดซีซีทีวีทุกพื้นที่ตามชายแดน และหาข้อมูลด้านการข่าว ปัจจุบันไม่มีข้อมูลยืนยันว่าอดีตนายกฯออกนอกประเทศไปทางใด เพียงแต่ภาพจากกล้องวงจรปิดจับภาพได้เพียงรถต้องสงสัยอยู่บริเวณใด เรายังไม่มีพยานยืนยันว่าออกไปจุดไหน ทั้ง พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯและ รมว.กลาโหม กับ พล.ต.อ.ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล รอง ผบ.ตร.มีข้อมูลตรงกันว่า น.ส.ยิ่งลักษณ์ออกจากกรุงเทพฯ ไปเปลี่ยนรถที่เขตมีนบุรีเพื่อไปชายแดน แต่จุดที่ไปทางไหนข้อมูลยังไม่ชัดเจน เพราะรถต้องสงสัยไม่ได้ผ่านด่าน และเดินทางหลังเวลา 22.00 น. เป็นเวลาด่านปิด ขณะเดียวกันยังได้ตรวจสอบกล้องวงจรปิดทุกจุดแล้วพบว่าไม่มีรถข้ามด่านไป เพียงแต่ยังไม่ลงลึกรายละเอียดว่ารถยี่ห้ออะไร ออกไปเส้นทางใด เนื่องจากจะเกี่ยวพันผู้ต้องสงสัยที่ต้องนำมาสอบสวนในอนาคต ดังนั้นยืนยันให้สังคมเข้าใจว่าเราติดตามเรื่องนี้มาตลอด

กล้องจับไม่ได้นั่งในรถต้องสงสัย

เมื่อถามว่า ยืนยันได้หรือไม่ว่า น.ส.ยิ่งลักษณ์อยู่ในรถ พล.อ.เฉลิมชัย กล่าวว่า การหลบหนีของเขาเตรียมการไว้ล่วงหน้า คงไม่เดินออกมาให้กล้องวงจรปิดจับภาพได้ เมื่อเราไม่เห็นคนเดินขึ้นรถ หรือมองเห็นจากกระจกรถ จึงยังยืนยันไม่ได้ เราต้องดูภาพจากกล้องและการข่าวมาประกอบกัน เมื่อได้ความชัดเจนอย่างไรจะออกมาเป็นรูปธรรม เมื่อถามอีกว่า กรณีข้อสังเกตว่าด่านปิดก่อน 22.00 น. แต่กล้องจับภาพได้ พล.อ.เฉลิมชัย กล่าวว่า เป็นกล้องในตัวเมือง เพื่อผ่านไปทางด่าน อ.อรัญประเทศ เวลา 22.00 น. แต่กล้องวงจรปิดที่ด่านไม่ได้ผ่าน และด่านก็ปิดอีกด้วย ข้อมูลที่เรามีตอนนี้ น.ส.ยิ่งลักษณ์มาด้วยรถและยืนยันว่าเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องไม่ได้นำภาพในกล้องไปเก็บหรือไปตัดต่อแต่อย่างใด เมื่อถามว่า พล.อ.ทวีป เนตรนิยม เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) ระบุแหล่งที่อยู่ของ น.ส.ยิ่งลักษณ์ พล.อ.เฉลิมชัย กล่าวว่า ยังไม่ทราบเรื่องนี้ แต่อยากให้เห็นใจเจ้าหน้าที่ ไม่มีใครทำงานข้ามหน้าข้ามตากัน คดีนี้อยู่ในความรับผิดชอบของตำรวจ ตนส่งคนไปทำงานด้วยเช่นกัน และพยายามพูดส่วนที่จำเป็น ตำรวจจะเป็นผู้ชี้แจงรายละเอียดต่อไป ทหาร ตำรวจ ทำงานร่วมกัน ไม่โยนความรับผิดชอบกัน และรายงานต่อ พล.อ.ประวิตร เป็นไปแนวทางเดียวกัน ยืนยันว่าไม่ได้ปล่อย หากทุกอย่างครบสมบูรณ์จะแถลงเป็นทางการต่อไป

กต.ยันไม่เลือกปฏิบัติเลิกพาสปอร์ต

นางมาฆวดี สุมิตรเหมาะ รองอธิบดีกรมสารนิเทศ และรองโฆษกกระทรวงการต่างประเทศ (กต.) แถลงความคืบหน้าการติดตามตัวและเพิกถอนหนังสือเดินทางของ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกฯว่า ขอชี้แจงว่าการยกเลิกหนังสือเดินทางจะเป็นไปตามระเบียบ กต.ว่าด้วยการออกหนังสือเดินทาง พ.ศ. 2548 ข้อ 23 เกี่ยวกับการเพิกถอนหนังสือเดินทางที่ระบุว่า พนักงานเจ้าหน้าที่ยกเลิกและเรียกคืนหนังสือเดินทางได้ เมื่อปรากฏภายหลังว่า (2) ผู้ถือหนังสือเดินทางเป็นบุคคลซึ่งพนักงานเจ้าหน้าที่ไม่อาจออกหนังสือเดินทางให้ตาม ข้อ 21 (2) เมื่อได้รับแจ้งว่าผู้ร้องเป็นผู้ซึ่งกำลังรับโทษในคดีอาญา หรืออยู่ระหว่างการปล่อยตัวชั่วคราว หรือเป็นผู้ต้องหาในคดีอาญาที่ได้มีการออกหมายจับไว้แล้ว ซึ่งศาลหรือพนักงานฝ่ายปกครอง หรือตำรวจเห็นว่าไม่ควรจะออกหนังสือเดินทางให้ เมื่อ กต.ได้รับแจ้งเป็นหนังสือจากหน่วยงานบังคับใช้กฎหมายจะพิจารณายกเลิกเมื่อเข้าเงื่อนไข กรณี น.ส.ยิ่งลักษณ์ไม่ใช่กรณีแรก ที่ผ่านมา กต.ทำในลักษณะคล้ายคลึงกันตามระเบียบ ไม่ได้มีการเลือกปฏิบัติ ขณะนี้กระทรวงฯยังไม่ได้รับเรื่องจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เข้าใจว่ายังอยู่ระหว่างการสืบหาข้อเท็จจริงและติดตามตัว อีกทั้งสถานะของคดียังไม่สิ้นสุดตามกฎหมาย เพราะศาลยังไม่มีคำพิพากษา จะมีขึ้นวันที่ 27 ก.ย. นอกจากนี้กระทรวงฯยังไม่ได้รับข้อมูลเกี่ยวกับที่อยู่ของ น.ส.ยิ่งลักษณ์

“วิษณุ” ยันแนวปฏิรูปจบที่ ครม.

เมื่อเวลา 09.00 น. ที่โรงแรมเซ็นทราศูนย์ราชการและคอนเวนชันเซ็นเตอร์ แจ้งวัฒนะ นายวิษณุ เครืองาม รองนายกฯ ปาฐกถาพิเศษหัวข้อ “การปฏิรูประบบกฎหมายเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน”ตอนหนึ่งว่าวันนี้คณะกรรมการปฏิรูปตามรัฐธรรมนูญจะเดินหน้าควบคู่ไปกับคณะกรรมการบริหารราชการแผ่นดิน ตามกรอบการปฏิรูปประเทศยุทธศาสตร์ชาติและการสร้างความสามัคคีปรองดอง (ป.ย.ป.) แต่ขณะนี้คณะกรรมการปฏิรูปตามรัฐธรรมนูญยังเดินหน้าไม่ได้จนกว่าแผนปฏิรูปจะเสร็จสิ้น ป.ย.ป.จึงยังคงมีหน้าที่ต่อไป ไม่ต้องกลัวจะซ้ำซ้อนกัน ที่สุดแนวทางปฏิรูปต้องมาพบกันที่คณะรัฐมนตรี (ครม.) ที่จะตัดสินว่าจะใช้แนวทางใด ที่สำคัญต้องให้ประชาชนมีส่วนร่วม

จากนั้นนายวิษณุให้สัมภาษณ์ถึงกรณีคณะกรรมการปฏิรูปประเทศด้านกระบวนการยุติธรรม (ตำรวจ) มีแนวคิดกระจายอำนาจให้กองบัญชาการบริหารจัดการกันเองว่า ไม่ทราบรายละเอียด แต่สุดท้ายต้องส่งมาให้ ครม.พิจารณาเพื่อแก้กฎหมาย และการปฏิรูปต่างๆ สุดท้ายต้องมาจบที่ ครม.ตามที่รัฐธรรมนูญกำหนด ถ้า ครม.จะค้านโดยไม่มีเหตุสมควรคงไม่ได้ เว้นแต่สังคมแตกกันเป็น 2 กระแสต้องเลือกดูว่าจะเอาอย่างไร แต่ส่วนใหญ่แนวโน้ม ครม.จะเดินตามแนวทางปฏิรูปที่ส่งมา เพราะต้องทำแผนปฏิรูปมาเสนอ ครม.พิจารณาก่อนอยู่แล้ว

เชื่อ กกต.ใหม่จะกำหนดวันเลือกตั้ง

นายวิษณุกล่าวอีกว่า กรณีนายพรเพชร วิชิตชลชัย ประธาน สนช. ระบุการสรรหาคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ชุดใหม่ หลัง พ.ร.บ.ว่าด้วยคณะกรรมการการเลือกตั้งมีผลบังคับใช้ จะเสร็จสิ้นวันที่ 12 ธ.ค. ว่ารัฐบาลไม่ได้คิดกรอบอะไร วิธีการสรรหาต้องเป็นไปตามกฎหมายกำหนด ไม่ต่างจากเดิมมาก ส่วนผู้จะจัดการเลือกตั้งครั้งต่อไป ถ้าการสรรหา กกต.ชุดใหม่ยังไม่เสร็จ กกต.ชุดเก่าก็ต้องดำเนินการ หากสรรหาเสร็จก่อน กกต.ชุดใหม่ต้องดำเนินการ เชื่อว่าวันเลือกตั้ง กกต.ชุดใหม่น่าจะเป็นผู้กำหนด รัฐบาลได้ทูลเกล้าฯ พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญไปแล้ว 3 ฉบับ คือ พ.ร.บ.ว่าด้วย กกต.ที่ประกาศใช้ไปแล้ว พ.ร.บ.ว่าด้วยพรรคการเมือง และ พ.ร.บ.ว่าด้วยวิธีพิจารณาคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ที่ยังไม่โปรดเกล้าฯลงมา ทุกฉบับเมื่อทูลเกล้าฯไปแล้วมีเวลา 90 วัน เป็นพระราชอำนาจ ส่วนกฎหมายลูกที่ค้างอยู่ที่ สนช. 2 ฉบับ รัฐบาลไม่กังวลว่าจะกระทบกับโรดแม็ปเลือกตั้ง เมื่อถามอีกว่าถ้า พ.ร.บ.ว่าด้วยพรรคการเมืองประกาศใช้แล้ว จะเปิดโอกาสให้พรรคการเมืองทำกิจกรรมทางการเมืองหรือไม่ นายวิษณุกล่าวว่า ตนไม่ทราบ และไม่เกี่ยวกับการเปิดโอกาสให้ทำกิจกรรม ถือเป็นนโยบายของ คสช.และ คสช.รู้ว่ากฎหมายออกมาแล้วมีอะไรที่ต้องทำตาม คงจะพูดคุยกัน

“มีชัย”ชี้นับหนึ่งกำหนดวัน ลต.ไม่ตายตัว

เมื่อเวลา 13.45 น. ที่รัฐสภา นายมีชัย ฤชุพันธุ์ ประธานกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) กล่าวถึง พ.ร.บ.ว่าด้วยคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ว่า กรธ.ต้องทำกฎหมายลูกทั้งหมดให้เสร็จภายใน 240 วัน เมื่อกฎหมายลูก 4 ฉบับเกี่ยวกับเลือกตั้งประกาศใช้ จึงเริ่มนับหนึ่งกำหนดวันเลือกตั้ง จะเห็นว่ากรอบเวลาทำกฎหมายลูกกำหนดชัด แต่วันเริ่มนับหนึ่งกำหนดวันเลือกตั้งไม่ได้ตายตัว ตอนนี้ กรธ.อยู่ระหว่างจัดทำร่างกฎหมายลูกว่าด้วยคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) การตั้งที่ปรึกษา กรธ.เพิ่ม 3 คน เพื่อมาดูร่างกฎหมายป.ป.ช.มาช่วยกันชี้แนะให้มีประสิทธิภาพสูงสุด พอคนมากขึ้นก็ใช้เวลามากขึ้น แต่ต้องเสร็จภายในเดือนก.ย.จากนั้นจึงทำร่างกฎหมายว่าด้วยการได้มาซึ่งส.ว.และร่างกฎหมายว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส.ต่อ แล้วส่งให้ สนช.พิจารณาต้นเดือน ธ.ค. ก่อนครบกำหนด 240 วัน สัก 1-2 วัน เพื่อเผื่อเหลือเผื่อขาด

วอนอย่าถามผูกมัดเลือกตั้งปี 61

เมื่อถามว่า การเลือกตั้งจะเกิดขึ้นปลายปี 2561 ได้หรือไม่ นายมีชัยกล่าวว่า “อย่าถามแบบนี้ มันจะไปผูกมัด แล้วกระทบกับคนอื่นที่ต้องทำงาน โดยมีกำหนดเวลาของตัวเอง ทุกฝ่ายต้องรู้เวลา ก็เห็นแล้วว่าการทำกฎหมายลูกไม่ได้ง่ายเหมือนที่พูดกัน ตอนนี้หืดขึ้นคอกันหมดแล้ว สำหรับ พ.ร.บ.ว่าด้วย กกต. ที่ประกาศใช้ กกต.ที่มีอยู่ก็ทำหน้าที่รักษาการ สามารถทำหน้าที่ได้ตามปกติ อาจออกระเบียบที่เกี่ยวเนื่องกับ พ.ร.บ.ในเบื้องต้นได้ แต่พอสรรหา กกต.ชุดใหม่เข้ามา อาจคิดไม่เหมือนกันแล้วปรับเปลี่ยนได้ ส่วนเจ้าหน้าที่ กกต.หากติดขัดตรงไหน มาขอคำแนะนำจาก กรธ.ได้ หาก กรธ.ยังอยู่ เช่น ผู้ตรวจการเลือกตั้ง แม้จะยังไม่มีเลือกตั้ง ควรคิดกลไกการคัดสรรไปก่อน การสรรหา กกต.ชุดใหม่ ภายใน 90 วัน จะไม่มีเหตุสะดุด เนื่องจากกฎหมายระบุให้คณะกรรมการสรรหาเป็นผู้ชี้ขาด เชื่อว่า กกต.ชุดใหม่ที่เข้ามาจะไม่มีปัญหาการจัดการเลือกตั้ง แต่อาจต้องทำงานหนักกันแบบลิ้นห้อยหน่อย

“สมชัย“แจงขั้นตอน 170 วันเฟ้นหา

ที่โรงแรมคลาสสิคคามิโอ จ.พระนครศรีอยุธยา นายสมชัย ศรีสุทธิยากร กกต. แถลงถึง พ.ร.บ.ว่าด้วย คณะกรรมการการเลือกตั้งมีผลบังคับใช้ว่า กกต.จังหวัดทั้ง 14 จังหวัดจะหมดสภาพ ส่วน กกต.กลางจะปฏิบัติหน้าที่ต่อไปจนกว่าจะมี กกต.ชุดใหม่ กระบวนการสรรหา กกต.ชุดใหม่ต้องทำให้แล้วเสร็จภายใน 90 วัน เท่ากับวันที่ 12 ธ.ค. จะมี 7 รายชื่อส่งให้ สนช.ตั้งกรรมาธิการตรวจสอบประวัติ ก่อนจะเสนอชื่อให้ที่ประชุม สนช.ลงมติเห็นชอบบุคคลที่มีรายชื่อต้องลาออกจากการทำงานทุกประเภทภายใน 15 วัน และส่งหลักฐานให้สำนักงานเลขาธิการวุฒิสภา และช่วงสุดท้ายการทูลเกล้าฯ และรอการโปรดเกล้าฯซึ่งไม่สามารถกำหนดเวลาได้ ในอดีตใช้เวลาไม่น้อยกว่า 20 วัน ดังนั้น กระบวนการสรรหาจะใช้เวลาประมาณ 170 วัน หรือเกือบ 6 เดือน คือประมาณวันที่ 15 ก.พ.-15 ม.ค.2561 ถ้า สนช.ไม่เห็นด้วยต้องเริ่มสรรหาใหม่นับไปอีก 4 เดือนครึ่งต่อหนึ่งรอบ หากมีปัจจัยให้การสรรหาล่าช้า จะไม่กระทบกรอบการเลือกตั้ง กกต.ชุดนี้จะทำหน้าที่ไปจนกว่าจะมี กกต.ชุดใหม่ หากกฎหมายลูกทั้ง 4 ฉบับประกาศใช้ครบ แต่ยังไม่ได้ กกต.ชุดใหม่ จะเป็นหน้าที่ กกต.ชุดปัจจุบันจัดการเลือกตั้ง

จ่อถกประเด็นส่งศาล รธน.ตีความ

นายสมชัยกล่าวถึงประเด็นปัญหาบทบัญญัติที่กำหนดให้จัดการเลือกตั้งให้แล้วเสร็จใน 150 วันนับตั้งแต่ พ.ร.บ.เกี่ยวกับการเลือกตั้งทั้ง 4 ฉบับประกาศใช้จะรวมระยะเวลาการประกาศผลการเลือกตั้งด้วยหรือไม่นั้น วันที่ 19 ก.ย. ที่ประชุม กกต.จะหารือว่าจำเป็นต้องทำหนังสือไปสอบถามความชัดเจนกับศาลรัฐธรรมนูญหรือไม่ และจะหารือถึงการยื่นคำร้องให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยประเด็นเนื้อหาสาระของร่าง พ.ร.บ.ว่าด้วย กกต. ที่ขัดต่อรัฐธรรมนูญ 2 ประเด็น คือ การตัดอำนาจ กกต.แต่ละคนในการระงับยับยั้งการเลือกตั้งที่ไม่สุจริตในหน่วยหรือเขตเลือกตั้งที่ไปพบ และประเด็น กกต.ไม่สามารถจัดการเลือกตั้งท้องถิ่นได้เอง ต้องมอบให้ส่วนราชการ หรือองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นเป็นผู้ดำเนินการ แต่ไม่มีประเด็นเซ็ตซีโร่ เพราะไม่ได้คิดว่าอยากอยู่ต่อแล้ว

สนช.ผ่านฉลุยร่าง พ.ร.บ.กสม.

เมื่อเวลา 10.30 น. ที่รัฐสภา มีการประชุมสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) ที่มีนายพีระศักดิ์ พอจิต รองประธาน สนช. เป็นประธานการพิจารณาร่าง พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ (กสม.) ที่คณะกรรมาธิการวิสามัญร่วม 3 ฝ่าย พิจารณาปรับแก้ไข ตามที่ กสม.ส่งข้อโต้แย้งมา 6 ประเด็น โดยประเด็นที่ กมธ.ร่วม 3 ฝ่ายแก้ไขคือ มาตรา 11 วรรคห้า เกี่ยวกับการทำหน้าที่คณะกรรมการสรรหา โดยในการสรรหาจะต้องให้มีผู้แทนองค์กรเอกชนด้านสิทธิมนุษยชนมีส่วนร่วมในการสรรหาด้วยอย่างน้อย 1 คน จากร่างเดิมกำหนดหากกรรมการสรรหาไม่ครบ ก็ให้กรรมการสรรหาเท่าที่ได้สามารถปฏิบัติหน้าที่ได้เลย ส่วนอีก 5 ประเด็นที่เหลือไม่มีการแก้ไขยังให้เซ็ตซีโร่ กสม. ตามร่างเดิมของ สนช. โดยที่ประชุมมีมติ 177 งดออกเสียง 5 เห็นชอบร่าง พ.ร.บ.ดังกล่าว ขั้นตอนจากนี้จะส่งร่างฯให้ ครม.และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องต่อไป

ซัดจุดพลุ รบ.แห่งชาติเลื่อน ลต.ยาว

นายอนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด รักษาการรองโฆษกพรรคเพื่อไทย กล่าวถึงกระแสข่าวรัฐบาลแห่งชาติ รวมถึงการเลื่อนเลือกตั้งที่หนาหูว่า ประชาชนจับตาดูอยู่ จะจุดประเด็นรัฐบาลแห่งชาติ เพื่อเลื่อนการเลือกตั้งออกไปหรือไม่ วันนี้ไม่มีใครรู้ว่าปี 2561 จะมีการเลือกตั้งเกิดขึ้นหรือไม่ และมองไกลไปถึงปี 2562 อาจยังไม่มีการเลือกตั้ง ทั้งที่เคยมีการประกาศผ่านปฏิญญาโตเกียวและปฏิญญานิวยอร์กมาแล้ว แต่สิ่งที่ได้ประกาศในวันนั้น วันนี้คือความไม่แน่นอน เนื้อเพลงเราจะทำตามสัญญาขอเวลาอีกไม่นานนั้น อาจเป็นแค่สัญญาที่ว่างเปล่า จะมีเลือกตั้งตามโรดแม็ปหรือไม่ ไม่มีใครรู้ ประชาชนคือผู้เสียโอกาสจากการไม่มีการเลือกตั้ง จึงควรได้รับสิทธิตัดสินใจกำหนดอนาคตประเทศ ผ่านการเลือกตัวแทนการเลื่อนเลือกตั้งออกไปนักการเมืองไม่เดือดร้อน รัฐบาลและ คสช.ควรเร่งประกาศท่าทีที่จะนำไปสู่การจัดการเลือกตั้งให้ชัดเจน เพื่อเรียกความเชื่อมั่นกลับคืนมา

นักลงทุนห่วง กก.ยุทธศาสตร์ไร้กึ๋น

นายพิชัย นริพทะพันธุ์ อดีต รมว.พลังงาน กล่าวว่า ตามที่รัฐบาลเชิญนักลงทุนญี่ปุ่น 570 รายมาประชุม หวังว่าจะมีการลงทุนจากต่างประเทศเพิ่มขึ้นไม่แน่ใจว่าจะเป็นตามที่คาดหวังหรือไม่ ก่อนหน้านี้สถานทูตญี่ปุ่นได้เชิญตนไปแลกเปลี่ยนความเห็น นักลงทุนญี่ปุ่นยังอยากลงทุนในไทย แต่ที่ยังไม่ลงทุนเพราะไทยมีปัจจัยหลายด้านที่ยังสู้ประเทศเพื่อนบ้านไม่ได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งสภาวะการเมืองที่ยังไม่แน่นอน และการปกครองปัจจุบันที่ไม่เป็นที่ยอมรับของประชาคมโลก ทำให้การเจรจาการค้าและการเจรจาเขตการค้าเสรีทำไม่ได้ ทำให้นักลงทุนญี่ปุ่นหันไปลงทุนในประเทศอื่นในอาเซียน โดยเฉพาะเวียดนาม นอกจากนี้ นักลงทุนญี่ปุ่นยังกังวลถึงยุทธศาสตร์ 20 ปี และไม่มั่นใจว่ากรรมการยุทธศาสตร์จะมีความรู้ความสามารถเพียงพอหรือไม่ เพราะเห็นมีแต่ทหารและนักธุรกิจใหญ่ที่สนับสนุนรัฐบาลเท่านั้น จะเป็นข้อจำกัด เชื่อว่านักลงทุนจะกลับมา หลังจากมีรัฐบาลจากการเลือกตั้งแล้ว

เย้ยรัฐบาลถังแตกขึ้นภาษีถี่ยิบ

นายจิรายุ ห่วงทรัพย์ รักษาการรองโฆษกพรรคเพื่อไทย กล่าวถึงกรณีที่รัฐบาลประกาศขึ้นภาษีก๊าซหุงต้ม และภาษีอื่นว่า ในภาวะเศรษฐกิจเช่นนี้รัฐบาลจะขึ้นภาษีอะไร ที่เป็นผลกระทบกับประชาชนรากหญ้าต้องคิดให้เยอะ เพราะส่อเค้าเหมือนกับรัฐบาลกำลังบักโกรกถังแตกไส้แห้งใช่หรือไม่ รัฐบาลควรมีมาตรการให้ความช่วยเหลือประชาชนที่ชัดเจน ด้วยการสร้างรายได้ขยายโอกาส ไม่ใช่ให้โอกาสเฉพาะบริษัทใหญ่บางบริษัท ขณะที่รายได้ของประชาชนลดลงทุกวัน นอกจากนี้ ควรพักการจัดซื้ออาวุธหรือเรื่องอื่นๆที่ไม่เกี่ยวข้องกับปากท้องประชาชน

“มาร์ค” ให้ “เทือก” คิดตั้งพรรคควรไหม

ด้านนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์และอดีตนายกฯกล่าวในรายการตรงไปตรงมากับอภิสิทธิ์ ทางสถานีวิทยุเอฟเอ็ม 101 ถึงข้อเสนอของนายพิชัย รัตตกุล อดีตหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ เกี่ยวกับข้อเสนอรัฐบาลแห่งชาติว่า ความจริงวันเสาร์ที่ 16 ก.ย. ตั้งใจจะไปกราบท่านเนื่องในวันคล้ายวันเกิดของท่าน นายพิชัยเคยเสนอเกี่ยวกับการแก้ความขัดแย้งหลายครั้ง ให้พรรคการเมืองจับมือกัน แต่ล่าสุดดูเหมือนจะบวกทหารเข้าไปด้วย ส่วนท่าที กปปส.จะตั้งพรรคการเมืองใหม่ ผู้สนับสนุนหลายคนเป็นผู้สนับสนุนพรรคประชาธิปัตย์ แล้วเคยร่วมสนับสนุนเคลื่อนไหวอยู่กับ กปปส. พอมีข่าวการตั้งพรรคย่อมต้องกังวล ไม่สบายใจเป็นธรรมดา แต่การตัดสินใจไม่ได้อยู่ที่ตน นายสุเทพ เทือกสุบรรณ ประธานมูลนิธิมวลมหาประชาชนเพื่อการปฏิรูปประเทศ (มปท.) และแกนนำ กปปส.ยืนยันว่าจะสนับสนุน พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯหลังเลือกตั้ง อยู่ที่ว่าท่านจะมองว่าการที่จะทำงานนี้ หรือการตั้งพรรคเป็นวิธีการที่เหมาะสมหรือไม่ เป็นเรื่องที่นายสุเทพต้องพิจารณา พรรคประชาธิปัตย์ยึดกรอบโรดแม็ปตามกฎหมายกำหนดไว้ ผู้มีหน้าที่เดินตามนี้อย่าบิดพลิ้ว ทำงานเพื่อให้มีเลือกตั้ง เมื่อคำนวณแล้วจะเกิดขึ้นช่วงปีหน้า

“สุเทพ”แทงกั๊กถ้าจำเป็นก็ไม่ปิดโอกาส

นายสุเทพ เทือกสุบรรณ ประธาน มปท.และแกนนำ กปปส.กล่าวถึงความชัดเจนในการตั้งพรรคการเมืองใหม่ว่า ขณะนี้ยังไม่ได้คิด แต่ถ้าจำเป็นพี่น้องประชาชนจะบอกกันเอง จะมาคาดคั้นให้บอกว่าจะตั้งพรรคหรือไม่ตั้งนั้น ยังตอบไม่ได้ เวลานี้ยังเร็วไป ขอบอกแค่ว่าถ้าจำเป็นก็ไม่ปิดโอกาสตัวเอง แต่ยืนยันว่าไม่ลงสมัครรับเลือกตั้ง ส.ส. และไม่คิดจะมีตำแหน่งใดๆในรัฐบาลไหนอีกแล้ว และตนเปิดเผยชัดเจนทุกโอกาสว่าสนับสนุน พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ท่านเป็นนายกฯ หลังการเลือกตั้งเพื่อมาสานงานปฏิรูปต่อ เมื่อถามว่า นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ เป็นห่วงหากตั้งพรรคใหม่จริงจะกระทบฐานเสียงของพรรคเพราะเป็นฐานเสียงเดียวกัน นายสุเทพกล่าวว่า การเมืองวันข้างหน้าอย่าคิดถึงแต่เรื่องพรรคการเมืองมากนัก ควรทำเพื่อประโยชน์ประเทศชาติประชาชนโดยรวม ส่วนกรณีที่นายพิชัย รัตตกุล อดีตหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ เสนอให้จัดตั้งรัฐบาลแห่งชาติ ส่วนตัวไม่เห็นด้วยถ้ารัฐบาลแห่งชาติหมายถึงทุกพรรค การเมืองที่ส่งคนลงสมัครจะร่วมกันเป็นรัฐบาล หากทุกพรรคเป็นรัฐบาลหมด ประชาชนจะหวังพึ่งใครมาทำหน้าที่ตรวจสอบ

“บิ๊กเจี๊ยบ” ไฟเขียว นปช.แถลงข่าว

เมื่อเวลา 08.30 น. ที่โรงเรียนเสนาธิการทหารบก พล.อ.เฉลิมชัย สิทธิสาท ผบ.ทบ. และเลขาธิการคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) กล่าวถึงกรณีที่กลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) แถลงข่าวติดตามคดีทวงคืนความยุติธรรม 99 ศพ จากเหตุการณ์สลายการชุมนุมเมื่อปี 2553 ว่า เท่าที่ทราบเป็นการแถลงข่าว ถ้าไม่เป็นเรื่องทางการเมือง ไม่มีปัญหา ที่ผ่านมาทีมโฆษก คสช.ได้ชี้แจงไปแล้ว ถ้าเป็นการเคลื่อนไหวเกี่ยวกับการเมือง คสช.ต้องขอร้องโดยใช้การพูดคุย ทราบว่านายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ เลขาธิการ นปช. เข้าใจดีและบอกว่าการแถลงข่าวดังกล่าวไม่เกี่ยวข้องกับเรื่องการเมือง

นปช.นัดบุก อสส.บี้รื้อสลายม็อบ 53

เมื่อเวลา 13.30 น. ที่ศูนย์การค้าอิมพีเรียล ลาดพร้าว นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ เลขาธิการกลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการหางชาติ (นปช.) แถลงข่าวติดตามคดีทวงคืนความยุติธรรม 99 ศพ จากเหตุการณ์สลายการชุมนุมเมื่อปี 2553ว่า ขอบคุณ ผบ.ทบ.ที่เปิดพื้นที่ให้ภาคประชาชนให้แถลงข่าวได้ จากการหารือฝ่ายกฎหมาย ได้ข้อสรุปว่า สัปดาห์หน้าทีมกฎหมาย นปช.พร้อมผู้เสียหายจะไปที่สำนักงานอัยการสูงสุด เพื่อยื่นหนังสือเรียกร้องให้ส่งเรื่องไปยัง ป.ป.ช.ไต่สวนความผิดของนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ อดีตนายกฯ และนายสุเทพ เทือกสุบรรณ อดีตรองนายกฯ ว่ากระทำความผิดอาญามาตรา 157 หรือไม่ หาก ป.ป.ช.อ้างว่าต้องมีพยานหลักฐานใหม่ จะนำคำพิพากษาศาลฎีกา ซึ่งชี้ว่าการสลายการชุมนุมปี 53 จนมีผู้บาดเจ็บล้มตาย เกิดจากการปฏิบัติการทางทหาร เพราะ ป.ป.ช.ยังไม่เคยไต่สวน ถ้าการดำเนินการทั้งอัยการสูงสุดและ ป.ป.ช.ไม่สุจริต จะใช้สิทธิ์ดำเนินคดีกับทั้งสองหน่วยงานในทุกบทบัญญัติของกฎหมาย นปช.อยากให้เรื่องนี้เข้าสู่กระบวนการของศาล เพราะความปรองดองของชาติต้องมีความยุติธรรมเป็นเสาเข็ม ไม่มีมนุษย์ที่ไหนจะก้มหน้ารับความอยุติธรรมได้ตลอดไป

จ่อเรียก “โอ๊ค” รับทราบข้อหาฟอกเงิน

นายสุวพันธุ์ ตันยุวรรธนะ รมว.ยุติธรรม กล่าวว่า คดีนายพานทองแท้ ชินวัตร บุตรชายนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ ฟอกเงินจากการทุจริตอนุมัติเงินกู้ของธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน) ให้กับกลุ่มกฤษดาธานนท์ ได้ให้เจ้าหน้าที่ดีเอสไอ ดำเนินคดีตามกฎหมายและพยานหลักฐาน ส่วนสำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินการควบคู่กันไป

ด้านนายขจรศักดิ์ พุทธานุภาพ อัยการพิเศษฝ่ายการสอบสวน 3 กล่าวว่า วันที่ 18 ก.ย. คณะทำงานสอบสวนของดีเอสไอเรียกเจ้าหน้าที่ ปปง. มาสอบเพิ่มในบางประเด็นที่ไม่สมบูรณ์ เพื่อความรอบคอบของสำนวน เมื่อครบถ้วนแล้ว คณะพนักงานสอบสวนจึงจะเรียกนายพานทองแท้กับพวก มาเพื่อรับทราบข้อกล่าวหารับของโจรและฟอกเงิน

“อัศวิน” ย้ำไม่ได้สั่งตัดเสื้อโปโล

พล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง ผู้ว่าฯ กทม. เปิดเผยถึงกรณีที่นางยุวรี ปิยนุสรณ์ กรรมการผู้จัดการบริษัท ยังแมน สปอร์ต จำกัด พร้อมด้วยชายที่อ้างตัวเป็นอดีตทหารเข้าประชิดตัว พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ ที่ทำเนียบรัฐบาล เพื่อร้องเรียนว่าบริษัท ได้รับความเสียหายจากการประมูลจัดทำเสื้อโปโลตราสัญลักษณ์ของ กทม.จำนวน 2 แสนตัวนั้น กทม.ยังไม่ได้สั่งตัดและยังไม่มีการลงนามสัญญาว่าจ้างให้บริษัทดังกล่าวจัดทำหรือผลิตเสื้อโปโล เพราะยังไม่ผ่านขั้นตอนจัดซื้อจัดจ้างตามระเบียบราชการของ กทม.มีเพียงการเสนอราคาเท่านั้น บริษัทไม่มีความจำเป็นต้องไปร้องเรียนกับใคร หรือหน่วยงานใด หาก กทม.ทำสัญญาแล้วเกิดปัญหา บริษัทสามารถฟ้องศาลได้เลย

เลื่อนนัดสืบพยาน พธม.บุกสนามบิน

ที่ศาลอาญา ศาลนัดสืบพยานโจทก์ ในคดีพนักงานอัยการฝ่ายคดีอาญา 9 เป็นโจทก์ยื่นฟ้อง พล.ต.จำลอง ศรีเมือง นายสนธิ ลิ้มทองกุล แกนนำพันธมิตรฯ พร้อมแนวร่วม เป็นจำเลยที่ 1-98 ในความผิดฐาน ร่วมกันก่อการร้าย เพื่อให้เกิดความเปลี่ยนแปลงกฎหมายแผ่นดินหรือรัฐบาลโดยใช้กำลังข่มขืนใจ หรือเพื่อให้ประชาชนล่วงละเมิดกฎหมายแผ่นดิน มั่วสุมตั้งแต่ 10 คนขึ้นไปใช้กำลังประทุษร้ายฯ พ.ร.บ.ว่าด้วยความผิดบางประการต่อการเดินอากาศ พ.ศ. 2521 และฝ่าฝืน พ.ร.ก.สถานการณ์ฉุกเฉิน จากกรณีการชุมนุมในสนามบินดอนเมือง และสนามบินสุวรรณภูมิ เมื่อเดือน พ.ย.-ธ.ค.2551 โดยทนายความ พล.ต.อ.ประทิน สันติประภพ จำเลยที่ 28 แถลงว่า พล.ต.อ.ประทินป่วยรักษาตัวอยู่ที่ รพ.ศิริราช มีใบรับรองแพทย์ยืนยันให้หยุดพักรักษาตัวจนถึงวันที่ 18 ก.ย.2560 ไม่สามารถเดินทางมาศาลได้ จึงขอเลื่อนการพิจารณาคดีออกไปก่อน ศาลพิเคราะห์แล้วเห็นว่าคดีนี้มีอัตราโทษสูง การดำเนินกระบวนการพิจารณาต้องทำต่อหน้าจำเลย เมื่อจำเลยที่ 28 ไม่สามารถมาศาลได้เนื่องจากป่วย อีกทั้งอัยการโจทก์ไม่คัดค้าน อนุญาตให้เลื่อนคดีไปนัดสืบพยานโจทก์อีกครั้งเริ่มวันที่ 9 มี.ค.2561 เป็นต้นไป