วันพุธที่ 22 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

แมตช์ผีบอก “คงลุ้นกันอยู่แค่สามทีม“

โดย ป๋อง กพล

ผ่านฤดูกาลใหม่มาแค่ 4 นัด แต่ละทีมก็ทำผลงานได้แตกต่างกันไป มีทั้งดีมาก ดีปานกลาง ดีน้อยหน่อย จนไปถึง หาเอาดีไม่ได้ ซึ่งมันก็คงเป็นเรื่องปกติ ของวางการฟุตบอลอยู่แล้ว แต่ทว่า ฤดูกาลนี้มันพิเศษขึ้นมานิดหน่อย เพราะผ่านไปแค่ 4 นัด พี่ แฟรงค์ เดอ บัวร์ กุนซือ ผู้ซึ่งถือว่า ถูกจับตามองมากที่สุด ในยุคสมัยหนึ่ง ซึ่งเค้าคนนี้ เคยพาทีมอย่าง อาแจกซ์ คว้าแชมป์ลีกสูงสุดของลีกกังหันลมมาแล้ว ก่อนที่จะถูก งูใหญ่ ดึงตัวไปคุมทีม แต่ทว่า ผลงานก็สวนทางไม่เหมือนตอนอยู่ในลีกบ้านเกิด เพราะเค้าใช้ชีวิตอยู่ 85 วัน เค้าก็โดนตะเพิดออกจากทีมเสียแล้ว แต่ไม่น่าเชื่อครับ ว่าเค้าจะใช้เวลาน้อยกว่านั้นที่อังกฤษ เพราะแค่ 4 นัดในการคุมทีม ตัวเค้าก็โดนทีมยี่ห้อน้ำดื่ม ตะเพิดซ้ำออกไปอย่างไม่เหลือเยื่อใย ทั้งๆ เค้าก็ทำทีมถือว่าไม่น่าเกลียดอะไรนะครับ ก็แค่ สี่นัดแพ้รวด แถมยิงประตูไม่ได้อีกต่างหาก ผมละสงสารเค้าเสียเหลือเกิน อยากให้เจ้าของทีมมาอยู่อาร์เซนอลบ้างจัง จะได้ไล่อีเจ๊ออกแบบนี้บ้าง ฮึ้ย!!! พูดแล้วก็ขึ้น

แต่นั่นคงไม่ใช่สาระของเราทั้งหมดในวันนี้นะครับ เพราะที่ผมจั่วหัวไปบนคอลัมน์ พาดหัวใหญ่ซะตัวโต ว่าคงเหลือทีมลุ้นกันอยู่แค่สามทีม หลายๆ คนสงสัยว่าทำไมถึงตัดสินอะไรไวไปหรือเปล่า ผมก็บอกตรงนี้ตามตรงเลยครับว่า ไม่ไวครับ เพราะผลงานมันฟ้องกันอยู่ เห็นๆ กันอยู่ วัดกันตัวต่อตัว ปอนด์ต่อปอนด์ สามทีมที่ผมจะพูดถึงนั้น ช่างเหนือกว่าทีมที่เหลืออยู่มากมายเหลือเกิน และสามทีมที่ว่า ทุกท่านก็คงจะเดาใจผมได้ไม่ยากนะครับ นั่นก็คือ ฮัดเดอร์ฟิลด์ ทาวน์ ไบรตัน และนิวคาสเซิล นั่นเอง ผ่าม!!! จะบ้าหรือไงละตัวเธอ ไม่ใช่ซิครับ มันต้อง ปิศาจแดง เรือใบ และสิงห์สำอาง ซิครับ ทำไมผมถึงมั่นใจขนาดนั้นหรือครับ เพราะศักยภาพของทั้งสามทีมนี้ มันเหนือทีมอื่นอยู่มากโข ทั้งตัวจริง และตัวสำรอง เอาแค่ง่ายๆ เลยนะครับ ลองเอาแมนยู เทียบกับลิเวอร์พูล ดูก็ได้นะครับ แค่ตำแหน่งผู้รักษาประตู มือหนึ่งของปิศาจแดงคือ เด เคอาร์ ส่วนหงส์แดง เป็น มิโญเลต์ เป็นไงครับ ต่างกันราวฟ้ากับเหว แล้วลองมาดูมือสองของทีมซิครับ ปิศาจแดงมี โรเมโร หงส์แดงละครับ คาริอุส อู๊ดๆๆๆ จริงๆ นี่แค่สองทีมนี้วัดกันเท่านั้นนะครับ ซึ่งถือว่าสองทีมนี้ถือว่าเป็นทีมที่อยู่ในกลุ่มลุ้นแชมป์ด้วยกันทั้งคู่ แต่แค่สองตำแหน่งนี้ ยังห่างกันเหลือเกิน

ไม่ต้องนับรวมกับ เชลซี แมนฯ ซิตี้ เลยนะครับ ยิ่งสองทีมนี้ บอกเลยว่า ผู้เล่นระดับท็อป อยู่ในทีมเพียบไปหมด ยิ่งทำให้น่ากลัวเข้าไปใหญ่ แถมพอผ่านมาสี่นัด ยิ่งเห็นได้ชัดถึงความห่างชั้น ของสามทีมนี้กับทีมอื่นๆ อยู่มากมาย แถมตารางคะแนน ก็บอกชัดเจนเลยครับว่า พวกเค้าคือทีมท็อปของลีกอย่างแท้จริง โดยเฉพาะ เชลซี และ แมนฯ ซิตี้ ที่ยิ่งเล่นยิ่งร้อนแรงขึ้นมาเรื่อยๆ โดยเฉพาะฝั่งเชลซี ที่ดูเหมือนว่าในตอนแรก ทีมจะดูมีปัญหามากมาย แต่สุดท้าย เป็นยังไงละครับ แพ้นัดแรก แต่สามนัดต่อมา คว้าชัยเรียบ แถมโมราตา กองหน้าที่หลายคนคาดว่าคงต้องใช้เวลาปรับตัวนานแน่นอน แต่ที่ไหนได้ละครับ ลงเป็นยิงกันเลยทีเดียว ส่วนฝั่งซิตี้ รองจ่าฝูงในตอนนี้ ก็มีแต้มเทียบเท่ากับปิศาจแดง แต่ผลต่างประตูได้เสียเป็นรองเท่านั้นเอง

ซึ่งแค่นี้ ก็คงจะพอบอกได้แล้วนะครับว่า ทำไม ผมถึงบอกว่าเหลือแค่สามทีมเท่านั้น แฟนบอลทีมอื่นอย่าเพิ่งโมโหนะครับ เพราะผมก็ว่ากันตามเนื้อผ้า ไม่ได้เอนเอียงไปแต่อย่างใด ถ้าผมเอนเอียง ผมก็คงจะบอกว่า ปืนใหญ่ของผมก็น่าจะมีลุ้นเหมือนกันนะครับ แต่ผมก็ไม่กล้าเอามาเปรียบเทียบ หรือจะให้ยกหงส์แดงมาด้วยหรือ ก็เอาง่ายๆ เลยนะครับ สองนัดหลังสุด หงส์แดงเสียไป 7 ลูก แบ่งเป็น 5 ลูกในลีก และอีก 2 ลูกในถ้วยหูใหญ่ คุณก็ลองนึกดูซิครับ สภาพกองหลังห่วยขนาดนี้ จะเอาอะไรไปยืนระยะสู้กับทีมเหล่านั้นได้ละครับ เพราะฉะนั้น ทุกคนที่เชียร์นอกเหนือจากสามทีมลุ้นแชมป์เหล่านี้ เอาเวลาไปภาวนา ให้ทีมรักตัวเอง ทำผลงานให้ได้ดีที่สุดดีกว่า เลิกอิจฉาตาร้อน เลิกบอกว่าเรายังมีลุ้น เลิกบอกว่าเดี๋ยวทีมเราก็กลับมา เดี๋ยวผ่านไปครึ่งทางเราจะกลับมาลุ้นแชมป์อีกครั้ง ผมบอกได้เลยว่าเลิกฝันเถอะครับ เอาเวลาไปทำอย่างอื่น เหมือนกับที่ผมเลิกหวังแชมป์กับปืนใหญ่ของผมไปตั้งนานแล้ว เลิกลุ้นตั้งแต่แพ้สองนัดติด ไม่อิดออด ไม่งอแง ก้มหน้าก้มตา เชียร์อย่างเจียมตัว แค่หวังว่าปีนี้จะได้กลับไปเล่นบอลถ้วยใหญ่ในปีหน้าอีกสักครั้ง แค่นี้ก็พอใจแล้วละ

เชื่อผมนะครับ วันนี้ก็คงจะประมาณนี้นะครับ ก่อนจากกันไป ฝากบทวิเคราะห์ฟุตบอลของผมกันสักนิดละกัน เพราะไม่ได้วิเคราะห์ทิ้งท้ายเลย เอาเป็นว่า สุดสัปดาห์นี้ ผมบอกสั้นๆ เลยนะครับว่า หงส์แดงจะมีชัย แถมชนะเยอะด้วย ไก่จะสอยหงส์ขาว เรียกความมั่นใจในบ้านหลังใหม่ ปืนใหญ่จะบุกไปโดนเชลซีขย้ำถึงบ้าน และปิดท้าย คูมัน จะแพ้เฮียมูเป็นครั้งแรก วันนี้ลาไปก่อนนะครับ เจอกันใหม่ครั้งหน้า สวัสดีครับ

ป๋อง กพล