วันเสาร์ที่ 23 กันยายน พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

กบฏยะไข่สวนอัล เคดา จุ้น-ยูเอ็นยันล้างเผ่าพันธุ์

เมื่อวันที่ 14 ก.ย. กองทัพปลดปล่อยโรฮีนจาแห่งอาระกัน หรืออาร์ซา ออกแถลงการณ์ตอบโต้เครือข่ายก่อการร้ายสากล “อัล เคดา” ที่วันก่อนเรียกร้องให้ชาวมุสลิมทั่วโลกช่วยกันให้ความช่วยเหลือชาวมุสลิมในเมียนมา ทั้งด้านสิ่งบรรเทาทุกข์ อาวุธ และการสนับสนุนทางทหาร โดยระบุว่า อาร์ซารู้สึกถึงความจำเป็นที่ต้องออกมาชี้แจงว่า ทางกลุ่มมิได้เกี่ยวข้องกับเครือข่ายอัล เคดา หรือกองกำลังรัฐอิสลาม (ไอเอส) หรือกลุ่มแลชกา อี ไทบา หรือกลุ่มก่อการร้ายข้ามชาติอื่นๆแต่อย่างใด ทั้งไม่ขอต้อนรับกลุ่มเหล่านี้เข้ามาเกี่ยวข้องในความขัดแย้ง และขอเรียกร้องให้ประเทศต่างๆในภูมิภาคช่วยกันสกัดกั้น ไม่ให้กลุ่มก่อการร้ายเข้าพื้นที่และทำให้สถานการณ์เลวร้ายยิ่งขึ้น พร้อมระบุว่าบทบาทของกลุ่มคือการคุ้มครองชนกลุ่มน้อยในพื้นที่ จากการประหัตประหารในเมียนมา ซึ่งเป็นประเทศที่ไม่ยอมให้สถานะพลเมืองแก่ชาวโรฮีนจา

ขณะที่นายอันโตนิโอ กูเตร์เรส เลขาธิการสหประชาชาติ ยื่นจดหมายอย่างเป็นทางการต่อคณะมนตรีความมั่นคงสหประชาชาติ แสดงความกังวลต่อวิกฤตการณ์ชาวโรฮีนจาที่ปะทุขึ้นมาตั้งแต่วันที่ 25 ส.ค. ที่ผ่านมา โดยถือเป็นครั้งแรกในรอบ 28 ปี ที่เลขาธิการยูเอ็นดำเนินมาตรการเช่นนี้ ทั้งเรียกร้องให้รัฐบาลเมียนมายุติมาตรการทางทหาร ยุติความรุนแรง ยึดหลักกฎหมาย และยอมรับสิทธิในการหวนกลับภูมิลำเนาของเหล่าผู้อพยพ

นอกจากนี้ นายกูเตร์เรส ยังกล่าวในทำนองยอมรับว่าสถานการณ์ที่เกิดขึ้นในรัฐยะไข่เป็นการฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ โดยตอบว่าในเมื่อประชากรชาวโรฮีนจาถึง 1 ใน 3 ต้องอพยพออกจาก ประเทศ จะมีคำอื่นใดมาอธิบายได้ดีกว่านี้อีก

วันเดียวกัน นายจัสติน ทรูโด นายกรัฐมนตรีแคนาดา หารือทางโทรศัพท์กับนางอองซาน ซูจี ผู้นำ โดยพฤตินัยของเมียนมา โดยกล่าวแสดงความกังวลต่อสถานการณ์ในรัฐยะไข่ ที่มีชาวโรฮีนจาอพยพเข้าบังกลาเทศแล้วเกือบ 400,000 คน พร้อมย้ำเตือนว่า นางซูจีต้องแสดงความมีศีลธรรมและเป็นผู้นำทางการเมือง

ส่วนหนังสือพิมพ์โกลบอล นิว ไลท์ ออฟ เมียนมา รายงานบทสนทนาระหว่างนายหง เหลียง เอกอัครราชทูตจีนประจำเมียนมา กับเจ้าหน้าที่ระดับสูงของเมียนมา ที่ระบุว่ารัฐบาลจีนมีจุดยืนเกี่ยวกับการโจมตีโดยกลุ่มก่อการร้ายในรัฐยะไข่อย่างชัดเจน คือเป็นเรื่องภายในของเมียนมา และมาตรการตอบโต้ของเจ้าหน้าที่ความมั่นคงเมียนมาต่อกลุ่มก่อการร้ายหัวรุนแรง รวมถึงการที่เมียนมาให้ความช่วยเหลือแก่ประชาชน เป็นเรื่องน่าชื่นชม.