วันเสาร์ที่ 23 กันยายน พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

จะติดตัวไปจนตาย ม่วย เศร้า! หมอดูอีที ตายก่อนไม่ได้ไปกราบอีก

คนแรกคนเดียวในโลก ที่ได้แสดงเป็นหมอดูอีที ที่ลาลับโลกไปแล้ว เป็นความทรงจำที่จะติดตัวไปจนวันตาย!!! หมอดูตาทิพย์ หมอดูมหัศจรรย์ หมอดูญาณวิเศษ หมอดูดังก้องโลก หมอดูส่งสารจากสวรรค์ หมอดูพันล้าน หมอดูซุป'ตาร์ หมอดูนักการเมือง หมอดูผู้หยั่งรู้ชะตาชีวิตอดีตและอนาคต ฯลฯ จะนิยามหมอดูอีที ว่าเป็นแบบไหนก็แล้วแต่! ก็ขึ้นอยู่กับว่าคนๆ นั้น เคยได้ไปดูดวงกับท่านมาแล้ว จะเจอนิยามคำตอบที่ชัดแจ้งแก่ใจเอง

บันเทิงไทยรัฐออนไลน์ จะพาไปคุยกับดาราสาวมาดเท่ ม่วย นิธิตรา เชาว์พยัคฆ์ ที่เคยรับบทเด่นเล่นเป็นหมอดูอีทีในละครเรื่อง คนเหนือโลก ตอน อีที...หมอดูมหัศจรรย์ น่าจะพอคุ้นๆ หน้าม่วยกันบ้าง กับผลงานที่ผ่านมาทางช่อง 7 เช่น รักซ่อนรส, ยัยตัวร้ายกับนายป่วน, เกิร์ลคัพ Girl Cup รับหัวใจใส่ประตู และเรื่องราชินีจ้าวสังเวียน ทางช่อง 5 ปัจจุบันม่วยตั้งใจทำงานพิธีกรอยู่ทางช่อง มิราเคิลแชนแนล Miracle Channel กับรายการหัตถจิต, เกร็ดชีวิตเปิดดวง 12 ราศี และเป็นพิธีกรรายการ คนไทยหัวใจเกษตร ทางช่อง 9

ช่วงที่หมอดูอีทีตายไป ท่านได้มาเข้าฝันม่วยด้วย? "ไม่ค่ะ ไม่ได้ฝันเห็นถึงท่านเลย ก่อนหน้านี้สองสามเดือนก็ยังนึกถึงท่านอยู่ วนเวียนๆ อยู่ในความคิด อยากจะกลับไปหาท่าน ไปกราบท่านนะ อยากจะเอาตุ๊กตาที่เราสั่งทำไว้ไปให้ท่าน ตั้งใจไว้ว่าปลายปีนี้อยากจะพบท่านอีก ตอนดูข่าวพิธีจัดงานศพให้ท่าน ใจมันสั่นๆ บอกไม่ถูกค่ะ หนูเคยเล่นเป็นท่านมาก่อนไงคะ"

ทำไมม่วยถึงได้เล่นเป็นหมอดูอีที? "อาต๊ะ (นิรัตติศัย กัลย์จาฤก ผู้กำกับผู้บริหารบริษัท ป๊าสั่ง ย่าสอน) ติดต่อมาว่าจะให้หนูเล่น หมอดูอีทีเลือกแล้วว่าจะให้หนูเล่น เราก็บอกว่า จะเอางั้นเลยเหรอ ตอนนั้นหนูติดงาน ก็ต้องเคลียร์คิวให้ว่าง ก่อนหน้านี้อาต๊ะเล่าให้ฟังว่า มีหลายที่มากๆ ติดต่อจะเอาชีวิตของท่านไปทำเป็นละคร แต่ท่านไม่ยอมให้ใคร จะให้พี่ต๊ะทำให้คนเดียว ตอนนั้นท่านก็ป่วยเป็นโรคหัวใจด้วย" ป่วยนานแล้ว? "ท่านป่วยเป็นโรคเกี่ยวกับหัวใจ ก่อนที่หนูจะไปเล่นเป็นท่าน จากวันนี้ก็ย้อนไปได้ประมาณ 5 ปีได้ ท่านบินไปรักษาตัวที่สิงคโปร์บ่อยๆ ได้ข่าวว่าอาการก็ทรุดลงเรื่อยๆ ค่ะ"  

ช่วงที่ไปถ่ายทำละครที่เมืองย่างกุ้ง พม่า ไปอยู่กี่วัน? "ประมาณ 15 วัน" เล่าๆ ให้ฟังหน่อย? "รู้สึกภูมิใจที่หนูได้เล่นเป็นท่าน ก็ถ่ายทำราบรื่นไม่มีปัญหาอะไรค่ะ ก่อนจะบินไปถ่ายทำที่ย่างกุ้ง พม่า หนูก็ศึกษาดูวิดีโอว่าบุคลิกของท่านเป็นยังไง เวลาเดินขาต้องเป็นแบบนี้ มือต้องเป็นแบบนี้นะ พอถ่ายทำจริงฉากพับธนบัตรยากมาก (ก่อนจะดูดวงให้ หมอดูอีทีจะทายเลขที่ธนบัตร ในกระเป๋าเงินคนที่ดูดวงให้) ยากตรงที่เราต้องทำนิ้วมือให้หงิกเหมือนท่าน ทำยังไงก็ไม่ได้สักที หนูเลยยกมือไหว้ขอจากท่าน ทีมงานขนลุกเลย เพราะหนูทำได้เหมือนมาก"

"วันแรกๆ ฟิตติ้งที่ท่านเจอหนู ท่านเอามือมาลูบหัว จับขา เหมือนผู้ใหญ่เอ็นดูเด็ก เวลาท่านเห็นหนูทุกครั้ง ท่านจะยิ้มอย่างมีความสุข ผ่านมากว่า 5 ปีแล้ว หนูก็ดีใจที่ได้เล่นเป็นท่าน เพราะภาพลักษณ์นี้จะติดตัวหนูไปจนตายเลย อย่างวันแถลงข่าวครอบครัวหมอดูอีที ก็ดีใจน้ำตาคลอกัน"

หมอดูอีทีได้ดูดวงให้ม่วยด้วย? "ไม่ค่ะ ท่านไม่ได้ดูให้เป็นเรื่องเป็นราว อยากจะดูดวงกับท่านเหมือนกัน อาต๊ะพาผู้ใหญ่หลายคนไปดูดวง หนูก็บอกๆ ไปว่าขอคิวดูดวงให้หนูด้วยนะ ก็ไม่ได้คิวสักที หมอดูอีทีแค่สื่อสารบอกมาทางมะตีตี้ น้องสาวท่านว่า ไม่ต้องกังวลนะละครเรื่องนี้จะประสบความสำเร็จ และท่านก็ทายเรื่องเพื่อนสนิทให้ด้วยค่ะ ทายถูกหมดเลย" เพื่อนสนิทหรือแฟน? "(หัวเราะ) ใช่ค่ะแฟน วันแถลงข่าวที่เจดีย์ชเวดากอง พม่า หนูพาแฟนไปด้วย แต่ไม่ได้บอกใครว่าเป็นแฟน ทุกคนก็จะนึกว่าเป็นเพื่อนกัน ท่านทายถูกหมดเลย ว่าชื่ออะไร ใส่เสื้อสีอะไร ยืนอยู่ตรงไหน"

วันแถลงข่าวม่วยต้องไปขอขมาหมอดูอีที? "อ๋อ ใช่ค่ะ มีอาจารย์ที่ไทยแนะนำมาว่า ให้หาพานบายศรีไปขอขมาท่านด้วยที่เจดีย์ชเวดากอง พม่า คือตอนที่อยู่กรุงเทพฯ ก่อนจะเดินทางไปแถลงข่าวที่พม่า เกิดอุบัติเหตุกระจกตกแตกเฉือนบาดข้อเท้าหนู วันนั้นก็เลยยิ่งเดินเหมือนท่านไปใหญ่" จริงเหรอ หมอดูอีทีนำเงินจากการดูดวงไปสร้างวัด โรงเรียน โรงพยาบาล? "ใช่ค่ะ หลายที่เลยนะ มีโรงพยาบาลที่ย่างกุ้ง 1 แห่ง โรงพยาบาลที่บ้านเกิดของท่าน แถวๆ พระธาตุอินทร์แขวนอีกหนึ่งแห่ง เป็นโรงพยาบาลที่รักษาฟรี ให้โรงเรียนด้วย และท่านชอบสร้างวัดเยอะเลยค่ะ"

ม่วยอยากจะเป็นหมอดู? "ไม่ค่ะ เคยเรียนรู้ศึกษาอยู่ แต่ไม่กล้าที่จะทำเป็นอาชีพ เพราะมันมีเรื่องของเจ้ากรรมนายเวรมาเกี่ยวข้องด้วย ถ้าเราดูไว้ไม่ได้ มันอาจจะส่งผลมาถึงเราได้ ไม่ทำดีกว่า ไม่กล้าทำค่ะ".