วันอังคารที่ 19 กันยายน พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

สะท้อนอะไร

โดย เบี้ยหงาย

(แฟ้มภาพ)

การแข่งขันกีฬาเอเชียนอินดอร์และมาร์เชียลอาร์ตเกมส์ ครั้งที่ 5 ที่ประเทศเติร์กเมนิสถาน ระหว่างวันที่ 17-27 ก.ย.นี้ เป็นที่แน่นอนว่าจะไม่มีการถ่ายทอดสดแต่อย่างไร

ซึ่งแฟนๆกีฬาอยากจะเชียร์นักกีฬาไทยคงต้องเสาะหาดูกันผ่านทางโซเชียลต่างๆ หรือจะติดตามข่าวสารก็ผ่านเว็บไซต์ ทีวี หนังสือพิมพ์กันตามสะดวก และตามถนัด!

แม้ว่าเดิมที กีฬานี้มีถ่ายทอดสดบ้าง ไม่ถ่ายบ้าง แต่ครั้งนี้ถือเป็นจุดเริ่มที่ได้ส่งสัญญาณบางอย่าง โดยเฉพาะเรื่องของการถ่ายทอดสดกีฬาที่นักกีฬาไทยลงแข่งขันในแบบมหกรรมกีฬา คือแข่งกีฬาหลายๆชนิดในเกมเดียวกัน

ต่อจากนี้ไปนับว่ามีความเสี่ยงที่คนไทยจะอดดูกีฬาที่นักกีฬาไทยไปแข่งขันในลักษณะนี้ โดยกีฬาเอเชียนอินดอร์และมาร์ลเชียลอาร์ตเกมส์ ครั้งนี้ มีการขายลิขสิทธิ์การถ่ายทอดสดควบไปกับ กีฬาเอเชียนเกมส์ ที่อินโดนีเซียในปีหน้า

นั่นเท่ากับว่าตอนนี้ลิขสิทธิ์เอเชียนเกมส์ยังไม่มีใครซื้อ แต่เดิมมีการแตะมือบล็อกกันไว้ด้วยกลัวว่าเมื่อมีการแย่งซื้อกันราคาจะแพงขึ้นมาก และมีแนวโน้มว่าจะแตะมือลงขันซื้อกันในราคาถูก

แต่ภายหลังแม้ปลดล็อกและเปิดโอกาสให้แต่ละช่องซื้อได้ก็ยังเงียบเฉย!

ไม่เท่านั้น ลิขสิทธิ์ในกลุ่มของกีฬาโอลิมปิก อันรวมถึงยูธโอลิมปิก ทั้งฤดูร้อน ฤดูหนาว ซึ่งบริษัทเดียวกันเป็นผู้ขาย และให้ประมูลกันมาในเวลาเดียวกันนี้ ซึ่งค่าลิขสิทธิ์ที่ตั้งไว้มากกว่ากลุ่มระดับเอเชียอยู่ถึง 10 ล้านเหรียญ ก็ยิ่งเงียบฉี่

สะท้อนได้ชัดเจนถึงการกลัว “เจ๊ง”

และการกลัว “เจ๊ง” นี้ก็สะท้อนไปถึงสภาพเศรษฐกิจโดยรวมได้เป็นอย่างดี ทำไมมันไม่ตอบรับ กับที่หลายฝ่ายพยายามตะเบ็งเสียงยืนยันว่า มันดีอย่างโน้นอย่างนี้

นี่ยังไม่รวมถึงฟุตบอลโลก 2018 ที่กำลังจะตามมา และขณะนี้ก็ยังไม่มีใครซื้อลิขสิทธิ์ด้วยราคาที่สูงยิ่งจนเกินเอื้อม

ขณะเดียวกัน ในอีกมุมก็สะท้อนให้เห็นอีกเช่นกันกับกฎเกณฑ์ หรือหลักการที่ กสทช. ออกระเบียบมากับกฎมัสต์แฮฟ มันเอื้อให้เกิดประโยชน์กับคนไทยจริงๆรึเปล่า หรือกลับทำลายวงจรของการซื้อลิขสิทธิ์ถ่ายทอดสดกีฬาสำคัญๆ

ฟากฝั่งของมือไม้ด้านกีฬาของรัฐบาลเอง อย่าง กกท. หรือ กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ตอนแรกๆก็มีท่าทีอยากจะยื่นมือเข้ามาช่วยเติมเต็มในส่วนนี้ แต่ในที่สุดก็ไม่มีใครกล้าเอาเงินหลวงมายุ่งในส่วนนี้ ด้วยอาจเป็นเรื่องที่เสี่ยงคุกเสี่ยงตะราง

คนไทยไม่ได้เชียร์นักกีฬาไทย

ดูเหมือนจะเกิดขึ้นในยุคนี้แหละ แล้วมันสะท้อนอะไร...

“เบี้ยหงาย”